
จากสถานการณ์น้ำมันราคาแพงลิ่ว เพราะสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบการใช้รถอย่างมาก และส่งผลให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้มอเตอร์ไซต์มากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดในเขตกรุงเทพมหานคร นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.)กล่าวว่า จากการหารือกับกรุงเทพมหานคร และเก็บข้อมูลการจราจรจากสำนักงานตำรวจแห่งช่าติ พบว่าตั้งแต่น้ำมันปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ท้องถนนต่างๆในกรุงเทพฯ มีมอเตอร์ไซค์ออกมาวิ่งเยอะขึ้นเพราะต้องการประหยัดน้ำมัน ซึ่งจะเห็นได้ชัดเวลาติดไฟแดงตามแยกต่างๆ ที่จะมีมอเตอร์ไซค์คับคั่ง อย่างเห็นได้ชัด โดยกทม.รายงานว่าช่วงนี้มีมอเตอร์ไซค์บนท้องถนนกรุงเทพฯเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% นอกจากนี้ จากกล้องซีซีทีวีตามแยกต่างๆ ซึ่งใช้ AI เก็บข้อมูล ยังพบว่ามีมอเตอร์ไซต์ บนท้องถนนเยอะมากกว่าแต่ก่อน
“ปกติคนในกรุงเทพฯ ก็เบื่อหน่ายกับปัญหารถติดอยู่แล้ว ซึ่งเท่าที่ผมคุยกับทางกทม.และดูตัวเลขสถิติจราจร พบว่าตั้งแต่น้ำมันราคาแพงพรวดพราด ก็เป็นตัวเร่งให้มีคนตัดสินใจจอดรถไว้ที่บ้าน แล้วหันมาใช้มอเตอร์ไซค์ในการเดินทางแทน แต่ที่น่าห่วงก็คือ สงกรานต์ปีนี้ ที่คาดกันว่าจะมีคนอยู่ในกรุงเทพฯเยอะมากขึ้น เพราะกลับต่างจังหวัดลดลง สาเหตุเพราะน้ำมันแพง ก็จะมีการเล่นน้ำสงกรานต์ในกรุงเทพฯ และเป็นไปได้ อาจทำให้มีอุบัติเหตุจากมอเตอร์ไซค์สูงขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะในช่วงเทศกาล คนก็จะอดไม่ได้ที่จะต้องมีการฉลองดื่มกิน”ผอ.สคอ.กล่าว
ผอ.สคอ.กล่าวอีกว่า ถ้าหากปัญหาขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อออกไปอีก และราคาน้ำมันไม่ลดลงมา ยังคงอยู่ในระดับสูง ในช่วงอีก4-5 เดือนช้างหน้า คนก็จะหมดความอดทน หันมาใช้รถEV มากขึ้น และจอดรถสันดาปที่บ้าน ซึ่งความกังวลเรื่องราคาน้ำมัน ทำให้คนหันมาซื้อรถEVกันเยอะมาก ดังจะเห็นได้จากงานมอเตอร์โชว์ที่เพิ่งจบไป มียอดจองรถทุบสติถิ1.32 แสนคัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถEV

ในภาพรวมของอุบัติเหตุ นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า บทเรียนจากสถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ข้อมูลจาก ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 พบเกิดอุบัติเหตุรวม 1,538 ครั้ง บาดเจ็บ 1,495 คน และเสียชีวิต 253 ราย โดยสาเหตุหลักยังคงมาจาก การดื่มแล้วขับ และการขับรถเร็ว ยังคงสะท้อนว่าปัจจัยหลักมาจาก “ดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว” ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งในระดับบุคคลและชุมชน โดยด่านชุมชนเป็นกลไกสำคัญที่ช่วย “สกัดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง” โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน ซึ่งสามารถเฝ้าระวังและตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การดื่มแล้วขับ หรือการขับขี่โดยประมาท ก่อนออกสู่ถนนสายหลัก หลายพื้นที่พิสูจน์แล้วว่า ด่านชุมชนช่วยลดอุบัติเหตุได้จริง เพราะเป็นการดูแลกันเองในพื้นที่เมื่อผนวกกับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง จะช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ด้านการบังคับใช้กฎหมาย สคอ. สนับสนุนการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ในจุดเสี่ยง และการดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความตระหนักและลดพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนและพื้นที่จัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวจำนวนมาก ขณะเดียวกัน แนะให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตในช่วงเทศกาลอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการใช้จ่ายและการเดินทาง “การเลือกฉลองใกล้บ้าน” ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง “ผอ.สคอ.กล่าว
นอกจากนี้ หากชุมชนร่วมกำหนดกติกาในการจัดกิจกรรม เช่น การจำกัดเวลาและพื้นที่ในการดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลความปลอดภัยในงานคอนเสิร์ต และการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ความปลอดภัยก็จะเกิดขึ้นได้จริง ในอีกด้านหนึ่ง สคอ. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้า และจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ขายมีหน้าที่ต้องตรวจสอบอายุของผู้ซื้ออย่างรอบคอบ หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดร้ายแรง โดยมีบทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงและอุบัติเหตุ
“ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ ชุมชน และครอบครัว โดยเฉพาะการช่วยกันเตือนคนใกล้ตัว ไม่ให้ดื่มแล้วขับ เพราะทุกความสูญเสียส่งผลกระทบไปถึงคนที่อยู่ข้างหลัง สงกรานต์นี้ขอให้ยึดหลัก “ดื่มไม่ขับ ไม่ขับเร็ว ไม่ประมาท” และใช้โอกาสนี้ในการดูแลกันและกัน เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุข ไม่กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย หยุดเสี่ยงในวันนี้ เพื่อไม่ให้มีใครต้องเสียใจในวันพรุ่งนี้ เพราะคนข้างหลังเป็นห่วงคุณอยู่เสมอ “
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม. ไฟเขียวให้สกนช. กู้ 2 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมัน
'รสนา' หนุน 'เอกนัฏ' เรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน
นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์เฟซบุ๊กว่า ยามวิกฤต เก่งไม่กลัว กลัวช้ารัฐมนตรีพลังงานต้องเรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน
ราคาเหล็กพุ่งแรง 30% สต็อกใกล้หมด ผู้รับเหมาชะลองานก่อสร้างบ้าน เล็งปรับราคาใหม่
ขอนแก่นราคาเหล็กพุ่งแรง 30% หลังราคาน้ำมันยังคงผันผวน ขณะที่ผู้ประกอบการอั้นราคาเพื่อประคองลูกค้า แต่สต็อกใกล้หมด ด้านผู้รับเหมาชะลองานก่อสร้างบ้าน พร้อมปรับราคาหน้างานใหม่เพราะต้นทุนสูงขึ้น วอนรัฐเร่งแก้ต้นตอราคาน้ำมัน
น้ำมันแพง ล้งไม่มารับซื้อ ชาวสวนประกาศขายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กก.ละ 2 บาท ดีกว่าปล่อยหล่นจากต้น
ปัญหามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่ จ.พิษณุโลก กำลังประสบปัญหาราคาตก โดยเฉพาะที่ อ.วัดโบสถ์ ซึ่งมีเกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง กระจายตามตำบลต่างๆ กันจำนวนมาก ขณะนี้กำลังได้รับผลกระทบ ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองตกต่ำ
'อ.อัจฉราวดี' ปลง! สาดน้ำสงกรานต์จบก็ต้องปวดหัวและเตรียมรับมือน้ำมันแพงและเศรษฐกิจที่ถูกสั่นคลอนกันต่อไป
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกหลังจากการเจรจาล้มเหลว ไม่เฉพ

