Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เทศกาลดนตรี จาวาแจ๊ส 2010 (1)


ออกจะเหลือเชื่อที่เทศกาลดนตรีแจ๊สที่มีผู้คนเข้าชมมากที่สุดในโลก แทนที่จะเกิดขึ้นในโลกตะวันตก แต่กลับเป็นที่ จาการ์ตา อินโดนีเซีย ใน เทศกาลดนตรี จาวาแจ๊ส 2010 (JAVA JAZZ FESTIVAL 2010) ซึ่งจัดขึ้นที่ JAKARTA INTERNATIONAL EXPO CENTER (JI EXPO) ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2010 มีผู้เข้าชมถึง 140,000 คน เฉลี่ยแล้ววันละกว่า 4 หมื่นคน สังเกตดูส่วนใหญ่เป็นคนอินโดนีเซีย มีตั้งแต่วัยรุ่น วัยกลางคน ถึงวัยชรา ชาวต่างชาติน้อยมาก มีบ้างจากมาเลเซียและสิงคโปร์ ส่วนชาวตะวันตกแทบจะไม่มี บัตรเข้าชมแต่ละวันเฉลี่ย 350,000 รูเปียห์ (1,050 บาท) ดูได้ทุกเวทียกเว้นศิลปินพิเศษชื่อดังอย่างเช่น JOHN LEGEND, TONI BRAXTON, BABYFACE, THE MANHATTAN TRANSFER ซึ่งต้องซื้อบัตรเข้าชม

ในช่วง 5 ปีก่อน จาวาแจ๊สจัดขึ้นที่ JAKARTA CONVENTION CENTER ซึ่งเป็นสถานที่เล็กกว่า มีทั้งหมด 13 เวทีการแสดง แต่ด้วยฝีมือของ PETER F.GONTHA ประธานคนจัด และแรงสนับสนุนจากภาครัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และบริษัทห้างร้าน ทำให้เทศกาลดนตรีจาวาแจ๊สประสบความสำเร็จมาทุกปี ศิลปินที่ให้เกียรติมาร่วมงานในปีก่อนล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินชื่อดัง อาทิ JAMES BROWN, RON CARTER, SERGIO MENDES, CHAKA KHAN, JAMIE CULLUM และ SADAO WATANABE

JI EXPO ซึ่งเป็นสถานที่จัดจาวาแจ๊ส 2010 ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยหอแสดงสินค้าภายในติดแอร์ 5 แห่ง ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใช้พื้นที่ตั้งแต่ 5,000-26,000 ตารางเมตร นอกจากนั้นยังมีพื้นที่กลางแจ้ง และสถานที่จอดรถมากมายสำหรับผู้มาชมงาน

สำหรับเทศกาลดนตรีจาวาแจ๊ส 2010 แยกพื้นที่การแสดงภายในอาคารต่างๆ ถึง 12 เวที แล้วยังมีเวทีการแสดงตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ อย่างเช่น สถานที่ขายอาหารและเครื่องดื่ม เวทีกลางแจ้งอีกสองเวที รวมทั้งหมด 21 เวที นอกนั้นยังมีห้องสำหรับนักข่าว ห้องแถลงข่าว ห้องสัมภาษณ์ศิลปิน CLINIC WORKSHOP ซุ้มขายของที่ระลึก

