
5 เม.ย.2569-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พูดกันมากเกี่ยวกับราคาน้ำมันว่า ในเมื่อมีสต๊อคน้ำมันดิบเก่าซึ่งเป็นราคาเดิม เมื่อน้ำมันดิบในตลาดโลกขึ้นราคาเหตุใดจึงต้องขึ้นราคาตาม ก็แค่เอาราคาน้ำมันดิบที่ซื้อมา บวกด้วยกำไรที่ต้องการก็จบแล้ว ซึ่งเราเรียกวิธีตั้งราคาแบบนี้ว่า cost plus
ต้องขอบอกว่า เรื่องมันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น การตั้งราคาขายปลีกน้ำมัน ประเทศส่วนใหญ่ใช้ราคาขายส่งน้ำมันจากโรงกลั่นในตลาดโลกเป็นตัวตั้ง ประเทศเราใช้ราคาขายส่งน้ำมันสำเร็จรูปจากโรงกลั่นในตลาดสิงคโปร์เป็นตัวตั้ง ทั้งยังบวกค่าส่ง ค่าประกัน จากสิงคโปร์มาไทย ในยามสงครามยังไปบวกพรีเมี่ยมความเสี่ยงเข้าไปอีก สาเหตุที่ใช้ราคาตลาดโลกแทนที่จะใช้วิธีตั้งราคาแบบ cost plus ก็เพราะเกรงว่า หากตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดโลก ผู้ขายส่งน้ำมันก็จะพากันส่งออกกันจนปริมาณน้ำมันที่กลั่นในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ
เรามาทำความเข้าใจวิธีการตั้งราคาสินค้าโดยทั่วไปสักหน่อย
การตั้งราคาเป็นหน้าที่หนึ่งที่สำคัญมากของการบริหารการตลาด โดยทั่วไปการตั้งราคาสินค้ามีอยู่ 2 วิธีคือ
1.ตุ้นทุนต่อหน่วย + กำไรที่ต้องการ = ราคาขาย หรือเรียกวิธีนี้ว่า cost plus
2. ตั้งราคาตามราคาตลาด หรือบางคนใช้วิธีเปลี่ยนสมการเสียใหม่เป็น
ราคาขาย – กำไรที่ต้องการ = ต้นทุนต่อหน่วย
ความหมายตามข้อ 2 คือ ตั้งราคาขายตามราคาที่คาดว่าจะคาดว่าจะขายได้ในตลาด เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบกับสินค้าคู่แข่งเป็นอย่างดีแล้ว ประมาณการว่าต้องการกำไรต่อหน่วยเท่าใด แล้วจึงหักกำไรต่อหน่วยที่ต้องการออกจากราคาขาย ผลลัพท์ก็คือ ต้นทุนต่อหน่วยที่ต้องทำให้ได้ หากต้องการกำไรที่ต้องการ
สำหรับราคาน้ำมัน การกลั่นน้ำมันดิบแต่ละรอบ จะได้น้ำมันต่างชนิดออกมา ในแต่ละอุณหภูมิของการกลั่นที่ต่างกัน ดังนั้นการคำนวณต้นทุนต่อหน่วยของน้ำมันแต่ละขนิด เช่น ดีเซล เบนซิน น้ำมันเตา น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันก๊าด จะทำได้ค่อนข้างยาก จึงเป็นหลักสากลในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ว่าราคาขายส่งน้ำมันสำเร็จรูปจะใช้ราคาในตลาดโลกเป็นตัวตั้ง
เมื่อได้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปแล้ว ก็จะได้ตัวเลขที่เรียกว่า “ค่าการกลั่น” ซึ่งก็คือส่วนต่างระหว่างรายได้จากการขายนำ้มันสำเร็จรูปของโรงกลั่นกับต้นทุนน้ำมันดิบที่ซื้อมา จะเห็นว่า ค่าการกลั่นไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริงของโรงกลั่น เพราะไม่ได้มีการคำนวณต้นทุนการกลั่นแต่อย่างใด ค่าการกลั่นจะสูงหรือต่ำจึงขึ้นอยู่กับตัวแปรคือ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก และราคาน้ำมันดิบที่โรงกลั่นซื้อมา จึงไม่เข้าใจว่าจะลดค่าการกลั่นได้อย่างไร ตราบที่เรายังใช้ราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์เป็นตัวตั้ง ค่าการกลั่นจะลดได้ก็เมื่อราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ลดลง หรือมูลค่าน้ำมันดิบในสต๊อคเพิ่มขึ้น หรือทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน
เมื่อค่าการกลั่นไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริง การจัดทำงบกำไรขาดทุนของโรงกลั่น ซึ่งต้องใช้ตัวเลขที่แท้จริง เช่น งบกำไรขาดทุนรายเดือน ก็จะใช้ยอดขายในเดือนนั้น หักด้วยต้นทุนขาย(cost of goods sold)ที่แท้จริง ไม่ได้หักด้วยค่าการกลั่น และหักค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวกับการกลั่น เช่น ค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้า ค่าโสหุ้ย ซึ่งต้องคำนวณตามหลักวิชาการบัญชี จึงจะได้ตัวเลขกำไรหรือขาดทุนที่แท้จริง
ในระบบเศรษฐกิจแบบการค้าเสรีหรือทุนนิยม หากกำหนดราคาขาย 120 บาทต่อหน่วย และขายได้ดี แต่บังเอิญซื้อวัตถุดิบสำหรับการผลิตมาได้ในราคาถูกกว่าปกติ ไม่มีนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการคนไหนจะลดราคาขายลงตามราคาวัตถุดิบที่ลดลงอย่างแน่นอน การได้กำไรเพิ่มขึ้นเพราะสามารถซื้อวัตถุดิบได้ถูก ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ถือว่าเป็นลาภลอย แต่ถือว่าเป็นกำไรที่ควรได้จากความสามารถในการบริหารการจัดซื้อด้วยซ้ำ แต่อุตสาหกรรมปิโตรเลียม โดยเฉพาะน้ำมัน ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกอื่น จำเป็นต้องใช้น้ำมัน การบังคับให้ขายตามราคาที่รัฐกำหนดไม่สามารถทำได้ หากจะลดราคาขายปลีกลง รัฐจึงต้องชดเชยส่วนต่างให้ผู้ประกอบการในบางประเทศจึงได้เกิดความคิดที่จะเก็บภาษีลาภลอยจากผู้ประกอบการ เข้าใจว่าประเทศเรากำลังพิจารณากันอยู่
พูดกันอย่างเป็นธรรม ยังมีอีกหลายประเทศที่ราคาน้ำมันสูงกว่าประเทศเรา เช่นสิงคโปร์ หรือแม้แต่ราคาน้ำมันในสหรัฐอมริการก็สูงกว่าประเทศเรา ทั้งที่สหรัฐแทบไม่ได้ซื้อนำ้มันที่ต้องบรรทุกผ่านช่องแคบฮอร์มุสแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะการตั้งราคาน้ำมันโดยทั่วไปใช้ราคาในตลาดโลกเป็นตัวตั้ง จากนั้นจะบวกส่วนเพิ่มต่างๆ เช่น ภาษี ค่าการตลาด เป็นต้น ก็จะได้ราคาขายปลีก ซึ่งโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันแต่ละ ประเทศอาจไม่เหมือนกัน
กรณีประเทศไทย เราใช้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ บวกค่าขนส่ง และค่าประกันเพื่อส่งมาประเทศไทยเป็นตัวตั้ง ราคานี้ยังไม่ใช่ราคาขายปลีกภายในประเทศ ราคาขายปลีกในประเทศจะใช้สูตรดังนี้
ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ = ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์รวมค่าขนส่งและค่าประกัน + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเทศบาล +/-เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง + กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน + ค่าการตลาด + ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ประเทศที่เขามีราคาขายปลีกต่ำกว่าประเทศเรา ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ใช้ราคาในตลาดโลกเป็นตัวตั้ง แต่เขาไม่เก็บภาษีต่างๆอย่างที่เราเก็บ และไม่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจทำให้ราคาขายปลีกสูงขึ้นหรือต่ำลงก็ได้แล้วแต่กรณี ยังมีประเทศที่เขาผลิตน้ำมันได้เหลือเฟือ ส่งออกแล้วก็ยังมีเหลือให้ใช้ภายในประเทศอย่างเหลือเฟือ เขาอาจจะไม่กำหนดราคาขายภายในประเทศจากราคาตลาดโลกก็ได้ เพราะเขาไม่ต้องกลัวว่าจะมีการส่งออกน้ำมันจนไม่มีเหลือพอใช้ในประเทศ
หากจะต้องการลดราคาขายปลีกน้ำมันลง หรือแม้แต่รักษาเสถียรภาพราคาก็ตาม ก็คงจะต้องพิจารณาทุกองค์ประกอบของโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันว่า องค์ประกอบใดควรลดลง หรือยกเลิก เช่น ภาษีสรรพสามิตควรเก็บต่อไปหรือไม่ ถ้าเก็บควรเก็บเท่าใด ราคาขายตามตลาดสิงคโปร์ควรยกเลิกหรือไม่ หรือคงไว้แต่ไม่บวกค่าขนส่งและค่าประกัน ค่าการตลาดสูงไปหรือไม่ และที่สำคัญคือ ยังควรมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ หรือจะยกเลิกแล้วปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามความจริง
ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาโดยมุ่งไปที่โครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมัน จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างยิ่ง กลัวแต่ว่าจะทำไม่สำเร็จ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีรัฐบาลไหนทำสำเร็จ คุณยิ่งลักษณ์เคยประกาศก้องขณะหาเสียงแล้วเคยประกาศก้องว่า จะยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรี กลับทำเงียบ กลับไปพยายามผ่านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย เป็นที่น่าสงสัยว่า โครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ใครได้ผลประโยชน์โดยที่ไม่ควรได้หรือไม่ เพราะเหตุใดจึงยังไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ เห็นแต่บอกว่าจะทำ แต่ในที่สุดก็เงียบไปทุ กรายไป
