มหกรรมรบเพื่อ "นักโทษ" ปล้นชาติเริ่มแล้ว "แดงตู่" ประกาศจบใน 4 วัน ไม่ได้ก็เลื่อนเป็น 7 วัน ดีเดย์เที่ยงวันอาทิตย์นรกเดือด ขู่ "มาร์ค" ไม่ยุบสภา จะเคลื่อนขบวนรอบกรุง 20 กม. "อภิสิทธิ์" ลั่นใครยั่วยุ กล่าวหาลอยๆ ต้องดำเนินคดี จับตาแดงบางกลุ่มเตรียมก่อความรุนแรง "เทือก" ประกาศอังคารที่ 16 มี.ค.จะเข้า ครม.ที่ทำเนียบฯ "อุ๊งอิ๊ง-เอม" ถูกต่อว่าที่เยอรมันเมื่อไหร่พ่อจะหยุดทำร้ายประเทศ "ชัย" เพี้ยนหนักนัดประชุมสภากลางดงม็อบ
เมื่อวันเสาร์ มีความเคลื่อนไหวของแกนนำรัฐบาล ภายในศูนย์รักษาความสงบ (ศอ.รส.) ตั้งอยู่ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ซึ่งจับตาดูความเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มเสื้อแดงที่หลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ ตลอดทั้งวัน
ที่สมาคมนายทหาร ร.11 รอ. ศูนย์แถลงข่าว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีชมพู กางเกงยีนส์, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ได้เดินมาจากกรมทหารล้อมวังซึ่งเป็นที่บัญชาการ ศอ.รส.
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอบคุณทุกฝ่ายที่ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบและมีระเบียบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้รับกำลังใจจากประชาชนที่เป็นห่วงสถานการณ์ อยากให้เจ้าหน้าที่เข้มแข็งในการตรวจตราเพื่อป้องกันเหตุต่างๆ ที่ทำงานในหลายพื้นที่ทั้งด่านต่างๆ รพ.ศิริราชที่ประชาชนให้กำลังใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาในเรื่องข่าวลือ การปล่อยข่าวในลักษณะที่ทำให้เกิดความสับสน ทำให้เกิดความขัดแย้งได้ยังมีต่อเนื่อง เมื่อวันศุกร์มีข่าวว่าจะมีการนำเอารถถังไปปิดแยก จะมีเรื่องของการไม่ให้เราอำนวยความสะดวก
"อยากให้เรียนรู้ว่าการปล่อยข่าวที่ผ่านมาหลายครั้งพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้เกิดความขัดแย้งว่ามันไม่จริง เพราะฉะนั้นอย่าไปหลงเชื่อ ทางเราพยายามสื่อสารมากยิ่งขึ้น โดยทางรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็ประสานงานโดยจะเปิดเว็บไซต์เพื่อชี้แจงข่าวในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มในบ่ายวันนี้ หวังว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือเพื่อให้การชุมนุมผ่านพ้นไปได้โดยไม่มีปัญหา"
ซักว่า ขณะนี้เป็นการทำลายความชอบธรรมในทั้งสองฝ่ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า การทำลายความชอบธรรมไม่มี เราไม่มีสิทธิ์ทำลายความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว แต่กรณีที่เกินเลยขอบเขตการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง เป็นเรื่องที่ต้องทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ถ้ามีลักษณะยั่วยุชักชวนคนทำผิดกฎหมาย ไม่ได้ เราจะไปกล่าวหาใครลอยๆ ไม่ได้ ถ้ามีการทำเช่นนั้นต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายทุกกระบวนการ จะมีการดำเนินคดี ถ้าทำผิดกฎหมาย ต้องมีการจับกุมต้องมีหมาย หรือยุติการชุมนุมต้องปฏิบัติตามหลักสากล ทั้งหมดรัฐไม่มีเป้าหมายทำลายความชอบธรรมของใคร
ถามว่า วันที่ 14 มีนาคม ประเมินว่าคนมามากที่สุด จะมีความสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดความสูญเสียหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ภาครัฐไม่มีอะไรที่ทำให้เกิดความสูญเสีย แต่มีอย่างที่บอกว่าบางกลุ่มต้องการให้เกิดความรุนแรง ดังนั้นผู้ชุมนุมและรัฐต้องทำงานร่วมกัน
