สภาถกปัญหาช้างกับคน 'รัดเกล้า' เสนอตั้ง 'กรมคชสาร' ดูแลช้างป่า -แก้กม.ให้สอดคล้อง-ปลดล็อกงบท้องถิ่น จี้สภาตั้งกมธ.วิสามัญ อย่าให้สังคมครหาว่าช้างกาบัตรเลือกตั้งไม่ได้ นักการเมืองจึงไม่ให้ความสำคัญ
01 เม.ย.2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม หลังการหารือเสร็จสิ้นได้เข้าสู่วาระการประชุม ได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรี จากนั้นพิจารณาญัตติขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยื่น เสนอโดยนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นการพิจารณาญัตติแรกในสภาชุดที่ 27 และรวมอีก2ญัตติ ที่ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ แต่มีเนื้อหาในทำนองเดียวกัน นำมาพิจารณาไปในคราวเดียวกัน
นางรัดเกล้า อภิปรายว่า จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 240 คนและบาดเจ็บกว่า 200 คนจากการทำร้ายของช้าง ขณะเดียวกันการสูญเสียช้าง พื้นที่ป่าจากเดิมที่มีพื้นที่อยู่ที่ 53.5% ตอนนี้เหลืออยู่ที่ 21.9% ในรอบ 10ปี และมีช้างตายประมาณ 170 ตัว ซึ่งการตายของ”สีดอหูพับ”ทำให้เราได้เห็นว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งเศร้าโศกเสียใจ และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย และแม้สภาฯจะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญไปแล้ว ทั้งในสภาฯชุดที่25 และชุดที่26 เพื่อศึกษาหาทางออกให้กับคนอยู่ร่วมกันกับช้าง แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงควรจะมีการศึกษาต่อ
“จึงขอให้ตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาเป็นการแก้ปัญหาแบบขอไปที่ ไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่เห็นว่ารัฐบาลปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า การตายของคนและช้างเป็นใบเสร็จที่ยื่นยันชัดว่าความไร้ประสิทธิภาพของการบริหารมีอยู่จริง ล้มเหลวในการวางนโยบายแบบแยกส่วน ในเรื่องอำหน้าหน้าที่ซ้ำซ้อนและกระกระจาย การแก้ปัญหาช้างไม่สามารถทำได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงาหนึ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายกรม ที่ต่างคนต่างทำ ทำให้เกิดการขาดเจ้าภาพดำเนินการ”นางรัดเกล้า กล่าว
นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ขอเสนอให้จัดตั้ง “กรมคชสาร”หรือองค์กรช้างป่าแห่งชาติ ให้เป็นองค์การเฉพาะทางดูแลช้างป่า ดูแลสัสดิภาพช้างป่าทั่วประเทศอย่างครบวงจร และเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ โดยให้นายกฯนั่งเป็นประธาน และให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดทำงานควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันอย่างมีเอกภาพ และการแก้ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เพื่อปลด เพื่อปลดล็อคงบท้องถิ่น ให้มีการกระจายอำนาจถ่ายโอนภารกิจให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น(อปท.) สามารถออกระเบียบใช้เงินของตัวเองได้
นางรัดเกล้า กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและขาดความต่อเนื่อง ในเรื่องมาตรการควบคุมประชากรช้าง ด้วยวัคซีนคุมกำเนิด ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าใจว่าวัคซีนคุมกำเนิดไม่ใช่ยาสารพัดนึกที่จะแก้ปัญหาเรื่องช้างได้เพราะพฤติกรรมของช้างในแต่ละพื้นที่ต่างกันหากไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการมาเพื่อจะศึกษาผลักดันอย่างต่อเนื่องนโยบายนี้จะกลายเป็นเพียงแค่การลองผิดลองถูกบนชีวิตของคนและช้างเท่านั้นที่สำคัญวัคซีนคุมกำเนิดเป็นวัคซีนที่สามารถคุมกำเนิดช้างได้ถึง 7 ปี ต้องมองคนใบนี้ว่าคือการแช่แข็งจำนวนช้างเพิ่มขึ้นแบบชั่วคราว ซึ่งทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความกังวลใจ ว่าอาจทำให้ช้างสูญพันธุ์ได้ดังนั้นรัฐบาลต้องทำให้ประชาชนเข้าใจและรัฐบาลก็ต้องเข้าใจด้วยว่าวัคซีนนี้เป็นเพียงแค่การซื้อเวลาเจ็ดปีเพื่อให้รัฐแก้ปัญหาที่เป็นเชิงโครงสร้างวางแผนและจัดการการแก้ปัญหาเชิงระยะยาวได้ก่อนที่ช้างจะกลับมาขยายพันธุ์อีกครั้ง แต่เราต้องไปอีก 7 ปีถึงจะเกิดผล ถ้าเราไม่มีการตั้’กมธ.