กล้วยเป็นพืชชนิดหนึ่งที่นับได้ว่ามีคุณเอนกอนันต์ยิ่ง เป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และผูกพันกับวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งด้านอาหาร ยารักษาโรค วัฒนธรรมประเพณีความเชื่อต่างๆ เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนสิ้นอายุขัย ในศาสนาพราหมณ์เชื่อว่า กล้วยเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ต้นกล้วยและผลกล้วยจึงนิยมนำมาใช้ในเครื่องบูชาในพิธีกรรมต่างๆ
ใบกล้วยหรือใบตอง นำไปทำเป็นพานบายศรี ทำกรวยดอกไม้ ทำกระทงเพื่อใช้ในวันลอยกระทงเพื่อขอขมาแม่น้ำ สำหรับใส่อาหารคาวหวานเพื่อใช้ในพิธีกรรม รวมถึงการใช้ประโยชน์ทั่วไป เช่น ทำกระทงห่อหมก ทำใบมวนยาสูบ หรือตามท้องตลาดต่างจังหวัดจะเห็นว่าชาวบ้านเอาใบตองห่อผักเป็นกำๆ แล้วใช้เชือกกล้วยมัด กาบกล้วยชั้นนอกนำมาฉีกเป็นเส้นเล็กๆ ตากแห้งทำเป็นเชือกกล้วยไว้ใช้สำหรับมัดสิ่งของ และมีความเหนียวทนทานมาก
ในสมัยก่อนจะใช้กล้วยน้ำว้าสุกงอม โดยขูดเอาแต่เนื้อไม่เอาไส้ แล้วยีให้เละๆ ผสมกับข้าวแล้วเอาไปหมกไฟ ใช้เลี้ยงเด็กทารก ควบคู่กับการดื่มนมแม่ กล้วยน้ำว้าสุกได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
ไส้ในกล้วยที่ยังไม่ออกเครือ ใช้แกงส้ม แกงกะทิ ทานสด หรือต้มแล้วราดด้วยกะทิ ทานกับน้ำพริก ขนมจีนน้ำยา ผลดิบใช้แกงป่า แกงกะทิ หรือนำมาทำเป็นส้มตำ ผลสุกทานเป็นผลไม้ หัวปลีใช้ทานสดหรือต้มทานกับน้ำพริก หรือนำไปแกงเลียงเรียกน้ำนมสำหรับแม่ลูกอ่อน ทานปลีกล้วยช่วยแก้โลหิตจาง และลดน้ำตาลในเลือด
นอกจากนี้ ยังทำอาหารหวาน อาทิ กล้วยบวชชี กล้วยปิ้ง กล้วยเชื่อม กล้วยทอด กล้วยตากแห้ง
ส่วนต่างๆ ของกล้วยน้ำว้ามีสรรพคุณเป็นยาที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ คือ ราก แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้ท้องเสีย แก้บิด ใบ ปิ้งไฟปิดแผลไฟไหม้ ต้มอาบแก้เม็ดผดผื่นคัน รักษาบาดแผลสุนัขกัด ผลดิบ มีรสฝาดใช้รักษาอาการท้องร่วง ท้องเสีย บิด ผลสุก ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยให้อุจาระนิ่มขึ้น บำรุงเลือดเนื้อ
ไม่ระบุส่วน บำรุงกำลัง บำรุงประสาท แก้เบาหวาน ทำให้รับประทานอาหารได้ดี ช่วยให้นอนหลับ ดอกกล้วย (ปลี) บำรุงน้ำนม แก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ ลดน้ำตาลในเลือด แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้โรคโลหิตจาง ยางจากใบกล้วย ช่วยห้ามเลือด โดยใช้ยางหยอดลงที่บาดแผล
