
8 เม.ย. 2569 - ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผ็นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อชี้มูลความผิด กรณีแถลงยืนยันว่าไม่มีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฎว่า มีการจับกุมผู้กักตุนน้ำมันจำนวนมากได้หลายราย ล่าสุดที่คลังสุราษฎร์ธานี อันชี้ให้เห็นว่าเป็นการแถลงให้ข้อมูลข่าวสาร ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชน ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันหน้าสถานีบริการต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยประชาชนต่างครหาว่าอาจมีไอ้โม่งคอยกักตุนน้ำมัน เพื่อหวังผลเก็บไว้ขายในช่วงที่น้ำมันมีราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะนายกรัฐฒนตรีที่จะต้องเร่งสั่งการให้มีการตรวจสอบ จับกุม และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้ผู้ใดใช้ช่องทางดังกล่าวแสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน แต่ทว่านายกรัฐมนตรีกลับตอบคำถามของผู้สื่อข่าวในประเด็นดังกล่าวว่า “ไม่มีไอ้โม่งที่มากักตุนน้ำมัน มีแต่ประชาชนที่มีความกังวลแล้วมากักตุนน้ำมัน”
คำพูดของนายกดังกล่าวกลับย้อนแย้งต่อข้อเท็จจริง เพราะหลังจากนั้นไม่ทันข้ามคืนก็มีการจับกุมบริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งว่า มีพฤติการณ์กักตุนสินค้าและฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ถัดมาอีก 3 วันเจ้าหน้าที่ได้พบรถต้องสงสัย คาดว่าเตรียมส่งน้ำมันดีเซล 2 หมื่นลิตรข้ามไปฝั่งเมียนมา และยังพบถังน้ำมันที่บรรจุน้ำมันไว้เต็มอัตรากักตุนไว้อีกหลายร้อยถัง หลังจากนั้นรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสต็อก โดยสุ่มตรวจสถานีบริการเกือบ 3,000 แห่ง พบสถานที่เก็บน้ำมันผิดกฎหมายอีก 3 แห่ง ยึดของกลางรวมกว่า 30,000 ลิตร
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ DSI สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบความผิดปกติของคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้ตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน จากการตรวจสอบต้นทาง มีเรือบรรทุกนํ้ามันออกจากคลังน้ำมัน เดินทางไปยังคลังนํ้ามัน 6 แห่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งหมด 99 เที่ยว มีน้ำมันออกจากคลังน้ำมันทั้งสิ้น 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางมีน้ำมันหายไปบางส่วน มีนํ้ามันไปถึงปลายทาง 160 ล้านลิตร เท่ากับหายไป 57 ล้านลิตร อันเป็นการบ่งชี้ว่ามีกระบวนการกักตุนน้ำมัน หรือมีไอ้โม่งจริง
"การที่นายอนุทิน ออกมาแถลงต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ว่าไม่มีไอ้โม่งคอยกักตุนน้ำมันนั้น จึงเป็นการให้ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จต่อประชาชน อันเป็นข้อห้ามในข้อ 15 และข้อ 16 ของมาตรฐานทางจริยธรรมฯตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 ชอบที่ ป.ป.ช.จะต้องไต่สวนและมีความเห็นชี้มูลความผิด เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป" นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' ซัดดีเอสฟ้องปิดปากพ่วงสั่ง กกต.คดีฮั้วต้องส่งศาลเท่านั้น!
'ณัฐพงษ์' ซัดดีเอสไอ ฟ้องปิดปากคนเปิดข้อมูลฮั้ว สว. เตือน กกต.ใช้อำนาจให้ถูกต้อง ระวังของเข้าตัว ย้ำต้องส่งศาลเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ชี้ถูก – ผิด
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.สอบโครงการ Solar Cell อาชีวะ 230 แห่ง ซอยงบฯ 5 แสนส่อล็อกสเปก
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ตรวจสอบ รมว.ศึกษาธิการและเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) และรองเลขา กอศ. กรณีสั่งให้ 230 สถานศึกษาในสังกัดจัดทำโครงการ Solar Cell ทั่วประเทศ มูลค่า 115 ล้านบาท
เกินคาด 'เวทีธุรกิจไทย-เมียนมา' ประสบความสำเร็จ เจรจาการค้ากันคึกคัก
เวทีธุรกิจไทย-เมียนมา “THAILAND-MYANMAR Business Forum 2026” ภายใต้หัวข้อ “บทใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจไทย-เมียนมา” ประสบความสำเร็จ นักธุรกิจทั้งไทยและเมียนมาชื่นชอบมารับฟังข้อมูลปัจจุบัน และเจรจาธุรกิจการค้ากันคึกคัก
นักร้องจัดให้ ยื่น ป.ป.ช.สอบจริยธรรม 'สส.พรรคส้ม' บิดเบือน เปิดความลับ 'บังเกอร์ทหาร'
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี สส.พรรคส้ม รองคณะกรรมาธิการทหาร ออกมาแถลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบังเกอร์ทหารในพื้นที่จันทบุรี-ตราดราคา 50,000 บาทต่อหน่วย
'ศรีสุวรรณ' ร้องนายกฯ เร่งควบคุมศูนย์ DATA CENTER หวั่นแย่งใช้น้ำและไฟฟ้าจากประชาชน
'ศรีสุวรรณ' บุกทำเนียบฯ จี้ นายกฯสั่ง 'BOI-ทส.' เร่งควบคุมศูนย์ DATA CENTER มิให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ป้องกันการแย่งใช้น้ำและไฟฟ้าจากประชาชน ขู่หากยังเพิกเฉยร้องศาลปกครอง
'ศรีสุวรรณ' บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร 'สว.สีส้ม' จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่าย 'ฮั้ว' ด้วยหรือไม่
"ศรีสุวรรณ" บุก กกต.ร้องสอบผู้สมัคร "สว.สีส้ม" จัดประชุมห้องจูปิเตอร์เข้าข่ายฮั้วด้วยหรือไม่ ย้อนถามทำไมพฤติกรรมที่ดูคล้ายกัน พอเป็นคนที่ตัวเองเชียร์ถึงเรียกว่า "ทำงานร่วมกัน" หรือ "จัดตั้ง" แต่พอเป็นฝ่ายตรงข้ามกลับรีบใช้คำว่า "ฮั้ว" ยันต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย

