Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 38 สำนักพิมพ์แดนปลาดิบยกพลร่วมจัดนิทรรศการ


ปีที่ 38 ของ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และเป็นงานแสดงหนังสือนานาชาติครั้งที่ 8 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 6 เมษายน 2553 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในปีนี้มีพื้นที่จัดแสดงหนังสือดีกว่าล้านชื่อเรื่อง และมีหนังสือใหม่มากกว่า 2,000 ชื่อเรื่อง ที่ผุดจากสำนักพิมพ์ชั้นนำกว่า 423 แห่ง และ 900 บูธที่จัดแสดง นอกจากนี้ในงานยังอัดแน่นด้วยสาระบันเทิงอีกมากมาย

ริสรวล อร่ามเจริญ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า งานครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสพิเศษของสมาคมฯ ที่ก้าวสู่ปีที่ 50 อย่างสง่างาม เพราะการเดินทางกว่าครึ่งศตวรรษนั้น ในการมุ่งมั่นขับเคลื่อนให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการอ่าน

"การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด 'Reading maketh a full man' หรือการอ่านทำให้เป็นคนโดยสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคำพูดของฟรานซิส เบคอน เหมือนกับโปสเตอร์งานแสดงของเราในปีนี้ที่เป็นการบอกว่า มนุษย์เรามีวิวัฒนาการมาจากลิง และการอ่านจะทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ โดยเราคาดหวังว่าคนที่มาร่วมงาน 1.6 ล้านคน จะได้รับความรู้ที่มาจากการรักการอ่านกลับไปด้วย"

สีสันในงานนอกจากจะมีมาสคอต "เจ้าบุ๊คกี้" ลิงอ่านหนังสือ ไฮไลต์ในงานยังประกอบด้วยกิจกรรม ห้องสมุดหนังสือใหม่ เปิดให้ผู้สนใจสามารถใช้บริการยืมคืนได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการอ่าน ผู้อ่านสามารถยืมหนังสือในห้องสมุดใหม่ไปอ่านได้ ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อหนังสือเล่มนั้นกลับไปหรือไม่

และที่ขาดไม่ได้ก็คือโครงการสร้างสรรค์เพื่อสังคม ที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในโครงการ All for Book : Book for All โดยเชิญชวนนักอ่านร่วมบริจาคเงินเพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงหนังสือให้แก่น้องๆ ด้อยโอกาส ผู้บริจาคเงินทุกๆ 20 บาท จะได้รับชุดคั่นหนังสือ 5 แบบ ซึ่งเป็นผลงานศิลปินชื่อดังของเมืองไทย ได้แก่ ท่าน ว.วชิรเมธี, ม.ล.จิราธร จิระประวัติ, ทรงศีล ทิวสมบูรณ์, แป้ง-ภัทรีดา ประสานทอง และธนชัย อุชชิน หรือป๊อด โมเดิร์นด๊อก

"นอกจากนี้ วันที่ 2 เมษายน ที่ประกาศว่าเป็นวันรักการอ่านของไทยนั้น จะมีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจากเช้าจรดเย็น ตลอดทั้งวัน" ริสรวลกล่าว

ส่วนสำคัญของงานอีกส่วนของงานที่ถือว่าไม่ควรพลาดก็คือ ความเป็น "งานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ" ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 8 ทางสมาคมได้เชิญประเทศญี่ปุ่นเป็นแขกเกียรติยศ โดยมีสมาคมผู้จัดพิมพ์หนังสือแห่งประเทศญี่ปุ่น และแจแปน ฟาวน์เดชั่น และสมาคมผู้จัดพิมพ์เพื่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม (Publisher Association for Cultural Exchange) ดำเนินการจัดงานนิทรรศการ ในพื้นที่ที่เรียกว่า Japan Pavilion หรือ "ศาลาญี่ปุ่น" ซึ่งอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมดีๆ มากมาย

ริสรวล กล่าวว่า ปีนี้เป็นความภูมิใจของประเทศไทยอย่างยิ่ง ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นแขกรับเชิญ โดยเลือกประเทศไทยมาจัดงานแสดงหนังสือนานาชาติในปีนี้

"นับตั้งแต่เราปรับรูปแบบงานเป็นสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งแรก ประเทศที่เราคิดจะเชิญแขกเกียรติยศประเทศแรกก็คือประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ติดขัดเรื่อยมา จนปีนี้ด้วยเหตุผลที่ไทยมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมายาวนาน มีงานเขียนของไทยที่พูดถึงหนุ่มญี่ปุ่นกับสาวไทยหลายชิ้นงานด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสองประเทศ ปีนี้ทางญี่ปุ่นเขามีความพร้อม เราหวังว่า Japan Pavilion หรือศาลาญี่ปุ่น จะทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมรักการอ่านของชาวญี่ปุ่นได้ ดังจะเห็นได้ว่า ถ้าเราไปประเทศเขาก็จะเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่รักการอ่านมาก เราจะเห็นคนญี่ปุ่นอ่านหนังสือในรถไฟใต้ดิน รถเมล์ หรือที่ไหนๆ ซึ่งเราก็หวังอยากให้ประเทศของเรารักการอ่านอย่างเขาบ้าง"

