ผงะ! สถิติ 4 เดือนแรกปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดีมูลค่า 7.4 พันล้าน

รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์ต่อเนื่อง เปิดสถิติ 4 เดือนแรก ปี 69 พบ 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท ยอดคดีโกงเริ่มลดลง

14 พ.ค.2569 - นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการตัดช่องทางการก่ออาชญากรรมที่สำคัญของขบวนการมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของรัฐบาล ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดเผยผลการวิเคราะห์จำนวนคดีที่รับแจ้งความเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงแผนประทุษกรรมของสแกมเมอร์ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ในวงรอบ 120 วัน พบว่า มีจำนวนคดี 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท ในระยะเวลาดังกล่าว ทีมวิเคราะห์ของศูนย์ ACSC พบว่ารูปแบบการหลอกลวง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1.การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ จำนวนคดีสูงที่สุด 85,215 คดี คิดเป็น 69.9% ของคดีทั้งหมด ความเสียหายเฉลี่ยต่อคดีอยู่ที่ 15,727 บาท โดยมีการผันผวนตามเทศกาล หรือฤดูซื้อของออนไลน์ จุดสูงสุดอยู่ที่เดือน มี.ค.2569 (มีจำนวน 22,908 คดี มูลค่าเสียหายรวม 353.3 ล้านบาท) ก่อนจะมีการปรับลดลงในเดือน เม.ย. (จำนวนคดี 20,823 คดี มูลค่าความเสียหาย 288.3 ล้านบาท) สะท้อนได้ว่ามาจาก seasonal-effect และผลของมาตรการเตือนภัย

2.กลุ่มหลอกลวงเชิงผลประโยชน์/ลงทุน สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุด 5,997.7 ล้านบาท หรือ 80.2% ของมูลค่าทั้งหมด ความเสียหายเฉลี่ยต่อคดี 166,449 บาท (ซึ่งสูงกว่ารูปแบบที่ 1 ราว 10 เท่า) แต่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ ม.ค. ซึ่งมีจำนวน 10,146 คดี และลดลงเหลือ 6,642 คดี ในเดือน เม.ย. เท่ากับลดลงประมาณ 34.5% ในระยะเวลา 4 เดือน สะท้อนผลของการปฏิบัติการของศูนย์ ACSC และการรับเรื่องของ AOC (ตัดข้อมูลติดต่อ) และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดต่อเนื่อง

3.กลุ่มการโจมตีทางเทคนิคเชิงรุก และคดีฉ้อโกงเทคโนโลยีอื่น ๆ เป็นภัยคุกคามที่ต้อง อาศัยทักษะทางเทคนิคของคนร้าย หากนับเชิงปริมาณ ถือว่า น้อยที่สุด มีจำนวนคดี 673 คดี คิดเป็น 0.55% แต่ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีกลับอยู่ที่ 211,686 บาท ถือว่าสูงที่สุด และเป็นภัยคุกคามขั้นสูง จากข้อมูลพบว่ารูปแบบนี้มีการขยายตัวอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะในเดือน มี.ค. มีจำนวน 385 คดี มูลค่าความเสียหาย 87.7 ล้านบาท พบมาจากการ Phishing / Hacking ขนาดใหญ่ และคดี Ransomware ที่มีมูลค่าต่อคดีพุ่งสูง

“รัฐบาลขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อกดลิงก์หรือกรอกข้อความใดๆ ที่ส่งมาทางแอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มใดก็ตาม และอย่าหลงเชื่อหน่วยงานหรือใครก็ตามที่มีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ต่างๆ ขอให้ทำการติดต่อสอบถามไปยังต้นสังกัดที่ถูกแอบอ้างก่อนทุกครั้ง ก่อนทำธุรกรรมใดๆ รวมไปถึงก่อนการลงทุนทุกครั้ง และขอให้ตรวจสอบไปที่ SEC Check first ก่อนทุกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าบริษัทดังกล่าวมีจริงหรือไม่ และอย่าเพิ่งโอนเงินใดๆ หากยังไม่ได้ตรวจสอบบัญชีปลายทางให้ดี เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ที่สำคัญ ขอให้มีสติ ไม่เชื่อ และไม่โอนเงิน เด็ดขาด” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รองโฆษกป้ายแดงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนแจงปมแถลงข่าวคลาดเคลื่อน

'ภัทร์ดารัสมิ์' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ หลัง ครม.ตั้งเป็นรองโฆษก รบ. แจงปมแถลงข่าวปลดล็อก 8 กิจการไม่ต้องขออนุญาต พาดหัวคลาดเคลื่อน สื่อความหมายไม่ครบ ยันไม่มีใบสั่งการเมือง

ลุยแก้ PM2.5 ข้ามพรมแดนเชิงรุกจับมือเพื่อนบ้านตั้ง War Room เกาะติด

รัฐบาลเดินหน้าแก้ PM2.5 ข้ามพรมแดนเชิงรุก ตามข้อสั่งการนายกฯ ผนึกประเทศเพื่อนบ้านตั้ง War Room ติดตามหมอกควัน–จุดความร้อน ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค

รัฐบาลลุย 'บ้านเคหะเพื่อคนไทย'

รัฐบาลเดินหน้า 'บ้านเคหะเพื่อคนไทย' ขับเคลื่อนบ้านเคหะยุคใหม่ ชู Universal Design-พลังงานสะอาด เร่งยกระดับที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ รองรับผู้สูงอายุ-ฟื้นฟูชุมชนดินแดง

รบ.โวผลหรี่ไฟทางหลวงชนบทประหยัดค่าไฟได้ 40%

รัฐบาลเผยผลสำเร็จมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนน เพื่อร่วมประหยัดพลังงานของประเทศ ตั้งแต่ 1 พ.ค. 69 พบประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 40 % เดินหน้าเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบ 8 แสนดวง ภายในปี 71