ยุโรปร้อนระอุ-ไฟป่าลามไม่หยุด

คลื่นความร้อนที่ปกคลุมทั่วยุโรปส่งผลให้ประชาชนหลายประเทศต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนระอุต่อเนื่อง ในอังกฤษพยากรณ์ว่าอุณหภูมิจะทะลุ 40 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกในวันอังคาร ขณะที่ไฟป่ายังเผาผลาญในหลายเมืองของฝรั่งเศส, สเปน, โปรตุเกส และมีผู้เสียชีวิตจากไฟป่าแล้ว

          รอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565 ว่า คลื่นความร้อนที่ปกคลุมทางใต้ของทวีปยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางเหนือของทวีป ทำให้ทางภาคใต้และภาคตะวันตกของเยอรมนีและเบลเยียมเตรียมเผชิญกับอุณหภูมิสูงที่สุดทุบสถิติ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากต่างระบุว่าสภาพอากาศร้อนระอุในยุโรปที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

          ทางการอังกฤษประกาศเหตุฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัดที่มีการพยากรณ์ว่าอุณหภูมิจะขึ้นไปเกิน 40 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกในวันอังคาร ทุบสถิติอากาศร้อนที่สุดของอังกฤษที่ 38.7 องศาเซลเซียสเมื่อปี 2562 สภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงัก โดยรถไฟบางสายต้องหยุดวิ่งและประกาศยกเลิกเที่ยวบินบางเที่ยว

          แกรนท์ แชปส์ รัฐมนตรีคมนาคมอังกฤษให้สัมภาษณ์บีบีซีเมื่อวันอังคารว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ในวันนี้เราอาจจะพบกับวันอากาศร้อนที่สุดในสหราชอาณาจักร แต่โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศที่สร้างมาตั้งแต่สมัยวิกตอเรีย ไม่ได้สร้างมาให้ทนทานกับสภาพอากาศเช่นนี้

          คลื่นความร้อนส่งผลให้เกิดไฟป่าในหลายประเทศของยุโรป ในสเปนยังมีไฟป่าเกิดขึ้นมากกว่า 30 พื้นที่ เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับไฟป่า 4 แห่งในแคว้นกัสติยาและเลออน

          ไฟป่าที่เกิดขึ้นในเทศบาลโลซาเซียว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดซาโมราของสเปน ทำให้ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 3 คน และต้องอพยพชาวบ้านมากกว่า 6,000 คน จากหมู่บ้าน 32 แห่ง

              ส่วนที่แคว้นกาลิเซียอพยพประชาชนมากกว่า 1,500 คน เพื่อหนีเส้นทางไฟป่า 4 แห่งที่เผาผลาญอาคารบ้านเรือนไปแล้วหลายหลัง

          ไฟป่าที่เกิดขึ้นในสเปนปีนี้เผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้ว 70,000 เฮกตาร์ หรือราว 437,500 ไร่ มากกว่าราว 2 เท่าจากไฟป่าค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

              ในโปรตุเกสประเทศเพื่อนบ้านของสเปน จากข้อมูลของสถาบันอากาศไอพีเอ็มเอระบุว่า มีเทศบาลราว 50 แห่ง ส่วนใหญ่ทางภาคกลางและภาคเหนือของประเทศที่เสี่ยงสูงมากกับการเกิดไฟป่า

          เจ้าหน้าที่ดับเพลิงโปรตุเกสมากกว่า 1,000 คน ต่อสู้กับไฟป่าหลัก 5 แห่ง ไฟป่าใหญ่ที่สุดเริ่มที่เทศบาลมูร์ซาทางเหนือของประเทศ และลุกลามไปยังเทศบาลอีก 2 แห่งที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากหมู่บ้านหลายแห่ง และมีรายงานพบศพสามี-ภรรยาสูงอายุในรถยนต์ที่โดนไฟป่าเผาไหม้เมื่อวันจันทร์

          ส่วนในฝรั่งเศส ไฟป่ารุนแรงที่สุดเกิดที่จังหวัดฌีรงค์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ต้องอพยพประชาชนราว 34,000 คน ไฟป่าที่เกิดขึ้นมาแล้ว 1 สัปดาห์ เผาผลาญพื้นที่ป่าไปราว 19,000 เฮกตาร์ หรือราว 120,625 ไร่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

COCOCO เร่งเครื่องรุกตลาดต่างประเทศขยายฐานลูกค้า

COCOCO เดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่ตลาดอเมริกา ยุโรป และเอเชีย พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค

‘กสิกร’ออกหุ้นกู้อายุ10ปี มูลค่า800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ธนาคารกสิกรไทยออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างเงินกองทุนของธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวสอดคล้องกับแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ไทย–ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5 ข้ามแดน ยกระดับระบบบัญชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูล Hotspot และเทคโนโลยี รับมือมลพิษทางอากาศร่วมกัน

วันนี้ (10 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ให้การต้อนรับ รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน

“รมว.สุชาติ” ร่วมหารือ รมว.กสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว เดินหน้าความร่วมมือแก้ปัญหา “ไฟป่า–หมอกควัน–PM2.5” ข้ามแดน เน้นแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และเทคโนโลยี ยกระดับการรับมือร่วมกัน

วันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ควันไฟป่าอินโดนีเซียยังวิกฤต กระแสลมพัดข้ามพรมแดนปกคลุมเบตงอีกระลอก

สถานการณ์ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย ยังคงลุกลามต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา ก่อให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศในวงกว้าง กระแสลมได้พัดพาหมอกควันข้ามพรมแดนสู่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ย่ำแย่ลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระบบทางเดินหายใจ ขณะที่บางพื้นที่ของอินโดนีเซียจำเป็นต้องสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว

TEGH ยิ้ม ออเดอร์ยางพุ่ง! ดันรายได้รวมปีนี้เติบโต 10%

TEGH ประเมินแนวโน้มครึ่งหลังปี 69 สัญญาณดี ออเดอร์ยางพุ่ง! พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ดันรายได้รวมปีนี้เติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท