ฉนวนกาซาเดือด หลังอิสราเอลถล่มด้วยจรวด เหตุความตึงเครียดในเยรูซาเล็ม

อิสราเอลโจมตีทางอากาศไปยังฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้จรวดที่ถูกยิงจากปาเลสไตน์ ยิ่งทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นหลังเหตุปะทะรุนแรงรอบพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของกรุงเยรูซาเล็มในช่วงสุดสัปดาห์

ควันและเปลวไฟพวยพุ่งการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อ 19 เมษายน (Photo by SAID KHATIB / AFP)

เอเอฟพีรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในฉนวนกาซา เมื่อวันอังคารที่ 19 เมษายน 2565 กล่าวว่า อิสราเอลถูกโจมตีด้วยจรวดที่ยิงมาจากบริเวณฉนวนกาซาซึ่งปกครองโดยกลุ่มมุสลิมติดอาวุธฮามาส ในช่วงกลางดึกคืนวันจันทร์

“วิถีจรวดพุ่งตรงไปยังบริเวณนอกกรุงเทลอาวีฟ แต่ถูกสกัดกั้นโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศไอรอนโดม” กองทัพอิสราเอลกล่าวในแถลงการณ์ และหลายชั่วโมงต่อมา กองทัพอากาศอิสราเอลกล่าวว่า ได้โจมตีโรงงานผลิตอาวุธของกลุ่มฮามาสเพื่อตอบโต้

พยานและแหล่งข่าวด้านความมั่นคงในฉนวนกาซา ให้ข้อมูลว่า กลุ่มฮามาสอ้างว่าจรวดดังกล่าวที่ยิงใส่นั้นเป็น "การป้องกันภัยทางอากาศ" เพื่อสกัดการโจมตี ซึ่งไม่ทำให้มีผู้เสียชีวิต และไม่สนใจจะรับผิดชอบในกรณีดังกล่าว

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างรอมฎอนของชาวมุสลิม, เทศกาลอีสเตอร์ของชาวคริสเตียน และเทศกาลปัสกาของชาวยิว ได้เกิดเหตุการปะทะกันหลายครั้งในอิสราเอลระหว่างชาวมุสลิมปาเลสไตน์และตำรวจอิสราเอลบริเวณ “มัสยิดอัล อักซอ” สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งในกรุงเยรูซาเล็ม จนกลายเป็นความรุนแรงและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 170 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์

แหล่งข่าวทางการทูตกล่าวว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะจัดการประชุมในวันอังคารเพื่อหารือเกี่ยวกับความรุนแรงที่กำลังก่อตัวขึ้นในพื้นที่พิพาทแห่งนี้

ความรุนแรงที่คล้ายคลึงกันในกรุงเยรูซาเล็มในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วได้จุดชนวนให้กลุ่มฮามาสยิงจรวดใส่อิสราเอลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นสงคราม 11 วัน

“มัสยิดอัล อักซอ” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับ 3 ของศาสนาอิสลาม ชาวยิวเรียกวัดนี้ว่า “เนินพระวิหาร” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนายิว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มตะวันออกที่ปกครองโดยอิสราเอล

ชาวปาเลสไตน์ที่มาเยือนมัสยิดแห่งนี้ จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในมัสยิดได้ แต่ไม่สามารถทำการสักการะด้วยการละหมาดได้ นั่นทำให้กลายเป็นชนวนขัดแย้งระหว่างพลเรือนและตำรวจอิสราเอลผู้มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่

กลุ่มฮามาสออกมาส่งเสียงเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า "อัล-อักซอเป็นของพวกเรา" และสาบานว่าจะปกป้องสิทธิของชาวปาเลสไตน์ที่จะละหมาดที่นั่น

การยั่วยุและตอบโต้ยิงกันไปมาในพื้นที่สองประเทศครั้งนี้ สร้างความกังวลใจให้กับมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จนมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิสราเอล, ปาเลสไตน์ และเหล่าประเทศอาหรับ เพื่อหาทางยับยั้งไม่ให้เหตุบานปลายกลายเป็นการสู้รบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง