'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์

5 พ.ค.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ต้องใช้เวลา 90 วันศึกษา คิด ฟังความเหมาะสมของโครงการแลนด์บริดจ์อย่างถ่องแท้ที่สุดก่อนตัดสินใจอนาคตประเทศ

รัฐบาลปัดฝุ่นโครงการแลนด์บริดจ์งบประมาณสูงถึง 1 ล้านล้านบาท สร้างระบบขนส่งขนาดใหญ่ระยะทาง 89 กม. เชื่อมสองฝั่งอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ในจังหวัดชุมพรกับระนอง นอกจากสร้างท่าเรือขนถ่ายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งสองฝั่งแล้ว ยังมีรถไฟรางคู่ขนาดราง 1.435 ม. ถนนหลวง ทางด่วนมอเตอร์เวย์ และระบบขนส่งทางท่อ ขณะที่มีเสียงคัดค้านจากองค์กรภาคประชาชนภาคใต้ได้ดังกระหึมมากพลังต่อต้าน

อย่างไรก็ตาม หากไทยไม่ขุดคลองคอคอดกระ (เดิม) หรือคลองไทย (ใหม่) แล้ว โครงการแลนด์บริดจ์ยากจะประสบความสำเร็จ เพราะเรือเสียเวลาขนถ่ายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ทั้งสองฝั่งโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น ถ้าจะลงทุนมหาศาล ไทยควรขุดคลองเพิ่มขึ้นมาในโครงการนี้ด้วย ซึ่งอาจจะพอมองเห็นความสำเร็จได้

สิ่งสำคัญโครงการนี้ยังต้องเวนคืนที่ดินรัฐและเอกชนรวม 3 แสนไร่มาให้ผู้ลงทุนเช่านาน 50 ปี แม้จะลดเวลาลงจากเช่า 99 ปีแล้ว แต่ในทางปฏิบัติรัฐคงต่อเวลาเช่าเป็นช่วงที่สองได้อีก 49 ปีก็เป็นไปได้

นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งที่ห่วงใยคือการอพยพของคนต่างชาติเข้ามาอยู่ในไทย เพราะขณะนี้ มีการถือครองพื้นที่เกาะพะงัน เกาะสมุยบางส่วน ภูเก็ต รวมทั้ง อ.ปาย แม่ฮองสอน ซึ่งชาวอิสราเอลชาย-หญิงกว่า 4 แสนคนเข้ามาอยู่อาศัยแล้ว ดังนั้น ระบบประเทศซ้อนประเทศจึงมีความน่ากังวลจะเกิดขึ้นได้

“เพื่อให้เกิดความสบายใจแล้ว รัฐบาลต้องกางรายละเอียดทั้งหมดของโครงการนี้ให้สังคมรับทราบ เพราะความจริงและความซื่อตรงกับประชาชนจะนำพาทุกอย่างให้เกิดความสำเร็จ เราไม่ต้องการหายนะ เหมือนเคยเสียค่าโง่ตอม่อโฮปเวลล์อีก”

พร้อมทั้งย้ำว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ก่อนลงมือทำ ขณะนี้ผืนป่าถูกบุกรุกตัดไม้ทำลายไปก่อนแล้ว ดังนั้น รัฐบาลต้องคิด แล้วฟัง นำเสนอในสิ่งที่ใช่ เพราะมันเป็นอนาคตของประเทศ

“การเช่าที่ดิน 50 ปีคือชั่วอนาคต เมื่อต้องการแสวงหาประโยชน์ให้ประเทศชาติแล้ว ต้องใช้ 90 วันให้เป็นคุณค่าต่อการศึกษาที่สุด”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เผยประธานาธิบดีเวียดนาม กราบบังคมทูลเชิญ 'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯเยือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผลการเยือน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามว่า การมาเยือนเวียดนามทำให้มีความต่อเนื่องของสิ่งที่เป็นความร่วมมือของทั้งสองประเทศได้อย่างชัดเจน ได้มาพัฒนายกระดับความสัมพันธ์ในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ การลงทุน

นายกฯ หารือประธานาธิบดีเวียดนาม ต่อยอดวิสัยทัศน์ 'จับมือและเติบโตไปด้วยกัน'

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายโต เลิม (H.E. Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม เพื่อสานต่อความร่วมมือและติดตามผลการหารือระหว่างกัน ภายหลังการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

'อนุทิน' โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคง ดันแลนด์บริดจ์

เวลา 08.30 น. ณ โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าก

แบบนี้ต้องชม!นักรัฐศาสตร์ชี้ รัฐบาลทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ สะท้อนภาวะผู้นำยุคใหม่ รับฟังเสียงประชาชน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มองว่า การที่รัฐบาลตัดสินใจทบทวนหลักเกณฑ์การตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษี ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการบริหารประเทศในยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับกา