คนอเมริกันเจอพิษเศรษฐกิจคุกคามหนัก ทำให้ปีที่แล้วมีเงินไปทำศัลยกรรมพลาสติกกันเพียง 10,000 ล้านเหรียญฯ น้อยกว่าเมื่อปี 2008 ประมาณ 3%
ผลสำรวจของสมาคมศัลยกรรมพลาสติกอเมริกา หรือ ASPS พบว่าปีที่แล้วกระแสนิยมการทำศัลยกรรมความงามทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นเสริมหน้าอก เสริมดั้ง กรีดตา ดูดไขมันส่วนเกิน และลดหน้าท้อง ต่างซบเซาลงแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ การดูดไขมันดูจะย่ำแย่ที่สุด
ศัลยกรรมยอดฮิตที่ติดท็อป 5 ในปี 2009 คือ 1.อัพไซส์หน้าอก (ซบเซาลงเพียง 6%) 2.ทำดั้งใหม่ (ยอดทำลดลง 8%) 3.กรีดตา (ลดลง 8% เท่ากัน) 4.ดูดไขมันส่วนเกิน (ลด 19%) และ 5.ลดไขมันหน้าท้อง (ลดลง 5%)
จากข้อมูลระบุว่า วัยรุ่นอเมริกันอายุระหว่าง 13-19 ปี ผ่านการทำศัลยกรรมมาแล้วกว่า 200,000 คน ถึงแม้จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เล็กสุด แต่ก็ช่วยให้อุตสาหกรรมประเภทนี้เติบโตเพิ่มขึ้นราว 2%
ศัลยกรรมพลาสติกที่อินเทรนด์สุดสำหรับวัยรุ่นกลุ่มนี้ ได้แก่ การทำจมูก การลดขนาดหน้าอก (ในผู้ชาย) การเสริมเต้า ศัลยกรรมใบหู และดูดไขมัน
ผลสำรวจยังพบด้วยว่าการทำศัลยกรรมเล็กๆ เช่น การฉีดโบท็อกซ์ และลบรอยตีนกา ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 99% นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ขณะที่การดึงหน้ายังมีคนใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย ลูกค้าส่วนใหญ่มักอยู่ในวัยเกินครึ่งร้อยขึ้นไป
ทอม ซีรี ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม มองว่า ความนิยมที่ลดลงไม่ได้สะท้อนถึงค่านิยมที่เปลี่ยนไปของชาวอเมริกัน หากแต่เป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้คนต้องประหยัดมากขึ้น
"ถ้าเงินทองไม่ฝืดเคืองเสียอย่างเดียว คงมีผู้หญิงอเมริกันมากกว่า 1 ใน 3 และผู้ชายประมาณ 1 ใน 10 คน เดินเข้าร้านหมอเพื่อดึงหน้า" ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมกล่าว.