กรณีที่ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง ไม่อยากเจรจากับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หน้าที่ของนายกอร์ปศักดิ์คือ ประสานงานให้เกิดความสะดวกไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำตามนั้นทุกอย่าง จึงมีข้อเสนอตรวจตราร่วมกัน เป็นไปตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ ไม่มีเรื่องการเจรจา เป็นเรื่องการประสานงาน
"มาร์ค"หลับสบายดี
"นอนหลับสบายดี แต่มียุงตัวเดียว" นายอภิสิทธิ์บอกกับสื่อมวลชนถึงการนอนใน ร.11 รอ. และบอกว่าที่บ้านไม่ได้โทร.หา แต่ตนเป็นคนโทร.ไป
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า ผู้ชุมนุมคงประมาณ 6-7 หมื่นคน บวกลบจากเดิม ตนไม่ทราบจริงๆ ใน กทม.เราเห็นว่ามันน้อยกว่าที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมเขาตั้งเป้าเอาไว้
"ยังคิดว่าเราคุมสถานการณ์ได้ รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องสร้างภาพ รัฐบาลอยากจะสร้างภาพให้ม็อบน่ารักด้วยซ้ำไป"
ถามถึงการทวิตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยุให้กลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเฝ้าระวังหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เราเฝ้าระวังมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ถ้าปฏิบัติตามกฎหมายก็โอเค ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จัดการ
ซักว่า ห่วงหรือไม่กรณีความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ รองนายกฯ บอกว่า ไม่ห่วง ไม่ทราบเหมือนกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ไหน ไม่ทราบ มีแต่ข่าวลือ ส่วนที่ครอบครัวและญาติของ พ.ต.ท.ทักษิณออกนอกประเทศนั้น เราก็ทราบกันมาก่อนแล้ว
"ภาวนาว่าในวันที่ 14 มีนาคมนี้อย่าได้มีอะไรรุนแรงเลย"
นายสุเทพยังกล่าวว่า หลังจากวันที่ 14 มี.ค. ต่อไปจะขอดู ถ้าคนน้อยลงจะประสานงานให้เขาหดตัวลงตามจำนวนของคน และเป้าหมายคือต้องให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็ต้องรู้ว่าถ้าทำให้ประชาชนลำบาก ประชาชนก็ไม่สนับสนุน เขาจะเสียแนวร่วม เราจะวิเคราะห์สถานการณ์กันวันต่อวัน
เมื่อถามว่า หลังวันที่ 14 มี.ค. จะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนสัญจรไปมาได้ รองนายกฯ ปฏิเสธว่า ไม่หรอก เราจะไม่เข้าไปทำอะไรที่รุนแรง เราใช้กรณีสลายมวลชนเฉพาะการทำผิดกฎหมาย ปิดถนน บุกรุกสถานที่ราชการและการบุกรุกเคหสถานบ้านเรือนของใครเท่านั้น ยังไม่มีปิดถนนเลย ซึ่งในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค. จะเข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ ซึ่งจะเข้าร่วมการประชุม ศอ.รส.ก่อนแล้วเข้าทำเนียบฯ
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศบอกว่าจะให้เสร็จภายใน 7 วัน โดยอ้างว่าเที่ยวนี้เป็นมวยรุ่นใหญ่ หมัดหนัก เข้าใจว่าเป้าหมายของแกนนำคนเสื้อแดงต้องการที่จะแตกหักกับรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพราะน่าจะมีเหตุผล 2 ข้อ คือ 1.ประเมินว่าม็อบนี้จะต้องรุนแรง เพื่อจบเกมโดยเร็ว 2.ม็อบนี้หมดเงิน หมดท่อน้ำเลี้ยง ทำให้ต้องถอยทัพกลับไป
"วันนี้สิ่งที่รัฐบาลกังวลที่สุดก็คือ คนเหล่านี้กำลังตีสองหน้า เล่นสองทาง ปากก็บอกว่าเรียกร้องโดยสันติเรียกร้องโดยสงบ แต่อีกกลุ่มหนึ่งอาจจะมีการเคลื่อนไหวใต้ดิน ซึ่งฝ่ายข่าวได้รายงานมาตลอดในเรื่องของวินาศกรรม ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ประมาทและเฝ้าดูแลจุดเสี่ยง"