วิสามัญขึ้นมาดูแลเรื่องนี้เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการทำงานของประเทศไทยไม่ใช่แค่ทำให้เสร็จ แต่จะนำไปสู่ความสำเร็จจริงๆ
นางรัดเกล้า กล่าวอีกว่านอกจากนั้นในเรื่องปลอกคอจีพีเอสช้าง ที่กรมอุทยานแห่งชาติระบุว่ามีอยู่เสียง 48 ตัว ขณะที่ช้างมีอยู่ 4 พันกว่าตัว ปัญหาคือเราไม่มีงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายดาวเทียมติดตามช้าง จึงทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นขอเรียกร้องให้มีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ด้วย รวมถึงข้อจำกัดด้านระเบียบของกฎหมายที่ไม่มีความสอดคล้องและครอบคลุมเต็มที่ คือ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ทารุณกรรมสัตว์ ไม่ได้มีระบุถึงความเครียดรุนแรงที่เกิดกับสัตว์จากการกระทำของมนุษย์ และพ.ร.บ. ป้องกันและการทารุณกรรม การจัดสวัสดิภาพ สัตว์ ปี 2557 ไม่ครอบคลุมไปถึงสัตว์ป่า เช่นช้างป่า และขอให้มีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.สำหรับรักษาช้างป่าแี 2464 ที่มีอายุ 100 ปี เพื่อให้มีการคุ้มครองและทารุณกรรมช้าง
“เรากำลังยืนอยู่บนทางแพ่งที่สำคัญ เป็นจุดวัดใจว่าสภาแห่งนี้เป็นผู้แทนฯหรือเป็นเพียงแค่ตรายางให้กับการทำงานแบบไซโลของราชการไทย เราต้องไม่ยอมให้งานวิจัยและข้อเสนอต่างๆติดกับดักการทำงานของรัฐไทย จนไม่เกิดสัมฤทธิ์ผลในการแก้ปัญหา เป็นสภาวะอัมพาตทางการบริหาร กฎหมายแยกช้างออกจากวิถีชีวิตคนอย่างเด็ดขาด ผลที่ตามมาคือการบริหารจัดการที่ไร้ทิศทาง ขาดคนรับผิดชอบความปลอดภัยของคนและช้างก็ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย ซึ่งกุญแจดอกสำคัญคือระหว่างกระทรวงต้องหาทางออกที่ยั่งยืน ดังนั้นวันนี้คือวันวัดใจต้องลบคำครหาของสังคมว่านักการเมืองไทย ไม่จริงจังแก้ปัญหา ทำแบบปีต่อปีเท่านั้น ช้างมันกาบัตรเลือกตั้งให้ไม่ได้ นักการเมืองไทยเลยไม่ให้ความสำคัญ”นางรัดเกล้า กล่าว
จากนั้นเปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เด็ก ปชป.จี้รัฐบาลเลิกมองฟ้าก้มดูดินมองหน้าเกษตรกรบ้าง
'พิทักษ์เดช' จี้รัฐบาลเลิกมองฟ้าก้มดูดิน มองหน้าเกษตรกรบ้าง เร่งออกมาตรการแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ-ต้นทุนพุ่ง ก่อนกระดูกสันหลังของชาติจะไม่รอด
'จูรี'ทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่กลางสภา
'จูรี' ทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่กลางสภาบอกผ่านมา 5 เดือนแล้วยังไม่ได้รับเงินเลย จี้ 'นายกฯ' เร่งสั่งการ อย่าให้ความล่าช้าซ้ำเติมบาดแผลและความเจ็บปวดของชาวหาดใหญ่อีกเลย
ปชป. ร่วมเวที CALD ฟิลิปปินส์ คว้า 'เลขาฯ เยาวชนเอเชีย' ขับเคลื่อนคนรุ่นใหม่
'อิสรา' นำ ปชป. ร่วมประชุม CALD ฟิลิปปินส์ ดันความเท่าเทียม-คนรุ่นใหม่ 'ณัฏฐา ปิ่นนัดดา วสันตสิงห์' คว้าตำแหน่งเลขาฯ เยาวชนเอเชีย
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
ไม่มีอคติ! 'สาธิต' สรุปนายกฯแถลงวิกฤตน้ำมัน ขอโทษทำเต็มที่แล้ว ยังหาไอ้โม่งไม่เจอ ไม่แตะโครงสร้างราคา
รองหน.ปชป. ชี้นายกฯแถลงวิกฤตน้ำมัน ขอโทษ ที่สถานการณ์ปั่นป่วน ทำให้มีผลกระทบลำบากที่ทำมาแล้วทำอย่างเต็มที่แล้ว
'กรณ์' ซัดรัฐบาลผลักภาระประชาชนมีสิทธิ์เห็นดีเซลลิตรละ 50 บาท!
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

