จีนตอกกลับรัฐมนตรีสหรัฐ ชงไต้หวันร่วมองค์กรยูเอ็น

ยอมไม่ได้ รัฐบาลจีนยืนกรานเมื่อวันพุธว่า ไต้หวันไม่มีสิทธิเข้าร่วมองค์การสหประชาชาติ เพราะไต้หวันถือเป็นส่วนหนึ่งของจีน หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเพิ่มความตึงเครียดด้วยการเรียกร้องให้ดินแดนประชาธิปไตยแห่งนี้มีส่วนร่วมกับองค์กรต่างๆ ของยูเอ็นมากขึ้น

แฟ้มภาพ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (Getty Images)

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ที่สมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ลงมติรับจีนเข้าเป็นสมาชิกแทนที่ไต้หวัน ว่าเขาเสียใจที่ไต้หวันถูกกีดกันออกจากเวทีโลกมากยิ่งขึ้น

บลิงเคนกล่าวว่า เนื่องจากประชาคมระหว่างประเทศเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนและเป็นปัญหาระดับโลกจำนวนมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงผู้คน 24 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน

"การมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของไต้หวันในระบบของยูเอ็นไม่ใช่ประเด็นการเมือง แต่เป็นประเด็นในทางปฏิบัติ" รัฐมนตรีสหรัฐกล่าว "นั่นคือเหตุผลที่เรากระตุ้นประเทศสมาชิกยูเอ็นทั้งหมดเข้าร่วมกับเรา ในการสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่งและมีความหมายของไต้หวันทั่วทั้งระบบของยูเอ็นและในประชาคมระหว่างประเทศ"

เขายกตัวอย่างกรณีที่ไต้หวันถูกกีดกันออกจากการประชุมที่เกี่ยวข้องกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศและองค์การอนามัยโลก

บลิงเคนให้ข้อสังเกตว่า ไต้หวันได้รับการยกย่องสำหรับการตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 ได้ในระดับ "เวิลด์คลาส" และในแต่ละปีนั้นมีผู้โดยสารหลายสิบล้านคนเดินทางผ่านสนามบินต่างๆ ของไต้หวัน

จีนถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีนที่รอการผนวกดินแดน ด้วยกำลังทหารหากถึงคราวจำเป็น กองกำลังชาตินิยมหนีมาปักหลักที่เกาะนี้ภายหลังพ่ายแพ้สงครามกลางเมืองต่อพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2492

หม่า เซียวกวง โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันในกรุงปักกิ่ง กล่าวตอบโต้สหรัฐเมื่อวันพุธ โดยยืนกรานว่าไต้หวันไม่มีสิทธิเข้าร่วมองค์การสหประชาชาติ

"องค์การสหประชาชาติเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลระหว่างประเทศที่ประกอบด้วยรัฐอธิปไตย แต่ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน" โฆษกผู้นี้กล่าว

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพิ่งทำให้จีนขุ่นเคือง เมื่อกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐของเขาพร้อมจะปกป้องไต้หวันหากถูกจีนรุกราน ทำให้ทำเนียบขาวต้องรีบออกมาชี้แจงว่า สหรัฐยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายเดิม ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายความสัมพันธ์กับไต้หวันที่ผ่านสภาคองเกรสเมื่อปี 2522 ครั้งที่สหรัฐเปลี่ยนจากการรับรองไต้หวัน มาสถาปนาความสัมพันธ์กับจีน.