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า อยากให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ควรจะให้ ส.ส.ที่มาร่วมกับผู้ชุมนุมกลับเข้าสู่สภาเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองถ้าจะให้รัฐบาลยุบสภาหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามกลไก
"การยุบสภาไม่ใช่ทางออกของบ้านเมืองในขณะนี้ การยุบสภาทำให้บ้านเมืองเสียหายอย่างน้อย 1 ปี โดยเฉพาะความเห็นของสภาอุตสาหกรรม สมาคมการท่องเที่ยว นักธุรกิจ ทั้งนี้แกนนำคนเสื้อแดงไม่ได้คำนึงถึงว่าจะทำให้บ้านเมือง เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นนักธุรกิจใหญ่ แต่เป็นนักธุรกิจทางการเมืองที่หาประโยชน์จากการชุมนุมจัดม็อบเพื่อหลอกเงินจากนายใหญ่เท่านั้น" นายเทพไทกล่าว
ตีเสมอเจ้า
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ 3 เกลอหัวกลมทำพิธีบวงสรวงที่อนุสาวรีย์สำคัญๆ ในกรุงเทพฯ อาทิ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ว่า ตนเห็นว่าการที่แกนนำมาทำพิธีประกาศอิสรภาพและหลั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เสมือนกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในอดีตของชาติไทย เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงหลั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เมื่อปี 2127 ซึ่งครั้งนั้นไทยเป็นประเทศราชของพม่า และบูรพกษัตริย์ไทยได้ทำพิธีประกาศอิสรภาพเพื่อกอบกู้เอกราชให้กับชาติไทยมาถึงจนทุกวันนี้ แต่ตนอยากถามแกนนำ 3 เกลอหัวกลมเป็นใคร ที่กล้าออกมาแสดงพฤติกรรมดังกล่าว
"อยากถามว่า ประกาศอิสรภาพจากใคร หรือต้องการจะแยกแผ่นดินไทยออกไป เพราะนี่คือปี พ.ศ.2553 ซึ่งไทยมีเอกราชเป็นปึกแผ่น และไม่ได้เป็นประเทศราชของชาติใด ทำไมจึงกล้าออกมาแสดงพฤติกรรมดังกล่าวเช่นนี้" นายสมบูรณ์กล่าว และถามไปยัง ส.ส.อีสานและเหนือของพรรคเพื่อไทย ว่าเหตุใดที่ยอมให้ 3 เกลอหัวกลมมาทำตัวสู้แล้วรวยได้อย่างไร
บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวถึงภาพรวมการชุมนุมในครั้งนี้ว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารก็อำนวยความสะดวกดี ส่วนการชุมนุมของจริงนั้นคงจะเริ่มขึ้นในวันที่ 14 มีนาคมนี้ โดยในวันดังกล่าวเวลา 12.00 น. นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. จะประกาศจุดยืนเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภา และถ้าหากรัฐบาลไม่ทำตามกลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนเป็นระยะทาง 20 กม. แต่ยืนยันว่าไม่ได้ไปที่รัฐสภาและทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน
"เชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะสามารถทำตามเป้าหมายได้ภายใน 4 วัน นับจากวันที่ 14 มีนาคม แต่หากไม่ได้จะเลื่อนออกเป็น 7 วัน"
เมื่อถามว่า จะเดินทางไปที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ใช่หรือไม่ นายจตุพรปฏิเสธที่จะตอบ ได้แต่ยิ้ม
อย่างไรก็ตาม เขาอ้างว่าขณะนี้ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างนายอภิสิทธิ์กับกองทัพเริ่มมีปัญหา ภายหลังที่ตนออกมาแฉว่านายอภิสิทธิ์เข้าไปนอนในบ้านพักของ พล.อ.ประมณฑ์ ผลาสินธ์ อดีต ผบ.ทบ. นายอภิสิทธิ์ได้ย้ายไปพักที่บ้านรับรองติดกับบ้านพักของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และมีการจัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ 8 ลำ นำทหารราบที่ 2 จากจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 2 กองพัน เข้าไปในราบ 11 เพราะเริ่มไม่ไว้ใจราบ 11 ในส่วนของกำลังพลที่เคยใช้ปราบปรามคนเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์เลือดรวม 3 กองพัน ได้ถูกนำเข้ามาที่กรมทหารราบที่ 1