จะเห็นว่าโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันของประเทศเรา จะบวกค่าอะไรต่ออะไรเข้าไปอย่างมากมาย เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีกลไกคือ ในยามน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์ราคาถูกลง แทนที่จะเราจะได้ใช้น้ำมันถูกลงตามทันที กลับบวกราคาเข้าไปอีกเพื่อนำเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยราคาให้กับแก๊สหุงต้ม น้ำมันดีเซล และให้กับน้ำมันเบนซินในกรณีที่เคยชดเชยให้ก่อนหน้าในขณะที่ราคาน้ำมันแพง
ที่รัฐบาลควรพิจารณาอย่างยิ่งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน คือการลดภาษีสรรพสามิต และไม่ควรลดเพียงบาทสองบาท แต่ควรลดมากกว่านั้นเพราะปัจจุบันเก็บถึงลิตรละเกือบ 7 บาท เพราะหากอ้างเหตุผลว่า เป็นเพราะน้ำมันทำให้เกิดมลภาวะหรือ pollution ในอากาศ ผู้ใช้น้ำมันจึงต้องจ่ายภาษีสรรพสามิต แต่ตั้งแต่รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันไป ยังไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนใช้เงินภาษีที่เก็บได้ไปทำสิ่งที่สามารถลดมลภาวะลงได้ นอกจากการตรวจจับรถที่สร้างควันพิษเกินกำหนด ซึ่งก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง หากเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตไปเลย เพียงเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น ราคาน้ำมันจะลดลงได้ถึงลิตรละ 6-7 บาทเลยทีเดียว
เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่กล้าทำ เพราะจะทำให้รัฐบาลขาดรายได้ไปไม่น้อย แต่อย่าลืมว่า ในยามนี้หากลดราคาน้ำมันลง โดยรัฐบาลลดภาษีควักเนื้อตัวเอง โดยไม่ต้องไปบวกเพิ่มราคาในภายหลังเพื่อนำไปชดเชยให้กองทุน น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งก็ควรจะเลิกไปเช่นกัน คะแนนเสียงจะมาอย่างถล่มทลาย ดีกว่าคนละครึ่งพลัสเสียอีก
ขอจงเชื่อเถิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำมันที่หายไป 57 ล้านลิตร เมื่อความจริงกำลังถูกท้าทาย อันตรายกว่าวิกฤตพลังงาน
ดร.นพดล ชี้หากประชาชนส่วนใหญ่ไม่แยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความ ไม่ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล และเชื่อกรอบการเล่าเรื่องที่ถูกปั่นกระแรงโซเชียลแรงที่สุด ประเทศจะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ‘ความเชื่อเข้าแทนที่ความจริง’ ซึ่งอันตรายกว่าวิกฤตพลังงานเสียอีก
'ปุ๊3บาท' หนุนรื้อสูตรค่าการกลั่น ชี้โครงสร้างราคาน้ำมันไทยเพี้ยน เก็บภาษีหลายตัวเกิน
นักพลังงาน ปุ๊ 3 บาท หนุนรื้อสูตรค่าการกลั่น ชี้โครงสร้างราคาน้ำมันไทย เพี้ยน เก็บภาษีหลายตัวเกิน เชื่อหากดีลกับโรงกลั่น คุยกันได้ก็จบ
จบภารกิจ! โบว์ ณัฏฐา โพสต์ ศบก.ชุดเดิมหมดวาระไปพร้อมรัฐบาลเก่า
ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) โพสต์เฟซบุ๊ก
'ศรชล.' สกัดข้อมูลมั่ว แจงแท่นผลิตพลังงานไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมันลอยลำ
“ศรชล.” โต้เพจดังแพร่ข้อมูลคาดเคลื่อน แจงเป็นแท่นผลิตพลังงานในทะเล ไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมันนับร้อยลอยลำ
'ท็อป' ลั่นเดินตามรอย 'พ่อบรรหาร' นั่ง ' รมว.อุตสาหกรรม' บอกยังไม่เก่งขอเวลาฝึกวิชา
วราวุธ ลั่นพ่อบรรหารเป็น รมว.อุตสาหกรรม จะมีลูกชายเป็น รมว.อุตสาหกรรมในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่คนสุพรรณบุรีให้โอกาส ยืนยันไม่ว่าจะอย่างไรคนสุพรรณฯก็ไม่ทิ้งกัน
ชาวบ้านกระอัก! รถพุ่มพวงจำใจเฉือนปริมาณสินค้า
โคราชประชาชนอวกน้ำมันพ่นพิษดีเซลพุ่งลิตรละ 50 บาท กระทบหนัก “รถพุ่มพวง” ต้นทุนพุ่งวันละพัน แม่ค้าหั่นปริมาณสินค้า วอนรัฐเร่งแก้ก่อนราคาของกินขยับ

