'เอกนิติ' เผยบอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐ ประชุมพรุ่งนี้ ปรับเกณฑ์ให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น

“เอกนิติ” เผยบอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐ ประชุมพรุ่งนี้ทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เล็งแก้ปม ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีทำพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ ย้ำเป้าหมายเฟ้นหาผู้เดือดร้อนตัวจริง ส่วนเกณฑ์อื่นใช้ตามเดิม

10 มิถุนายน 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาหลักเกณฑ์ของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่าตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้มีการทบทวนเกณฑ์การตัดสิทธิ์พ่อ-แม่ที่ลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้

โดยประเด็นสำคัญที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการฯในวันพรุ่งนี้ คือการ ทบทวนเกณฑ์เรื่องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตร ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ์ของคุณพ่อคุณแม่ โดยพบปัญหาว่าเมื่อบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดู ระบบจะตัดสิทธิ์พ่อแม่ทันที ทั้งที่ในความเป็นจริงบุตรบางคนอาจไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูจริง ๆ ทำให้พ่อแม่ที่เดือดร้อนต้องเสียสิทธิ์ในเงินช่วยเหลือรายเดือน ซึ่งทางภาครัฐมีความเห็นใจในจุดนี้และต้องการปรับปรุงเกณฑ์ให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น

ทั้งนี้การปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้รัฐบาลได้รับข้อพิจารณาจากความกังวลของสังคมในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง คณะกรรมการฯได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในการถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยพบว่าจากจำนวนผู้ถือบัตรปัจจุบัน 13.2 ล้านคน มีบางส่วนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงแต่ยังได้รับสิทธิ์ ในขณะที่มีประชาชนที่ลำบากและเดือดร้อนที่สุดอีกจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

“การคัดกรองในรอบนี้ หัวใจสำคัญคือ การช่วยคนเดือดร้อนตัวจริง โดยได้สั่งการให้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อลงพื้นที่เชิงรุก ค้นหาผู้ที่เดือดร้อนที่สุดที่ยังตกหล่นจากระบบ ส่วนเกณฑ์การพิจารณาอื่น ๆ เช่น เกณฑ์เรื่องอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน หรือการมีเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาทนั้น ยังคงยึดตามหลักเกณฑ์เดิมของการลงทะเบียนปี 2565 และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้”

เมื่อถามว่าหากมีการปรับปรุงเกณฑ์แล้วจะใช้แค่ปีภาษีเดียวหรือไม่ นายเอกนิติกล่าวว่าเดิมทีการทบทวนสิทธิจะทำทุก 5 ปี ซึ่งครั้งล่าสุดคือปี 2565 แต่ปัจจุบันเรามีฐานข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องนำมาทบทวนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะเราเห็นภาพคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงนั่งรถดี ๆ มาใช้สิทธิ์ ในขณะที่คนลำบากจริง ๆ กลับไม่ได้เข้าสู่ระบบ เรื่องนี้จึงต้องคัดกรองให้ละเอียดขึ้น

สำหรับในส่วนของข้อร้องเรียนเกี่ยวกับร้านค้าบางแห่งที่ปิดสาขา เพราะโครงการ60 /40 นายเอกนิติระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ แต่พร้อมที่จะรับเรื่องไปตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ' เสริมแกร่ง 4 แบงก์เฉพาะกิจ เพิ่มสภาพคล่อง 2.5 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตต้นทุน

กระทรวงการคลังเดินหน้ามาตรการเสริมสภาพคล่องสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 4 แห่ง หลัง ครม.เห็นชอบลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ เหลือ 0.0625% หวังเพิ่มเม็ดเงินในระบบกว่า 25,000 ล้านบาท เปิดทาง ธ.ก.