นายจตุพรกล่าวว่า ข่าวที่ระบุว่าต่อรองกับ พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายในการชุมนุมจากวันละ 100 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท และมาลงตัวที่ 70 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง
แกนนำคนเสื้อแดงรายนี้ยังให้นายสุเทพตรวจสอบข่าวการเตรียมก่อเหตุรุนแรง มีรายงานว่า มี ผกก.ในพื้นที่ จ.อุดรธานีนายหนึ่งได้พบกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อหารือถึงการใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง ที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ เนื่องจาก ผกก.รายนี้สะสมอาวุธปืนอาก้า
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่นายอภิสิทธิ์ต้องทบทวนตัวเองด้วยการยุบสภาตามคำเรียกร้องของประชาชน ไม่ทำให้รัฐบาลที่ตนเองเป็นผู้นำถ่วงความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ ขอเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมกับคนชนชั้นล่าง โดยไม่ยอมให้อำมาตย์กดขี่อีกต่อไป
"วันอาทิตย์ประเทศไทยจะตกเป็นของประชาชน นรกจะเป็นของนายอภิสิทธิ์ อยากฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ว่า ถ้ายังอยากมีที่ยืนและอนาคตทางการเมือง ขอให้ตัดสินใจทำตามคำเรียกร้องของประชาชน"
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันอาทิตย์ พ.ต.ท.ทักษิณจะมีการโฟนอินมาในช่วง 17.00 น. ส่วนจะเป็นการสื่อสารแบบใดนั้น ต้องขอดูสถานการณ์ก่อน ส่วนคำถามที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ไหนนั้น ขอเรียนว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในสถานที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ว่าจะอยู่ไหน ก็ถือว่าอยู่กับคนเสื้อแดงตลอดเวลา
โห่ไล่"อุ๊งอิ๊ง-เอม"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงาน ITB 2010 ครั้งที่ 45 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี บริเวณโซนที่ 26 ซึ่งเป็นโซนทวีปเอเชีย เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น น.ส.พินทองทา และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ไปปรากฏตัวภายในบริเวณงาน และเดินผ่านบูธการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การบินไทย ระรินจินดาสปา บูธจังหวัดกระบี่ บูธจังหวัดภูเก็ต บูธพัทยา จนเรียกเสียงฮือฮาจากคนไทยที่มาออกบูธและผู้เข้าชมงาน
โดยขณะเที่ยวชมงานมีคนไทยรายหนึ่งปรี่เข้าไปต่อว่าต่อขานว่า เมื่อไรพ่อจะหยุดทำร้ายประเทศไทยเสียที ทำเอาลูกสาว พ.ต.ท.ทักษิณทั้งสองถึงกับหน้าถอดสี ก่อนจะรีบเดินหนีออกจากบริเวณงานอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนไทยว่า ช่วงนี้มีการชุมนุมของม็อบเสื้อแดง แต่ครอบครัวชินวัตรกลับหนีออกนอกประเทศทั้งหมด เสมือนเป็นการลอยแพคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุม
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ.และอดีต ผบ.สส.ในฐานะญาติผู้พี่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้หนีไปไหน ยังคงอยู่ประเทศไทย จะหนีทำไม และจะไม่ไปไหน เหตุที่อยู่เพราะจะได้เป็นเสียงที่เพิ่มอีกหนึ่งเสียงให้กับคนเสื้อแดง และพร้อมจะตะโกนร่วมกับคนเสื้อแดงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนเสื้อแดงให้ได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
