โจ ไบเดน ต่อสายหาสีจิ้นผิง ถกประเด็นไต้หวันและข้อพิพาททางการค้า

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน พูดคุยทางโทรศัพท์เกี่ยวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในประเด็นไต้หวัน และข้อพิพาททางการค้าระหว่างกัน

แฟ้มภาพ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา (ซ้าย) และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน (Photo by MANDEL NGAN and Anthony WALLACE / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2565 กล่าวว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา ต่อสายตรงถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อพุดคุยในประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับไต้หวันและการพิพาททางการค้า

ทำเนียบขาวออกมาให้ข้อมูล กล่าวว่า การโทรเริ่มต้นเมื่อเวลา 08:33 น. ในกรุงวอชิงตัน (19.33 น. ตามเวลาประเทศไทย) และจะมีการออกแถลงการณ์หลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์สิ้นสุดลง

แม้ว่านี่จะเป็นการพูดคุยครั้งที่ 5 ของโจ ไบเดนและสีจิ้นผิง ตั้งแต่ไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีมากว่าปีครึ่ง แต่ความไม่ไว้วางใจระหว่างทั้งสองประเทศยังคงมีอยู่เสมอ

สถานการณ์การแข่งขันและกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงประเด็นการเยือนไต้หวันของนักการเมืองระดับสูงสหรัฐฯ ยิ่งทำให้ความขัดแย้งมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทั้งสองฝ่ายมีสัญญาณการปรองดองกันได้น้อยมาก

โจ ไบเดนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสีจิ้นผิง มากกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอย่างจริงจังแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่ไบเดนรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ถึงแม้ไบเดนจะต้องการแบ่งแยกขั้วระหว่างสองชาติอย่างชัดเจน แต่ว่าเขาพยายามจะรักษาระดับความสัมพันธ์ให้ยังสามารถรับโทรศัพท์และพูดคุยซึ่งกันและกันอย่างตรงไปตรงมาได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สี จิ้นผิง' ฮึ่ม! เรียกร้องให้เคารพอธิปไตยในตะวันออกกลาง

สื่อของรัฐบาลจีนรายงานเมื่อวันอังคารว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเรียกร้องให้เคารพอธิปไตยของประเทศต่างๆ ในตะวันออ

โป๊กเกอร์ไทยสร้างชื่อ 'เทหน้าตัก' บุกจัด2งานใหญ่ที่ไต้หวัน

"เทหน้าตัก” เดินหน้าก้าวสู่เวทีโป๊กเกอร์ระดับนานาชาติ จับมือ 2 องค์กรใหญ่ จัดแข่งขัน 2 รายการพิเศษที่ประเทศไต้หวัน เปิดโอกาสให้นักโป๊กเกอร์ไทย ได้มีเวทีพัฒนาฝีมือ ก่อนสร้างชื่อคว้าทั้ง 2 แชมป์

สงครามในตะวันออกกลางเป็นต้นเหตุของการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับปริมาณก๊าซที่ส่งให้ไต้หวัน

ไต้หวันตกเป็นเป้าหมายของการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางออนไลน์เป็นวงกว้าง โดยอ้างว่าแหล่งก๊าซธรรมชาติของเกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้จะหมดลงในไม่ช้าเนื่องจากการหยุดชะงักจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่าเรื่องราวดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและบั่นทอนความเชื่อมั่นในรัฐบาลได้