ประธานสภาฯ โต้ "วิโรจน์" ปมอาหารกลางวัน สส. ยันสภาไม่ได้เหมาจ่าย 500 คนต่อวัน แต่จ่ายตามจริงเพียง 250-300 คน พร้อมเผยอีก 1 สัปดาห์ จะยกเลิกระบบจัดอาหารกลางวันทั้งหมด
1 เมษายน 2569 - ที่ศูนย์อาหาร อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงมารับประทานอาหารกลางวันภายในอาคารรัฐสภา ภายหลังรับประทานอาหารเสร็จ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์เรื่องอาหารกลางวันของ สส. โดยระบุว่าเป็นงบประมาณที่จ่ายไปแล้ว ต่อให้ไม่กินก็ต้องจ่าย ทำให้อาหารเหลือ
นายโสภณ ชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะปัจจุบันไม่ได้จ่ายค่าอาหารกลางวันแบบเหมารายหัว 500 คนต่อวันเหมือนที่ถูกวิจารณ์ แต่ได้ปรับลดลงมาตั้งแต่สภาชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่ โดยขณะนี้จ่ายตามจำนวนจริงเฉลี่ยประมาณ 250-300 คนต่อวันเท่านั้น ไม่ใช่การเหมาจ่ายเต็มจำนวนแล้วปล่อยให้อาหารเหลือ
ประธานสภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่า สส.สามารถเลือกลงมาซื้ออาหารรับประทานเองได้ และในส่วนของงบประมาณที่ไม่ได้ใช้จ่ายให้ผู้รับจ้างจัดทำอาหารกลางวันนั้น จะส่งคืนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้สูญเปล่าตามที่มีการเข้าใจ
นายโสภณ ยังระบุด้วยว่า ระบบจัดอาหารกลางวันแบบปัจจุบันจะเหลือใช้อีกเพียง 1 สัปดาห์ ก่อนจะยกเลิกทั้งหมด โดยย้ำว่าแนวทางที่ดำเนินอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เป็นการจัดตามความเป็นจริงและพยายามควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เหมาะสม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วุฒิสภา แถลงผลงาน 2 ปี ปัดครหา สว.สีน้ำเงิน มองคดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง
นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน 2 ปี วุฒิสภาภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในด้านต่างๆ
สภาวุ่น! 'เสรีพิศุทธ์' เจอ 'ศุภชัย' เบรกพาดพิงนายกฯคดีฮั้วสว. 'โสภณ' ปิดไมค์จี้ถอนคำพูด 'ปธ.สภาฯ' อยู่ฝ่ายรัฐบาล
วุ่น! ‘เสรีพิศุทธ์‘ ยังไม่ทันได้พูดถึงงบฯ เจอ ‘ศุภชัย‘ เบรกให้อภิปรายอย่างมีสติ หลังพาดพิงนายกฯ คดีฮั้ว สว. สั่งล็อกเลือกตั้งสีน้ำเงิน ก่อน ‘โสภณ’ ปิดไมค์ จี้ถอนคำพูดก้าวล้วง ‘ประธานสภาฯ’ ไม่เป็นกลาง-อยู่ฝ่ายรัฐบาล
ประธานรัฐสภา ประกาศสู้ยาเสพติด 4 มิติ ป้องกัน-บำบัด-ปราบปราม-แก้กฎหมาย เดินหน้าโครงการรวมพลังรักศรัทธาฯ แก้ปัญหาแบบบูรณาการ
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา กล่าวเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก พ.ศ.2569 ว่า ในฐานะเป็นประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ต่อสู้กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่เป็นสส. 3-4 ปีที่ต่อสู้กับเรื่องดังกล่าวได้เห็นปัญหาและมีกระบวนการในการแก้ไข 4 มิติคือ
ศาลชี้ชะตา‘พรก.กู้เงิน’9ก.ค.
เปิดร่าง พ.ร.บ.โอนงบ หมื่นล้าน 19 กระทรวง 6 แผนบูรณาการ พบ “คมนาคม” ถูกโอนงบสูงสุด กว่า 2 พันล้าน รองลงมา มหาดไทย 1.8 พันล้าน
'โสภณ' ชี้งบแก้ปัญหายาเสพติด ยังสะเปะสะปะ ต้องแก้กฎหมายให้หน่วยงานต่างๆได้บูรณาการทำงาน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายโสภณ กล่าวว่า งานนี้ถือเป็นงานใหญ่ของการแก้ปัญหายาเสพติด
"ประธานโสภณ" เปิดเวที สภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน สดุดี "พระองค์ภา" ต้นแบบความเสมอภาค ทรงใส่ใจทุกข์สุข ความเป็นอยู่ผู้ต้องหา ให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ท่ามกลางนักศึกษาหลายสถาบัน
วันที่ 22 มิ.ย.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ความเสมอภาคทางเพศ” ณ อาคารรัฐสภา โดยมี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง พร้อมด้วย ผู้บริหาร ,บุคลากรสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมโครงการ โดยก่อนเริ่มพิธี ผู้เข้าร่วมโครงการร่วมยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นายโสภณ กล่าวเปิดโครงการและบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สภาผู้แทนราษฎรกับการมีส่วนร่วมของประชาชน” ว่า รัฐสภาเป็นสถาบันหลักของระบอบประชาธิปไตย และเป็นพื้นที่สำคัญในการรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนจากทุกภาคส่วน แม้สังคมไทยจะให้ความสำคัญกับฝ่ายบริหารในการขับเคลื่อนประเทศ แต่คุณค่าที่แท้จริงของประชาธิปไตยอยู่ที่รัฐสภา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศ และเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ความเสมอภาคไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องความแตกต่างทางเพศเท่านั้น แต่หมายถึงการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่ยึดติดกับฐานะทางสังคม ตำแหน่ง หรือความมั่งคั่ง "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ถือเป็นตัวอย่างในการสร้างความเสมอภาค ท่านเรียนจบนิติศาสตร์ เป็นอัยการขึ้นนั่งบัลลังก์ว่าความ ท่านเข้าไปในเรือนจำเพื่อไปดูทุกข์ สุข ความเป็นอยู่ของผู้ต้องหา ให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถึงจะเป็นผู้ทำความผิดก็ตาม เป็นตัวอย่างที่ดีอีกตัวอย่างหนึ่งของคำว่าความเสมอภาค" ประธานรัฐสภา กล่าว นายโสภณ ได้ฝากข้อคิดถึงเยาวชนว่า คนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ จึงควรเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ควบคู่กับการรักษารากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองและและร่วมขับเคลื่อนประเทศในอนาคต ประธานรัฐสภา กล่าวอีกว่า การพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการสร้างคน ส่งเสริมคนดี คนเก่ง ให้ได้รับโอกาสอย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันต้องไม่ทอดทิ้งผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบาง เพื่อให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขและเท่าเทียม