อดีต ผบ.ทบ.อ้างว่า ความรุนแรงของคนเสื้อแดงคงไม่มี แต่จะเป็นการสร้างภาพของทางรัฐและโยนให้คนเสื้อแดงมากกว่า โดยกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงต้องการความรุนแรง คนเสื้อแดงเป็นคนดุร้าย ป่าเถื่อน น่ากลัว ทั้งที่เขาต้องการประชาธิปไตย ชุมนุมโดยสงบสันติมาตลอด
พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องฝากอะไรไปถึงนายอภิสิทธิ์ เพราะสมัยท่านเป็นผู้นำฝ่ายค้านเคยพูดไว้กับประชาชน ว่าหากมีประชาชนเพียงหนึ่งคนหรือแสนคนมาเรียกร้องรัฐบาล จะพิจารณาตัวเอง ทำไมตอนนี้ถึงขาดหลักการ การที่พี่น้องประชาชนออกมาชุมนุมนั้นหมายถึงเขาเหล่านั้นสะสมความไม่พอใจของรัฐบาล ทำไมอภิสิทธิ์ได้เปลี่ยนความคิดเร็ว
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาที่ประเทศกัมพูชาด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เดินทางมายังประเทศกัมพูชา แต่กำลังเดินทางไปยังทวีปยุโรปเพื่อพบลูกสาว ที่มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น เชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวของรัฐบาลที่พยายามเล่นสงครามข่าวลือจนเลอะเทอะ หาก พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางมากัมพูชาจริง ก็จะบอกชัดเจน จะมาอย่างสง่างามสมกับฐานะอดีตนายกฯ ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังหรือหลบซ่อนอะไร
เพี้ยนประชุมสภา
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้หารือกับนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา และตัดสินใจนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 16 มี.ค. เวลา 09.00 น. เพราะรัฐบาลต้องไปเจรจาความตกลงระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ซึ่งมีกรอบการเจรจาที่ค้างอยู่ 3 ฉบับ จึงได้มีการส่งข้อความไปยังโทรศัพท์ของ ส.ส.และ ส.ว. เพื่อเชิญร่วมประชุมร่วมรัฐสภาในวันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเรียกประชุมปกติ
แต่นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า คงไม่เหมาะสม เพราะไม่ทราบว่าสถานการณ์การชุมนุมจะเป็นอย่างไร ซึ่งการเรียกประชุมสามารถทำได้ แต่ถ้าคนไม่มาก็เปิดประชุมไม่ได้
เมื่อถามว่าเกรงจะเกิดเหตุการณ์ถูกล้อมเหมือนวันที่ 7 ต.ค.หรือไม่ ประธานวิปรัฐบาลตอบว่า ประธานรัฐสภาบอกว่าจะสู้ตาย แต่สำหรับผม ไม่ขอฝ่าวงล้อมไปประชุมอยู่แล้ว
ขณะที่วอร์รูมพรรคการเมืองใหม่ออกประกาศฉบับที่ 1 ให้ระวังเหตุจลาจลและวินาศกรรม โดยให้จับตา 1.กลุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งจะใช้โมเดลพฤษภาทมิฬ จัดกำลังออกเป็นกลุ่มกระจายทั่วเมืองเพื่อก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนอาจจะทำลายทรัพย์สินทางราชการให้เกิดความเสียหาย และลวงเจ้าหน้าที่ออกจากจุดเฝ้าระวังสถานที่สำคัญทางราชการ เพื่อเปิดทางให้มีการก่อวินาศกรรมโดยคนอีกกลุ่มหนึ่ง
2.กลุ่มแท็กซี่ในขณะนี้มีการว่าจ้างแท็กซี่หลายพันคันเพื่อระดมปิดถนนสำคัญๆ หลายจุดเพื่อให้การจราจรเป็นอัมพาต 3.การบุกจับเครื่องยิง M79 ได้กว่า 100 ชุด และมีการยืนยันว่าได้ทยอยส่งไปยังผู้ว่าจ้างแล้วจำนวนหนึ่งนั้น มีความเป็นไปได้ที่อาวุธหนักดังกล่าวจะถูกนำมาปฏิบัติการก่อวินาศกรรมในช่วงการชุมนุมของ นปช.