ศิลปินที่มาร่วมงานในปีนี้มีมากมายกว่า 1,000 ชีวิต ทั้งศิลปินต่างประเทศและศิลปินอินโดนีเซีย ถ่ายทอดงานทุกแบบ ตั้งแต่แจ๊ส อาร์แอนด์บี โซล ป็อป เวิลด์มิวสิก กอสเปล ร็อก มีทั้งศิลปินรุ่นใหญ่อย่างเช่น HUBERT LAWS (นักฟลุตระดับตำนาน), GEORGE DUKE (นักคีย์บอร์ดสไตล์แจ๊สฟังก์), BOB JAMES (นักเปียโน), CHRISTIAN MCBRIDE (นักเบส), LEE RITENOUR (นักกีตาร์), DIANE WARREN (นักแต่งเพลง) ศิลปินรุ่นใหม่อย่างเช่น JOHN LEGEND, BABYFACE, ERIC BENET, TONI BRAXTON คณะนักร้องชื่อดังอย่างเช่น THE MANHATTAN TRANSFER วงบิ๊กแบนด์ RON KING นักร้องสาว ROBERTA GAMBARINI และ JANE MONHEIT ส่วนศิลปินอินโดนีเซียมีทั้งศิลปินรุ่นใหญ่ อย่างเช่น BUBI CHEN, YANCE MANUSAMA และ ELFA SINGERS ศิลปินรุ่นใหม่อย่างเช่น ANDIEN, DIRA J SUGANDI และ TOHPATI & FRIENDS เมื่อได้สัมผัส ต้องชมว่าฝีมือแต่ละคนทั้งสไตล์การร้องและเทคนิคการเล่นดนตรีไม่แพ้ศิลปินชาวต่างประเทศ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะทุกคนมีพื้นฐานทางดนตรีที่ดี สืบเนื่องจากครั้งหนึ่ง อินโดนีเซียเคยเป็นอาณานิคมของฮอลแลนด์มาก่อน คนอินโดนีเซียฟังเพลงหลากหลาย เพราะมีสถานีวิทยุเปิดเพลงสากลทุกประเภท สังเกตจากซีดีที่วางขายและเวลาที่ศิลปินร้องอยู่บนเวทีเหล่าวัยรุ่นสามารถร้องตาม นิตยสารดนตรีที่ตีพิมพ์ผู้เขียนเห็นอยู่หลายเล่ม รวมทั้งนิตยสาร ROLLING STONE หัวนอกฉบับอินโดนีเซีย ข้างในมีเรื่องราววงการบันเทิงต่างประเทศ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องราววงการดนตรีในอินโดนีเซีย พิมพ์ฉบับรายเดือน 30,000 เล่ม พลิกดูเนื้อหาน่าสนใจทีเดียว แต่เสียดายที่อ่านภาษาไม่ออก

