Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เวทีสาธารณะ..แทบลอยด์


วันหยุดเขื่อนโลก 14 มีนาคม 2553 "แม่น้ำโขงต้องไหลอิสระ"

ท่ามกลางภาวการณ์ที่โลกกำลังถูกคุกคามด้วยวิกฤติสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านอาหารกำลังถูกท้าทาย สงครามการแย่งชิงทรัพยากรถูกคาดการณ์และทำนาย การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งทำลายล้างระบบนิเวศ และเป็นต้นเหตุของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในนามของการพัฒนา คือการปูทางให้มวลมนุษยชาติเดินหน้าสู่หุบเหวข้างต้นอย่างแข็งขัน

ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเหนืออื่นใด ประสบการณ์อันเจ็บปวดของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ชี้ให้เห็นอย่างหนักแน่นว่ายังไม่มีมาตรการใดสามารถลดผลกระทบจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ได้ โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดกับการประมง ซึ่งเป็นรากฐานของการเลี้ยงปากท้อง หล่อเลี้ยงวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชุมชนริมน้ำ ทั้งนี้ ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ร่วมสมัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า หากความแห้งแล้งมาเยือน น้ำเหือด ไฟฟ้าไม่อาจจะผลิตได้ หน้าที่เดียวที่เขื่อนยังเหลืออยู่คือ ช่วยกระหน่ำซ้ำเติมวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ให้รุนแรงและเลวร้ายยิ่งขึ้น หากมิได้จงใจหลับตาเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง นี่คือข้อเท็จจริงที่นักวางนโยบายด้านพลังงานต่างมืดบอด สุดปัญญาที่จะตระหนักรู้ :

เขื่อนคือหายนะของการพัฒนา

แม่น้ำโขง-แม่น้ำแห่งธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านคน กำลังถูกคุกคามด้วยแผนการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อผลิตไฟฟ้า ที่ผ่านมารัฐบาลไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายทุนนักสร้างเขื่อน ต่างผลักดันให้แผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยใช้เหตุผลเรื่องการสนองตอบความต้องการพลังงานไฟฟ้า "ของประเทศ" ที่กำลังขยายตัว หรือหากพูดให้แม่นยำมากขึ้น ตีขลุมน้อยลง คือ เพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนความเจริญที่กระจุกตัวอยู่ในเมือง ภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่กำลังหิวกระหายพลังงาน โดยไม่นำพาต่อต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาแม่น้ำโขงมาตลอดทั้งชีวิต

ผลประโยชน์การสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงที่มักถูกใช้พรรณนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากคณะกรรมการแม่น้ำโขง (MRC) ว่า เขื่อนจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้ง และป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน ได้ถูกทำให้ประจักษ์แจ้งว่าเป็นเพียงคำโฆษณาอันเลื่อนลอย จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในเดือนสิงหาคม ปี 2551 และในวันนี้ภาวะความแห้งแล้งอย่างรุนแรงเป็นประวัติการณ์ของแม่น้ำโขง กลับทำให้เขื่อนจีนบนแม่น้ำลานซาง (แม่น้ำโขงตอนบน) ตกเป็นจำเลยสำหรับเหตุการณ์ผิดธรรมชาติทั้ง 2 ครั้ง ในฐานะที่สร้างความเดือดร้อนข้ามพรมแดนทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำอย่างใหญ่หลวง

เรา-ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักปฏิบัติการทางสังคม นักศึกษา นักวิชาการ ศิลปิน กลุ่มและองค์กรประชาสังคมต่างๆ ได้รวมตัวกันสร้างเครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขง ออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องถึงรัฐบาลไทย ดังต่อไปนี้

1.รัฐบาลไทยจะต้องทบทวนท่าทีต่อรัฐบาลจีนกับการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และในฐานะประธานคณะมนตรีคณะกรรมการแม่น้ำโขง รัฐบาลจะต้องหารือกับรัฐบาลลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างอีก 4 ประเทศ ในการทำให้ประเทศจีนเปิดเผยข้อมูลการจัดการเขื่อนบนแม่น้ำลานซางแก่สาธารณะ เพื่อแสดงความจริงใจต่อการจัดการแม่น้ำระหว่างประเทศร่วมกัน มิใช่เพียงการออกมาโต้แย้งปฏิเสธความรับผิดชอบว่าเขื่อนจีนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะความแห้งแล้ง ในขณะที่ยังคงปิดบังข้อมูลการจัดการเขื่อนต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลไทยจะต้องยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือในการประชุมสุดยอดผู้นำคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC Summit) ในวันที่ 2-5 เมษายนที่จะถึงนี้

2.ให้รัฐบาลยุติโครงก่อการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขา และจะต้องไม่ใช้วิกฤติความแห้งแล้งมาเป็นข้ออ้างในการผลักดันเขื่อนดังกล่าว รวมทั้งให้ทบทวนแผนพัฒนาพลังงานให้คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยให้สาธารณะได้รับทราบข้อมูลที่เพียงพอและทันท่วงที เพื่อการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนที่ผ่านมาต้องได้รับการชดเชยค่าเสียหายย้อนหลังอย่างเป็นธรรม

เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่สอดคล้องกับคำประกาศวันหยุดเขื่อนโลก 14 มีนาคม ที่ว่า "น้ำเพื่อชีวิต ไม่ใช่เพื่อความตาย" เรา-เครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขงขอประกาศก้องร่วมกันว่า "แม่น้ำโขงต้องไหลอิสระ"

ด้วยจิตคารวะ

14 มีนาคม 2553 ริมฝั่งโขง หนองคาย

เครือข่ายประชาชนแม่น้ำโขง



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์