
‘จตุพร’ บอก ‘ทักษิณ’ ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ถัดจากนี้ถ้าสู้การเมือง ความนิยมยิ่งลด ควานหาความสำเร็จไม่เจอ และไม่มีใครกลัว ขณะที่คดีชั้น 14 กับ ม.112 ยังเป็นเชือกผูกไว้อยู่ เสี่ยงกลับคุกอีก ขำนักพูดช่างกล้าย้อนด่าเผด็จการเพื่อยกยอ ลั่นเมื่อตระบัดสัตย์ข้ามขั้วจับมือ รปห. แต่งเรื่องใหม่วันนี้จึงผิดที่ ผิดเวลา ไม่ใช่วีรบุรุษ
11 พ.ค.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้พักโทษ ติดกำไลอีเอ็มออกจากคุกตั้งแต่เช้า 11 พ.ค.นี้ แต่มีคำถามว่า หลังจากนั้นจะวางมือการเมืองหรือไม่ ซึ่งคำตอบควรพูดให้ชัด ขณะที่คนไทยไม่มีสิทธิ์ห้ามทักษิณ ยุ่งการเมืองด้วย
อย่างไรก็ตาม ถ้าประกาศจะสู้ทางการเมืองต่อไป ย่อมไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน แต่ปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากอ้างกลับมาไทยเพื่อเลี้ยงหลาน แต่ยุ่งการเมืองจนเกิดความวุ่นวายตามมาอีก
“ถ้าบอกว่า ล้างมือในอ่างเด็ดขาด ใช้ชีวิตสงบในวัย 77 ปี ใครก็ไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตของบุคคลธรรมดา เพราะไม่ใช่คนสาธารณะ ถ้าเข้ามายุ่งทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิ์ และฝ่ายต่อต้านก็มีสิทธิ์ต้าน ฝ่ายสนับสนุนก็มีสิทธิ์สนับสนุนเช่นกัน”
อีกทั้ง ทักษิณ ยังมีอีกสองคดีคือ คดีชั้น 14 และ ม.112 ซึ่งมีโอกาสกลับเข้าคุกได้อีก โดยคดีชั้น 14 น่ากลัวกว่าคดี ม.112 หลายเท่าตัว และอาจจะมาเร็วด้วย ซึ่งต้องขบคิด อีกอย่างจุดสูงสุดทางการเมืองของทักษิณ ผ่านไปแล้วและคงกู่ไม่กลับ
สิ่งสำคัญหากทักษิณ อดไม่ได้ ถ้าต้องการยุ่งการเมืองควรอยู่เบื้องหลังแล้ว ต้องอยู่เบื้องหลังให้จริง ไม่เห็นตัว เป็นคนไร้ร่องรอย ถ้าทำไม่ได้จะเกิดผลลัพธ์ตามมา และคงมีแรงกระแทกกลับเช่นกัน
“การอยู่เบื้องหลังทำได้ แต่ว่าบางทีคนเราไม่ชินเหมือนกัน เพียงแต่ว่าทำใจได้หรือเปล่า ความจริงเสืออยู่มุมไหนก็เป็นเสือ ถ้ามาคำรามอยู่สี่แยกก็ไม่น่ากลัว เพราะไม่ใช่พื้นที่ (คำราม) ดังนั้น จึงอยู่ที่วิถีทางถัดจากนี้ไป ดังนั้น ในสถานะคนผ่านคุกกันมา เห็นว่า เชือก (คดี) ยังผูกขาอยู่อย่างน้อยสองเส้น”
นายจตุพร กล่าวว่า ในทางการเมืองมองเห็นกระดานว่า ยามไหนในหนทางข้างหน้าควรพยศหรือไม่ควรพยศ แต่พูดโดยทั่วไปแล้ว คนที่อยู่เหนือกว่าจะทำใจไม่ได้ เพราะคนที่เคยอยู่ใต้กลับมาอยู่เหนือแล้วตนเองทำใจไม่ได้ รับสภาพไม่ได้เมื่อเห็นลูกน้องไปใหญ่กว่าตัวเอง ซึ่งความจริงควรยกย่องและสนับสนุนลูกน้อง ชีวิตก็จะมีความสุข
นอกจากนี้ คดีในส่วนทักษิณ ยังมีอีกมาก โดยเฉพาะคดีของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวและอดีตนายกฯ ยังไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ดังนั้น ทุกเรื่องขณะนี้จึงไม่ง่ายเลย เพียงแต่ว่าคนเรามักลืมตัวเสมอ ยิ่งโซ่หลุดก็เอาอีกแล้ว
นอกจากนี้ เห็นว่า ความนิยมของทักษิณ ลดต่ำลงมาก โดยประเมินจากเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยที่ได้ สส.ต่ำกว่าร้อยเสียง หายไปกว่าครึ่งหนึ่งที่เคยได้รับ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคนสิ้นสงสัย ไม่มีอะไรค้างคาใจในทางการเมืองแล้ว
ถ้าทักษิณ อยากมาสู้ทางการเมืองก็ไม่มีใครกลัวอะไรแล้ว เพราะความสำเร็จของคนคือ จุดสูงสุดทางการเมือง เมื่อมันผ่านแล้ว เรื่องที่เคยทำได้ก็กลายเป็นเรื่องยาก โดยดูจากสองอดีตนายกฯ เพื่อไทยยังควานหาความสำเร็จไม่เจอทั้งที่ทักษิณ กลับมาอยู่ในไทยแล้ว
“ความสำเร็จเกิดจากความศรัทธาและความเชื่อมั่น ถ้าสองสิ่งนี้มีปัญหาแล้ว สิ่งที่เคยสำเร็จก็จะไม่สำเร็จ คนๆ เดียวเมื่อเคยทำความสำเร็จ ณ เวลาหนึ่ง แต่พอมาแล้วอีกเวลาหนึ่งก็หาความสำเร็จไม่เจอเหมือนกัน บัดนี้ได้พิสูจน์สัจธรรมการเเมืองให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วันที่มีความสำเร็จทางการเมือง ทำอะไรก็สำเร็จไปหมด แต่วันที่ไม่ใช่ก็ควานหาความสำเร็จไม่เจอ ทั้งที่เรื่องเหล่านั้นเคยสำเร็จมาแล้วก็ตาม”
นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้ ฝ่ายสนับสนุนทักษิณ ย้อนมาพูดเรื่องรัฐประหาร เรื่องเผด็จการ ถ้าไม่ไปตระบัดสัตย์ข้ามขั้วก็พูดเรื่องเหล่านี้ได้ แต่เมื่อตระบัดสัตย์ข้ามขั้ว เรื่องที่พูดวันนี้จึงไม่ใช่ เพราะเรื่องที่พูดต้องแสดงออกผ่านการต่อสู้ ตายเป็นตาย ออกคุกจะเป็นวีรบุรุษยิ่งใหญ่
“การพูดเรื่องปฏิวัติ รัฐประหาร ประชาธิปไตยและเผด็จการ แต่ตระบัดสัตย์ข้ามขั้วไปจับมือกับพวกที่เคยชี้หน้าว่า เป็นซากเดนรัฐประหาร แล้ววันนี้มาพูดใหม่อีกว่า เป็นผลจากการยึดอำนาจ แต่วันที่ได้อำนาจไปจับมือกับคนที่ยึดอำนาจก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ แล้ววันนี้มาแต่งเรื่องใหม่ เผื่อคนจะลืมเรื่องเก่า พอพูดอีกคนก็ขำ ช่างกล้าเหมือนกัน คนมีหน้าที่พูดก็พูดไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน
'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น
'จตุพร' แนะล้มรัฐบาลหนู ต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. เรียกคนชุมนุมมากขึ้น
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด
'จตุพร' เผยความเป็นพี่น้องกับ 'สนธิ' ยังบริบูรณ์ แต่หลักคิดไม่ผลีผลาม เพราะผลีผลามมาหลายเรื่องแล้ว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานร่าง
กันยาเดือด! 'สนธิ' นำม็อบลงถนน กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาลชี้คดีบาร์โค้ด
กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. 'สนธิ' ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด
'จตุพร' ฟันธง ตั้งแต่ 14 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว
'จตุพร' ลั่นโกงสอบยังไม่จบเรื่อง จี้รัฐบริหารอารมณ์ประชาชน ขยายผลลากขบวนการโกงมีกลไกรัฐคุ้มกันมาลงโทษ เร่งล้างบางการทุจริตรัฐ ออก กม.ลดอำนาจ กสถ. เชื่อตั้งแต่ 14-28 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว
'จตุพร' เชื่อมติ กกต. เสี่ยงราดน้ำมันบนกองไฟ โหมคนไม่พอใจลงถนน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์ว่า ในเดือนกันยายนนี้เริ่มประกาศขยับลงถนนชุมนุมใหญ่เพื่อกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนั้น ช่วงเวลารอยต่อ 14 วัน ตั้งแต่ 14-28 ก.ย.ยิ่งตึงเครียดร้อนแรงราวกับราดน้ำมันใส่กองไฟ