เห็นรายชื่อศิลปินนักร้องในแต่ละวัน จะดูทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ คงต้องเลือกดูตามความชอบและรสนิยมของแต่ละบุคคล เมื่อเข้าไปดูหากไม่ชอบก็สามารถเดินออกแล้วไปดูศิลปินที่เวทีอื่น ไฮไลต์สำหรับการแสดงในคืนวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม คงจะไม่มีใครนอกจาก JOHN LEGEND นักร้องสไตล์ป็อป โซล อาร์แอนด์บี ขวัญใจคอเพลงคนรุ่นใหม่ JOHN LEGEND มีคิวการแสดงเวลา 20.30 น. แต่ก่อนหน้านั้นเวลา 18.45 น. เขาเดินทางมาพบกับสื่อมวลชน ให้สัมภาษณ์ตอบคำถามอยู่ 15 นาที ก็เดินทางกลับ ไม่นึกว่า JOHN LEGEND จะเป็นศิลปินระดับ SUPERSTAR ขนาดมี BODY GUARD ร่างยักษ์เดินเคียงข้างถึง 2 คน ใครเข้าใกล้จะถูกผลักกระเด็นออกมา บัตรเข้าชมคอนเสิร์ต JOHN LEGEND แพงที่สุดในงานราคา 1,000,000 รูเปียห์ (3,000 บาท) ก่อนการแสดงผู้ชมจำนวนมากเข้าแถวเรียงรายรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงประตูถึงเปิด ผู้เขียนออกจะประหลาดใจที่มีผู้เข้าชมยืนเต็มคอนเสิร์ตฮอลล์ เพราะรายการนี้ขายแต่ตั๋วยืนเพียงอย่างเดียว ภายหลังสอบถามกับผู้จัดงาน ตัวเลขผู้เข้าชมสูงถึง 9,000 คน ถ้าเป็นบ้านเราคงเป็นไปไม่ได้ แค่ 3,000 คนก็เก่งแล้ว เพลงที่เลือกสรรค์มาร้องในคืนนั้นส่วนใหญ่มาจากซิงเกิลฮิตอัลบั้มชุด GET LIFTED, ONCE AGAIN และ EVOLVER ผู้เขียนยืนดูอยู่เกือบ 20 นาทีก็เดินออกจากฮอลล์ เพราะตั้งใจจะไปฟังนักร้องสาว ROBERTA GAMBARINI ที่อะคูสติกฮอลล์ นักร้องคนนี้ผู้เขียนเคยชมการแสดงมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อนในเทศกาลแจ๊สที่กรุงเทพฯ และพัทยา เมื่อเธอทัวร์กับวงของ DIZZIE GILLESPIE และ JAMES MOODY ติดใจเสียงร้องของเธอตั้งแต่นั้นมา พื้นเพเธอเป็นคนอิตาเลียน เกิดที่เมืองตูริน มาจบด้านดนตรีที่วิทยาลัยเบิร์กลีย์ จากนั้นมีโอกาสออกอัลบั้มถึง 4 ชุดด้วยกัน สำหรับโปรแกรมเพลงที่เธอเลือกร้องในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม มีทั้งเพลงสแตนดาร์ดอย่างเช่น ON THE SUNNY SIDE OF THE STREET, SO IN LOVE, DAY IN DAY OUT เพลงจากภาพยนตร์ CINEMA PARADISO เพลงจากละครบรอดเวย์ PORGY AND BESS รวมทั้งเพลงป็อปอิตาเลียนชื่อ ESTATE ซึ่งครั้งหนึ่ง โจโอ กิลเบอร์โต นำมาขับร้องจนกลายเป็นเพลงฮิต จบจากคอนเสิร์ต ROBERTA GAMBARINI ผู้เขียนแวะมาที่ฮอลล์ A3 เพื่อจะมาดูคอนเสิร์ต SHEILA MAJID ราชินีเพลงป็อปชื่อดังยุค 80s ชาวมาเลเซีย ปรากฏว่าภายในฮอลล์แน่นขนัดด้วยผู้คนร่วม 6,000 คน เสียงเธอนั้นเพราะจริงๆ ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะฟังภาษามาเลย์ไม่ออก แต่ก็ได้อารมณ์ร่วมกับผู้คนที่ปรบมือโห่ร้องเป็นระยะๆ จากนั้นผู้เขียนแวะไปที่อะคูสติกฮอลล์ เพื่อจะดูคอนเสิร์ตอิแวน ลินส์ (IVAN LINS) นักร้องชื่อดังชาวบราซิเลียน ซึ่งโปรแกรมนี้ทางจาวาแจ๊สได้รับความเอื้อเฟื้อจากสถานทูตบราซิล เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงสไตล์บอสซาโนวา แซมบ้า ที่อิแวน ลินส์ เขียนเกี่ยวกับชีวิตผู้คนและภูมิประเทศในบราซิล ไพเราะทีเดียว ผู้เขียนอยู่ได้แค่ครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปที่เฟมินาฮอลล์ เวลานั้นเกือบเที่ยงคืน แต่ผู้คนในงานยังคงเนืองแน่น ที่นั่นมีการแสดงของ RAT PACK (ศิลปิน 3 นาย เลียนแบบ แฟรงก์ ซิเนตรา, ดีน มาร์ติน, แซมมี เดวิส จูเนียร์) โดยมีวงบิ๊กแบนด์ RON KING เล่นแบ็กอัพ สังเกตจากผู้คนในเฟมินาฮอลล์น่าจะไม่ต่ำกว่า 4,000 คน เพราะต่างต้องการหวนกลับสู่บรรยากาศในอดีตยุค 60s และ 70s เมื่อแฟรงก์ ดีน แซมมี เปิดแสดงร่วมกันในนาม THE RAT PACK ที่ลาสเวกัส ไม่เพียงแต่จะได้ฟังเสียงโซโลของแฟรงก์ ดีน แซมมี อย่างเช่นเพลง LADY IS A TRAMP, THAT'S LIFE, EVERYBODY LOVES SOMEBODY, THAT'S AMORE, MR. BOJANGLE, CANDY MAN แต่ละคนยังมีมุกตลก หยอกล้อกันบนเวที สร้างความครื้นเครงให้กับผู้ชมตลอดเวลาร่วม 90 นาที โชว์นี้คุ้มค่าจริงๆ เพราะสั่งโดยตรงมาจากลาสเวกัส

ผู้เขียนกลับถึงที่พักในเวลาเกือบสองนาฬิกาของวันใหม่ เสียดายที่พลาดโชว์ของ ERIC BENET (นักร้องสไตล์อาร์แอนด์บี อดีตสามีของดาราสาวฮัลลี เบอร์รี), ROY HARGROVE (นักทรัมเป็ตแจ๊ส) รวมทั้ง BOB JAMES ซึ่งผู้เขียนเคยดูมาแล้วหลายครั้ง อาทิตย์หน้าจะกลับมาเล่าต่อถึงบรรยากาศคืนวันที่ 6, 7 มีนาคม ในเทศกาลดนตรีจาวาแจ๊ส 2010.

ดำรัส โรจนพิเชฐ



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์