มีรายงานกล่าวถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาว่า ในกล้วยมีสารเซอโรโทนินจะช่วยในการกระตุ้นลำไส้เล็กให้บีบตัวมากขึ้น และช่วยในการยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยกระเพาะอาหาร จึงมีผลช่วยบำบัดแผลในกระเพาะอาหาร และช่วยในการระบาย ผลกล้วยสุกมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและเชื้อรา ส่วนผลกล้วยดิบมีฤทธิ์ต้านเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุให้เกิดหนอง มีฤทธิ์รักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ ผลกล้วยดิบมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยฝาดสมานรักษาอาการท้องเดินและช่วยฆ่าเชื้อ และแพคติน ส่วนกล้วยสุกมีสาร Essential Oil และ Organic Acid อีกหลายชนิด
การนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการรักษาโรคต่างๆ วิธีใช้
๐ รักษาอาการท้องเสียที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ โรคกระเพาะอาหาร โดยใช้ผลดิบตากแห้งบดเป็นผง ใช้ผงกล้วยดิบครั้งละ 1/2-1 ผล ชงกับน้ำต้มสุก หรือน้ำผึ้งดื่ม 1 ช้อนโต๊ะ หรือปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทราทานครั้งละ 4 เม็ด วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน
๐ แก้อาการท้องผูก ใช้กล้วยน้ำว้าสุกซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ทานผลสุกครั้งละ 2 ผล วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงและควรเคี้ยวให้ละเอียด
๐ แก้ปากเหม็นหรือมีกลิ่นปาก เมื่อตื่นนอนตอนเช้าให้ทานกล้วยน้ำว้าสุกสัก 1-2 ลูก แล้วดื่มน้ำตาม (ห้ามดื่มน้ำเย็น) สักอาทิตย์ลองสังเกตดูว่าวิธีนี้รักษาได้หรือไม่ ถ้ายังไม่หายก็ต้องใช้ตัวอื่นแทน และควรไปพบทันตแพทย์
๐ แก้โรคกระเพาะอาหาร ตื่นนอนให้ทานกล้วยน้ำว้าสุก 1 ลูก และดื่มน้ำตาม (ห้ามดื่มน้ำเย็น) มื้อเที่ยงหรือสักเวลาประมาณ 11 โมง ตอนเย็นและก่อนนอนก็กินเวลาละ 1 ลูก และดื่มน้ำตาม ระยะเวลาสัก 1 เดือน เคยมีคนใช้ได้ผลมาแล้ว
๐ ช่วยขับน้ำนม โดยใช้หัวปลีทำแกงเลียงทานบ่อยๆ หลังคลอดใหม่ๆ
๐ นำไปใช้ขัดรองเท้า ช่วยให้ขึ้นเงา โดยเอาเปลือกกล้วยด้านในขัดรองเท้าคัทชูให้ทั่ว จากนั้นก็ใช้ผ้านิ่มๆ ขัดเบาๆ จะช่วยให้รองเท้าเงาวับ
๐ ใช้บำรุงผิวหน้า โดยเอากล้วยสุกยีให้เละ ใช้พอกหน้าทิ้งไว้สัก 15-20 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวนุ่มตึง หน้าเด้ง
๐ บำรุงเส้นผมไม่ให้หงอก ใช้กล้วยน้ำว้าที่สุกงอมจนปลายดำแล้วยีให้เละใช้ชโลมผมให้ทั่ว เอาผ้าโพกหัวหมักทิ้งไว้สัก 30 นาที แล้วค่อยสระล้างให้สะอาด ทำเป็นประจำตามแต่จะสะดวก จะช่วยให้ผมไม่หงอก ผมเรียบลื่นหวีง่าย และเป็นประกายเงางาม
สำหรับคนที่มีปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อและระบบย่อยอาหารมีปัญหา ควรหลีกเลี่ยงการทานกล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ เช่น พวกกล้วยปิ้ง เพราะจะใช้กล้วยห่ามมาปิ้ง หรือถ้าทานเป็นประจำก็อาจทำให้เกิดภาวะท้องอืดเฟ้อได้.








