“นันทเดช” สะท้อนค่าครองชีพจากมื้ออาหารเกือบ 800 บาท ก่อนชี้ 3 ปัจจัยสำคัญ ทั้งขนาดประเทศ ระบบภาษี และ VAT ย้ำประชาชนวิจารณ์รัฐได้ แต่ต้องดูข้อเท็จจริงควบคู่ไปด้วย
11 เมษายน 2569 - พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยครับ
ตามปกติผม กับ ภรรยา จะออกไปกินข้าวกลางวัน/เย็น ตามร้านอาหารต่างๆ เพราะการทำอาหารดูจะเป็นเรื่องวุ่นวายไปสำหรับคนวัยนี้ ยกเว้นเสาร์-อาทิตย์ซึ่งลูกหลานจะมาหา แต่ส่วนใหญ่ก็ออกไปทานข้างนอกอีกเช่นเดิม วันนี้ไปทานอาหารกลางวันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งไปทานประจำอยู่แล้ว พอถึงตอนเก็บตังค์ รู้สึกว่ามันแพงมาก เกือบ 800 บาท ยังไม่มีของหวาน น้ำดื่มก็เป็นน้ำเปล่า 1 ขวด ไม่ต้องพูดถึงปริมาณอาหารที่ลดลง จึงตั้งใจว่าต่อไปคงจะไปห้างฯตามเดิม แต่จะไปกินเฉพาะตามศูนย์อาหารเท่านั้น เรื่องกินตามร้านอาหารนั้น ขอเว้นวรรค ไว้ชั่วคราวได้แล้วมั้ง
ในยุคนี้ควรทำอะไรที่ประหยัดไว้ก่อนน่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเอง และ ประเทศชาติด้วยครับ
ในโลกของความเป็นจริง ประเทศไทยเป็นประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์บ้าๆบอๆ ของนายทรัมป์น้อยมาก แม้น้ำมัน จะเป็นต้นทุนของการทำธุรกิจและสินค้าแทบทุกประเภท แต่เมื่อเราพิจารณาองค์ประกอบเปรียบเทียบต่างๆ ก็พอระงับสติอารมณ์ลงได้บ้าง
ดังนั้น การลดแลกแจกแถมที่รัฐมีต่อประชาชนเพราะวิกฤติ “ทรัมป์บ้า”
ครั้งนี้ จะดูว่าประเทศไหนทำดีกว่ากันต้องดู 3 เรื่องนี้ประกอบกันครับ
1. ต้องดูขนาดประเทศและจำนวนประชาชนประกอบด้วย ซึ่งพวกเรามักจะยก สิงค์โปร์ บรูไน หรือประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย มาเปรียบเทียบกับไทยตรงๆ ซึ่งก็ไม่น่าจะถูก เพราะจำนวนประชาชนแตกต่างกันมาก ประชากรน้อยๆ จะช่วยเหลืออะไรก็ทพได้สบายๆ แต่ถ้าขนาด70ล้านคนขึ้นไปนั้น รัฐบาลต้องคิดให้ดีครับ
2. ต้องดูวิธีการเก็บภาษีของประเทศเหล่านั้นประกอบด้วย ซึ่งเกือบทุกประเทศ เก็บสูงกว่าประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งประเทศที่มีสวัสดิการสังคม ยิ่งเสียมากใหญ่ 35-50% เลยทีเดียว นอกจากนั้นประเทศเหล่านั้นมีวิธีเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพ การคอรัปชั่นมีน้อย ทำให้มีผู้ที่เสียภาษีมากกว่าไทยด้วย (ไทยมีพลเมืองประมาณ 70 ล้านคน ดันเสียภาษีแค่ 11.8 ล้านคนเท่านั้น และที่เสียจริงจังเหลืออยู่แค่ประมาณ 4 ล้านคนเอง แต่ส่วนใหญ่บอกว่า ฉันก็เสียนะ ... ก็ว่ากันไปครับ )
3. เมื่อพูดถึง ภาษี ก็ต้องมาดูว่า การเก็บภาษีทางอ้อม (VAT) ของเราเป็นอย่าไร และนำมาพิจารณาประกอบด้วย ไทยเราออกกฏหมายเก็บภาษี VAT 10%มานานแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าบังคับใช้ ขอยกเว้นเรื่อยมา ยังคงใช้เก็บแค่ 7% เท่านั้น ในขณะที่ประเทศต่างๆเก็บกันสูงลิ่ว (ในสหรัฐฯเปิดเสรีให้กำหนดอัตราภาษีVATกันเองในแต่ละรัฐด้วยซ้ำ) จึงขอเอาในเอเชียมาให้ดู จีนมากสุด 13% ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ 10% สิงคโปร์ 9% ถ้าเราเก็บ 10 พี่ไทยเราจะได้เงินจากนักท่องเที่ยวมหาศาลเลยครับ
อย่างไรก็ตาม มันขึ้นอยู่กับตัวรัฐบาลด้วยครับ ว่าตั้งใจเอาเงินมาใช้เพื่อประชาชนเต็มที่หรือเปล่าด้วย ดังนั้นประชาชนสนับสนุนรัฐบาลได้ แต่ก็ต้องคอยตรวจสอบรัฐบาลควบคู่ไปด้วยด้วย ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประมงเรือเล็กสัตหีบ นับร้อยลำจอดทิ้งสมอทั่วอ่าว รับสู้ราคาน้ำมันไม่ไหวแล้ว
จากสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง ฝั่งทวีปยุโรป ระหว่างสหรัฐอเมริกา ร่วมือกับ อิสราเอล เปิดฉากสู้รบโจมตีอิหร่าน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ก.พ.69 ซึ่งทั้งสองฝ่ายทำการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง มีทีท่าทวีความรุนแรงมากขึ้น ยืดเยื้อต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เอาแล้ว 'คปท.' นัดมวลชนบุกทำเนียบฯ 11เม.ย. จี้แก้น้ำมันแพง ทวงถามนโยบายที่เป็นธรรม
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นัดมวลชนออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