มร.คัทซึมิ คาคาสึ ผู้อำนวยการบริหาร สำนักเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผอ.แจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ กล่าวถึง ส่วนการแสดงใน "ศาลาญี่ปุ่น" ที่มีพื้นที่ประมาณ 90 ตารางเมตรว่า การแสดงมีส่วนที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่น และส่วนของหนังสือ

ส่วนที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น อาทิ ศิลปะการพับกระดาษ หรือ Origami ศิลปะการจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น (Ikebana) ศิลปะการห่อของด้วยผ้าสไตล์ญี่ปุ่น (Furoshiki) เป็นต้น การสาธิตการเขียนอักษรญี่ปุ่นด้วยพู่กัน โดยมาริโกะ คิโนชิตะ (Mariko Kinoshita ) สาธิตการแต่งชุดยูกาดะ

นอกจากนี้ ยังมีนักเขียนคนดังของญี่ปุ่นที่เดินทางมาร่วมงาน โดยเฉพาะ โคจิ ซูซุจิ (Kojo Suzuki) ผู้เขียนเรื่อง "Ring" ซึ่งฮอลลีวู้ดนำไปสร้างภาพยนตร์จนโด่งดัง พบปะพูดคุยกับ ฮิเดยูกิ มัทสึบาระ (Hideyuki Matsubara) นักเขียนนิยายสำหรับเยาวชนชื่อดัง เจ้าของผลงาน "Pasokon Tsuushin Tanteidan (รหัสลับทัวร์ปริศนา)" และแฟนๆ นักอ่านการ์ตูนยังมีโอกาสพบกับตัวจริงของนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง เคียวโกะ คุมาไก (Kyoko Kumagai) นักเขียนการ์ตูนสาวเจ้าของผลงาน "Houkago Orange (รักนายเจ้าชายนักกีฬา)" และ มิลกี อิโชเบะ นักออกแบบหนังสือญี่ปุ่นชื่อดัง

ในส่วนโซนหนังสือที่นำมาจัดแสดง เป็นหนังสือแนวมานุษยวิทยา/สังคมวิทยา 40 หัวเรื่อง วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และคหกรรมศาสตร์) 32 หัวเรื่อง วรรณกรรม 27 หัวเรื่อง หนังสือสำหรับเด็ก 88 หัวเรื่อง ศิลปะ 19 หัวเรื่อง, แนวงานอดิเรก/หนังสือเสริมทักษะ 12 หัวเรื่อง พจนานุกรม/การเรียนรู้/ภาษา 14 หัวเรื่อง นิตยสาร Mook/การ์ตูน 91 หัวเรื่อง วัฒนธรรมญี่ปุ่น 18 หัวเรื่อง หนังสือเกี่ยวกับประเทศไทย 46 หัวเรื่อง หนังสือเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น 147 หัวเรื่อง หนังสือที่ได้รับรางวัล Japan Book Design Concours รวมถึงหนังสือภาษาญี่ปุ่นและหนังสือแปลจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ ร้าน Konikuniya Bookstore ได้มาร่วมออกร้านและจำหน่ายหนังสือในบริเวณศาลาญี่ปุ่นด้วย

แถมท้ายด้วย แจแปนฟาวน์เดชั่น ร่วมกับแพรวสำนักพิมพ์ บริษัท อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย จะจัดให้มีการเสวนานักเขียนรางวัลซีไรต์ โดย อุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ ในเรื่อง "ลับแลญี่ปุ่น" ในวันเสาร์ที่ 3 เม.ย.2553 เวลา 14.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

"การแสดงนิทรรศการหนังสือและวัฒนธรรมญี่ปุ่นในงานสัปดาห์หนังสือของไทย ถือว่าเป็นการแสดงหนังสือครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นในประเทศกลุ่มอาเซียน ซึ่งญี่ปุ่นมีแฟนหนังสือการ์ตูนในประเทศแถบเอเชียจำนวนมาก หลายประเทศ เช่น ในอินโดนีเซีย เวียดนาม ซึ่งแม้ว่าเราจะไม่มีตัวเลขพิมพ์ที่แน่ชัด แต่คิดว่าตัวเลขน่าจะค่อนข้างสูง และคิดว่าในประเทศไทยก็น่าจะมีผลงานแปลหนังสือญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยมากด้วยเช่นกัน การแสดงหนังสือและวัฒนธรรมญี่ปุ่นของเราครั้งนี้จึงนับเป็นการประสานความร่วมมือเพื่อสร้างมิติการเรียนรู้ฉบับสากล กระตุ้นสังคมการอ่านไทยให้เข้มแข็งและก้าวสู่สังคมแห่งปัญญาอย่างแท้จริง" มร.คัทซึมิ คาคาสึ กล่าว.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์