Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทอน ตามแนวพระราชดำริ


การประกอบอาชีพเกษตรกรรมนอกจากที่ดินทำกินซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งแล้ว น้ำก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ถ้าไม่มีน้ำก็เพาะปลูกไม่ได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยเรื่องปัญหาน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่เกี่ยวกับแหล่งน้ำจำนวนมาก โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทอน จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรว่าจะไม่มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค

ความเป็นมาของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทอน จังหวัดอุดรธานี เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ความโดยสรุปคือ ในบริเวณใกล้ป่าต้นน้ำห้วยทอนสมควรที่จะพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อจัดหาน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก และพัฒนาหมู่บ้านให้การช่วยเหลือราษฎรในรูปหมู่บ้านป่าไม้ และพัฒนาอาชีพของราษฎรให้มั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ราษฎรบุกรุกเข้าไปทำลายป่าต้นน้ำลำธารดังกล่าว

ตั้งแต่วันนั้นโครงการดังกล่าวจึงเกิดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 5 อย่าง ประกอบด้วย 1.ป้องกันรักษาต้นน้ำลำธารและควบคุมไฟป่าในพื้นที่โครงการท้องที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พื้นที่ประมาณ 75,000 ไร่ 2.จัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเพื่อพัฒนาและส่งเสริมอาชีพราษฎรที่อยู่ในโครงการ 3.เร่งรัดดำเนินการฟื้นฟูที่ต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรมให้กลับฟื้นคืนสภาพเดิมเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 4.เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับราษฎรและเยาวชน 5.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพระบบเกษตรป่าไม้ให้กับราษฎร

กรมพัฒนาที่ดินเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้สนองงานตามโครงการพระราชดำริ ในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรดินเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยนายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรมพัฒนาที่ดินได้มอบหมายให้สถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานีเป็นหน่วยงานเข้าไปดำเนินงานในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทอน โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายได้รู้จักวิธีการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ด้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นภูเขามีความลาดชัน เมื่อไม่มีการทำเกษตรอย่างถูกต้อง ที่ดินจึงเกิดปัญหาการชะล้างพังทลายของดินอย่างมาก อีกทั้งเกษตรกรปลูกพืชไร่ โดยเฉพาะมันสำปะหลังติดต่อมายาวนานโดยขาดความรู้เรื่องการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี ส่งผลให้ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตทางการเกษตรจึงไม่ดีเท่าที่ควร

แต่หลังจากที่สถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี ได้เข้าไปถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรทราบถึงวิธีการปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยพืชสด เป็นต้น ตลอดจนเข้าไปช่วยจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำคันดินขวางทางลาดเท พร้อมกับส่งเสริมให้ปลูกหญ้าแฝกตามแนวระดับ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดิน ส่งผลให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัจจุบันเกษตรกรส่วนใหญ่ได้หันมาปลูกยางพารา พืชเศรษฐกิจกันมากขึ้น และมีความเห็นว่าหลังจากที่กรมฯ ได้เข้าไปช่วยในเรื่องการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้สามารถเพาะปลูกได้ผลดี อีกทั้งเห็นประโยชน์ของหญ้าแฝก โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่ปกติยางพาราจะแห้งเหี่ยวเพราะขาดน้ำ แต่หลังจากปลูกหญ้าแฝกตามคันดินทำให้ยางพารายังคงเขียวเป็นปกติ เพราะหญ้าแฝกช่วยในการอุ้มน้ำไว้ในดินได้นานกว่าปกติ

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกล่าวเพิ่มอีกว่า ในปีงบประมาณ 2553 กรมฯ ได้จัดสรรงบให้ทางสถานีพัฒนาที่ดินอุดรธานี ดำเนินการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่โครงการเพิ่มอีก 1,000 ไร่ หลังจากที่ทำต่อเนื่องมาได้กว่า 4,000 ไร่แล้ว นอกจากนี้ ยังจะได้นำกิจกรรมอื่นๆ ของกรมฯ เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกร เช่น จัดตั้งกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์เพื่อลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรทำสารป้องกันแมลงศัตรูพืชไว้ใช้เอง หรือจะเป็นการส่งเสริมให้ปลูกพืชปุ๋ยสด เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่สำคัญยังช่วยให้ทรัพยากรดินได้รับการฟื้นฟูคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ต้นน้ำอีกครั้งตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.

/

บัณฑิต กล่อมเกลี้ยง

18bundit@gmail.com



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์