เอ็งอย่าอยู่เลย
พ.ต.ท.ทักษิณได้โฟนอินเข้ามายังเวทีคนเสื้อแดงที่แยกผ่านฟ้าฯ ว่าตั้งใจจะปราศรัยวันที่ 14 มีนาคม เขากล่าวว่า "พี่น้องเห็นไหม บ้านเมืองที่ไปอ้างเป็นประชาธิปไตย แต่ก็ไม่เป็นจริง เพราะสื่อก็ถูกควบคุม ทหารเต็มบ้านเต็มเมือง มีการประชุมราบ 11 ก็จะไปออกปฏิบัติการ ยกระดับเฝ้าระวังเป็นระดับ 3 ซึ่งเราตั้งใจมาอย่างสันติ เพื่อบอกรัฐบาลว่าเอ็งไปได้แล้ว เพราะปล้นอำนาจเข้ามา เอ็งอย่าอยู่เลย คืนอำนาจประชาชน นั่นคือสิ่งที่เราเรียกร้อง
ผมรู้ว่ารัฐบาลต้องใช้เวลาทำใจ เพราะไม่เคยเป็นมา หากไม่มีอำมาตย์ ไม่มีทหารเข้ามาช่วย ตอนสมัยคุณสมัครประกาศ พ.ร.ก. ทหารก็ซื่อบื้อไม่ออกมา พอคุณสมชายประกาศ พ.ร.ก. ก็มีแต่ตำรวจ แต่เวลายุบพรรค ทหารกลับออกมาหมด เพราะหัวหน้าปฏิวัติยังอยู่ และที่ต้องย้ำเพราะแสดงให้เห็นว่าประเทศไม่ปกติ ซึ่งหากประชาธิปไตยไม่กลับมา ประเทศก็ไม่เจริญรุ่งเรืองหรอก"
"ทหารมองคนเสื้อแดงเป็นศัตรูหรือไง ก็เพราะเผด็จการสร้างความไม่เป็นธรรม เราถึงมากัน เราจะอดทนอดกลั้น เราจะต่อสู้ด้วยสันติ ซึ่งตำรวจเขาเก็บกดมากแล้ว แต่ปัจจุบันมีความเป็นธรรมมาก เขาอำนวยความสะดวก ไม่กลั่นแกล้งประชาชน ทหารจึงควรเห็นใจประชาชน อย่ามาปราบประชาชน คืนอำนาจประชาชน นั่นคือสิ่งที่เราต้องการ"
พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวว่า เขาปล่อยข่าวว่าอยู่เขมร ทั้งๆ ที่อยู่ยุโรป ซึ่งลูกๆ มาทำงานที่เยอรมัน เลยมาพบที่ยุโรป ผมไม่มาเขมรหรอก เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ อยู่ที่ไหนก็โทรศัพท์ หรือวิดีโอลิงค์ได้ อย่ามาออกข่าวโกหก แล้วช่อง 5 ก็ยังมาออกข่าวอีกว่ายูเออีขับไล่ ผมไม่เคยมีที่ไหนขับไล่ บางประเทศมีสนธิสัญญาเขาก็เกรงใจบอกว่าช่วงนี้อย่าเพิ่งเข้ามา เพราะรัฐบาลมันตื๊อ
"ไอ้ ผอ.ช่อง 5 ผมเคยช่วยเหลือมันมา แต่ตอนนี้มันบ้าไปแล้ว อย่าตกใจกับข่าว ผมอยู่ดี ยิ่งพี่น้องออกมา ผมต้องสู้ ผมต้องไปตอบแทนพี่น้องที่สู้ความอยุติธรรม และลูกหลานไทย เมื่อท่านไม่ทิ้งผม ผมก็จะอยู่กับท่านตลอดไป เข้มแข็งเข้าไว้"
"พี่น้องเขาทนมานานแล้ว เขาอยากสร้างอนาคตที่ดีบนพื้นฐานความเสมอภาค เป็นธรรม เราจะต้องอดทนและสู้ร่วมกันต่อไป ขอขอบคุณในน้ำใจและเสียสละ ครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดโดยประชาชน โดยสันติ และผมจะกลับไปรับใช้พี่น้องครับ" พ.ต.ท.กล่าวส่งท้าย
จากนั้นนายณัฐวุฒิได้ปราศรัย โดยนำการตายของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา มาใช้ประโยชน์ในการโจมตีรัฐบาลว่าสองมาตรฐาน ไม่ให้ความเป็นธรรมกับไพร่ และระบุว่านายอภิสิทธิ์เป็นผู้ฆ่า พ.ต.อ.สมเพียร พร้อมเรียกร้องให้ไพร่ทั้งหลายลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำมาตย์
ก่อนหน้านั้น นายจตุพรนำประเด็นเดียวกันนี้มาปราศรัยเช่นกัน เพื่อหวังปลุกอารมณ์ให้คนเสื้อแดงเกลียดชังรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าการปราศรัยจะเน้นเรื่องการแบ่งชนชั้นเป็นพิเศษ.








