อิหร่านยืนยันว่าฝ่ายตนยึดมั่นรักษาสัญญาเกี่ยวกับการหยุดยิงกับสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ย้ำว่าการหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้วแต่ยังยินดีที่จะเจรจากับสาธารณรัฐอิสลามต่อไป

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (Photo by Christian Hartmann / POOL / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 กล่าวว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าการหยุดยิงกับอิหร่านที่เคยลงนามกันนั้นสิ้นสุดลงแล้วแต่เขายังยินดีที่จะเจรจากับสาธารณรัฐอิสลามต่อไป รัฐบาลเตหะรานได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้และยืนยันว่าฝ่ายตนยังยึดมั่นรักษาสัญญาตามเงื่อนไขในบันทึกความเข้าใจดังกล่าว
การตอบโต้ทางวาจาล่าสุดถือเป็นจุดต่ำสุดครั้งใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างศัตรูทั้งสอง หลังจากมีการยิงปะทะกันในสัปดาห์นี้จนทำให้ข้อตกลงสั่นคลอน และอาจนำไปสู่สงครามระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ทรัมป์ได้เพิ่มระดับความรุนแรงของถ้อยคำระหว่างฝ่ายที่กำลังสู้รบกัน โดยขู่ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าจะทำลายล้างอิหร่านให้สิ้นซาก หากอิหร่านพยายามลอบสังหารเขา
อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านโต้กลับทันที โดยยืนยันว่ารัฐบาลเตหะรานได้รักษาสัญญามาโดยตลอด ซึ่งแตกต่างจากรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ละเมิดวรรคที่ 9 ของบันทึกความเข้าใจ
วรรคดังกล่าวหมายถึงส่วนหนึ่งของบันทึกความเข้าใจที่ระบุว่าอิหร่านจะรักษาสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ โดยสหรัฐอเมริกาจะไม่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรใหม่ใดๆ และจะไม่ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังภูมิภาค จนกว่าจะมีการตกลงขั้นสุดท้าย
"สหรัฐฯ ต้องยอมรับความจริงว่า ที่ผ่านมามีเพียงการปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันเท่านั้น และการละเมิดเกิดขึ้นจากการกระทำผิดพลาดอื่นๆ ของสหรัฐฯ เอง" อาราคชีกล่าวเสริม
ทั้งนี้ คณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจาโดยตรงรอบหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์นับตั้งแต่ลงนามในบันทึกความเข้าใจ รวมถึงการเจรจาทางอ้อมในกาตาร์ แต่ก็ไม่มีสัญญาณความคืบหน้าทางการทูตใดๆ ตั้งแต่นั้นมา
ถ้อยคำที่แสดงความเป็นปรปักษ์เกิดขึ้นหลังจากสำนักข่าว Axios และ Politico รายงานว่ารัฐบาลวอชิงตันได้ให้เวลาเตหะรานจนถึงวันเสาร์เพื่อหยุดยิงเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซและยอมเปิดเส้นทางอย่างเสรี
ช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก และเป็นแหล่งที่มาของความขัดแย้งหลักระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
รัฐบาลเตหะรานได้ปิดเส้นทางน้ำเชิงยุทธศาสตร์นี้อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อตอบโต้สงครามที่เกิดจากการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลในปลายเดือนกุมภาพันธ์
สาธารณรัฐอิสลามยืนยันว่าพวกตนต้องได้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และได้แสดงความประสงค์ที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่าน
ก่อนสงคราม อิหร่านไม่มีอำนาจเช่นนี้ และถึงแม้ช่องแคบจะประกอบด้วยน่านน้ำของโอมานและอิหร่าน แต่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งสองรัฐไม่สามารถปิดกั้นการผ่านแดนหรือเรียกเก็บค่าผ่านทางได้โดยทั่วไป
สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างหนักในสัปดาห์นี้ หลังจากการโจมตีเรือในช่องแคบดังกล่าว ซึ่งก่อให้เกิดการตอบโต้ต่อฐานทัพอเมริกันในอ่าวเปอร์เซีย
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังได้ยกเลิกการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวสำหรับน้ำมันอิหร่าน โดยยกเลิกใบอนุญาตที่ประกาศในเดือนมิถุนายนซึ่งอนุญาตให้อิหร่านผลิต, จำหน่าย และส่งมอบน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
3 ลูกเรือ 'มยุรี นารี' ฟ้องนายจ้าง เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ปมเรือถูกยิงช่องแคบฮอร์มุซ
ลูกเรือ 3 รายยื่นฟ้องบริษัทเจ้าของเรือและผู้เกี่ยวข้อง เรียกค่าเสียหาย หลังเผชิญเหตุเรือถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ จนมีผู้เสียชีวิตและเกิดภาวะ PTSD อ้างนายจ้างไม่เยียวยาค่ารักษา-ชดเชยตามสัญญาจ้าง ด้านศ

