ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางถึงฮ่องกงเพื่อเตรียมเป็นประธานในพิธีฉลองวันครบรอบ 25 ปีของการส่งมอบฮ่องกงกลับคืนจากอังกฤษ ท่ามกลางมาตรการเข้มงวดในการห้ามการชุมนุมและการรักษาความปลอดภัยอย่างขึงขัง

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีน กล่าวแถลงหลังเดินทางข้ามพรมแดนถึงฮ่องกงด้วยรถไฟความเร็วสูง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันครบรอบ 25 ปีของการส่งมอบฮ่องกงคืนจากอังกฤษ (Photo by Selim CHTAYTI / POOL / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน 2565 กล่าวว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง มีกำหนดเยือนฮ่องกง เป็นเวลา 2 วัน ทั้งเป็นประธานในพิธีฉลองวันครบรอบ 25 ปีของการส่งมอบฮ่องกงกลับคืนจากอังกฤษ และเป็นประธานในพิธีเปิดตัวฝ่ายบริหารใหม่ของฮ่องกงอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะได้แสดงฐานะและอำนาจเหนือเกาะแห่งนี้
การเดินทางออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของสีจิ้นผิง นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และเป็นครั้งแรกของเขาที่ฮ่องกง นับตั้งแต่เกิดเหตุปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่ในฮ่องกงเมื่อปี 2562
“หลังพายุผ่านพ้นไป ฮ่องกงได้ถือกำเนิดใหม่จากกองไฟ และฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง” สีจิ้นผิงกล่าวในแถลงการณ์ หลังเดินทางมาถึงฮ่องกงด้วยรถไฟความเร็วสูงเมื่อช่วงบ่ายของวันพฤหัสบดี
1 กรกฎาคมของทุกปี ถือเป็นวันที่ตอกย้ำสถานภาพของฮ่องกงภายใต้ปฏิญญาร่วมระหว่างจีนและอังกฤษ ที่ยินยอมให้ฮ่องกงสามารถคงเสรีภาพและความเป็นอิสระบางส่วนไว้ได้เป็นเวลา 50 ปีภายใต้โมเดล "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ซึ่งถือว่าเดินทางมาถึงครึ่งทางแล้วในวันศุกร์นี้
เป็นเวลาหลายทศวรรษหลังจากการกลับคืนสู่จีน ทุกๆ วันที่ 1 กรกฎาคม ชาวฮ่องกงนอกจากจะเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการแล้ว บางส่วนยังจัดกิจกรรมเดินขบวนเพื่อแสดงออกถึงความคับข้องใจทางการเมือง, การปกครอง และสิทธิทางสังคม แต่การเดินขบวนเหล่านั้น ถูกฝ่ายปกครองสั่งห้ามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภายใต้มาตรการจำกัดโรคโคโรนาไวรัส และเหตุผลด้านความมั่นคง
นักวิจารณ์กล่าวว่า การปราบปรามประชาชนด้วยความรุนแรงมากขึ้นภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่บังคับใช้โดยรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 2563 เป็นการทรยศต่อปฏิญญาที่ยินยอมให้ฮ่องกงสามารถปกครองในรูปแบบของตนเองได้ หลังการส่งมอบคืนจากอังกฤษ ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ได้ออกมายืนยันเจตนารมณ์ดังกล่าว ว่า “สหราชอาณาจักรให้คำมั่นสัญญากับดินแดนและประชาชนในอาณาเขตแห่งนี้ และตั้งใจที่จะยึดถือไว้อย่างเคร่งครัด โดยพร้อมทำทุกวิธีที่ทำได้เพื่อให้จีนปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัดเช่นกัน”
เฉกเช่นสหรัฐอเมริกา โดยแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวถึง “การพังทลายของเอกราชในฮ่องกง” และย้ำว่าสหรัฐอเมริกาจะยืนหยัดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับประชาชนในฮ่องกงและสนับสนุนการเรียกร้องเสรีภาพตามปฏิญญาที่จีนเคยให้ไว้ เพื่อคืนสถานะเดิมให้เกาะแห่งนี้"
แต่สีจิ้นผิง ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า โมเดลการปกครองแบบ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" จะรับประกันเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวให้กับฮ่องกง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.ดีอี' ลั่นไม่เลือกข้าง 'สงครามเอไอ' สหรัฐบีบพันธมิตรไม่ให้ร่วมกลุ่มจีน
รมว.ดีอี กล่าวถึงกรณีสหรัฐเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กับประเทศจีนว่า เราไม่เลือกแน่ๆ เพราะจุดยืนตั้งแต่ต้นคือ เป็นกลางด้านภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะอยากให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีทุกรูป
หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก
ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
ตม.รวบหนุ่มจีนหนีหมายจับ โกงกว่า 100 ล้านหยวน กบดานพัทยารอส่งกลับ
สืบ ตม.4 สนธิกำลัง ตม.สกลนคร-สืบ ตม.3 ตามรวบ “นายหยิ่น” ชาวจีน ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีระดมเงินจากผู้ลงทุนกว่
กรมเจรจาฯ เผย FTA หนุนการค้าไทย ครึ่งปีแรก โต 21.8%
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย ครึ่งปีแรกของปี 69 การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA โต 21.8% มูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ชี้! FTA ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความได้เปรียบด้านภาษีให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มโอกาสขยายส่งออกสินค้าไปตลาดต่างประเทศ
'5สิ่ง' ที่ควรรู้เกี่ยวกับแซมเบีย ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี
ประเทศแซมเบียซึ่งอุดมไปด้วยทองแดง และครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตหนี้สาธารณะ กำลังจะจัดการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบว่าประธานาธิบดีฮาไคนเด ฮิชิเลมา สามารถทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจของเขากำลังได้ผล
จับตา! จีนนำเครื่องบินรุ่นใหม่ฝึกรบกับไทย อาจมีเซอร์ไพรส์
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "สัมพันธ์แนบแน่น"

