เพโลซีท้าทายจีน หลังลงจอดที่ดินแดนไต้หวัน

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ตอบโต้การคุกคามของจีน ด้วยการเดินทางไปยังกรุงไทเปของไต้หวัน โดยไม่หวั่นเกรงการข่มขู่ทางการทหาร มุ่งเดินหน้าภารกิจทัวร์เอเชียต่อไปตามกำหนดการ

โจเซฟ หวู่ รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน (ซ้าย) ให้การต้อนรับแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่เดินทางมาเยือนในกรุงไทเป เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม (Photo by Handout / Taiwan's Ministry of Foreign Affairs (MOFA) / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2565 กล่าวว่า แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไม่หวั่นเกรงคำขู่ของจีน เดินทางถึงกรุงไทเป ของไต้หวันแล้วในช่วงเย็นวันอังคาร หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่มาเลเซีย

การเดินทางถึงไต้หวันในครั้งนี้ เป็นการยืนยันข่าวลือก่อนหน้าซึ่งไม่แน่ชัดว่าเธอจะมายังไทเปหรือไม่ โดยคาดกันว่าเธอจะไปเกาหลีใต้และญี่ปุ่นก่อน การกระทำที่ขัดต่อคำเตือนและภัยคุกคามจากจีน ส่อแววว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจของโลกเพิ่มสูงขึ้น

เพโลซี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญลำดับที่ 2 รองจากตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ที่มาเยือนไต้หวันเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี และรัฐบาลปักกิ่งได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า การมาเหยียบแผ่นดินในอาณาเขตของจีนแผ่นดินใหญ่ของเพโลซี ถือเป็นการยั่วยุครั้งใหญ่ และจะถูกตอบโต้ทางทหาร

ภาพถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ท้องถิ่น เผยให้เห็นเพโลซีวัย 82 ปี ออกมาจากเครื่องบินทหารของสหรัฐฯ ที่ลงจอดยังสนามบินไทเป และทันทีที่เดินทางถึง ก็ได้รับการต้อนรับจากโจเซฟ หวู่ รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน 

เพโลซีอยู่ในระหว่างภารกิจทัวร์เอเชีย และแม้ว่าทั้งเธอและสำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯจะไม่ยืนยันกำหนดการเยือนไทเป แต่สื่อมวลชนของสหรัฐฯ และไต้หวันหลายสำนัก ต่างรายงานว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างหนักต่อรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่

โดยก่อนหน้าที่เพโลซีจะเดินทางมาถึงไต้หวัน สื่อทางการของจีนประกาศว่า กองทัพทหารของรัฐบาลปักกิ่งได้ส่งเครื่องบินขับไล่ Su-35 ขั้นสูง บินข้ามช่องแคบไต้หวัน เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนทางทหาร

จีนถือว่าไต้หวันซึ่งปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตย เป็นอาณาเขตของตน และให้คำมั่นว่าจะยึดเกาะไต้หวันคืนมาให้ได้วันใดวันหนึ่ง หากจำเป็น ขณะที่จีนเองก็พยายามแยกไต้หวันออกจากการมีตัวตนบนเวทีประชาคมโลก อีกทั้งยังต่อต้านประเทศที่มีการปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน เสมือนหนึ่งประเทศที่แบ่งแยกออกจากจีน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทูตนอกแถว' โพสต์ขอโทษ ปมแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ แต่ไม่วายเหน็บไทยเป็นมณฑลหนึ่งของใคร

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อท่านทูตจีนออกมาบอกว่านายกไทยร้องเพลงเถียนมี่มี่ในงานเลี้ยงกับนายกจีนทำให้สัมพันธ์ไทย-จีนหวานชื่น

'อนุทิน' ไม่หวั่นแถลงการณ์ไต้หวันลั่นไทยมีนโยบายจีนเดียวชัดเจน!

นายกฯ ไม่หวั่นไต้หวันออกแถลงการณ์ผิดหวังไทยปมเห็นพ้องจีนประกาศถ้อยแถลง มั่นใจไม่กระทบฟรีวีซ่า-แรงงานไทย ย้ำสัมพันธ์สองชาติเข้าใจกันดี ไม่ต้องชี้แจงท่าทีไทย

'ทูตนอกแถว' ไม่จบ! แซะนายกฯ แสดงความเปิ่นเชย ไม่รู้เรื่องเพลงที่เหมาะสมกว่า 'เถียนมี่มี่'

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตลกดี ร้อนตัวร้อนท้องกันใหญ่ ก็ถ้ามันไม่ได้อะไร ไม่เป็นอะไรอย่างที่ว่า

'โบว์' เผยเบื้องหลัง 'อนุทิน' ร้องเพลงเถียนมี่มี่ ให้รัฐบาลจีนฟัง

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เหลือเชื่อว่าซีนนายกอนุทินร้องเพลงเถียนมีมี่ โดยมีนายก หลี่ เฉียง ของจีนนั่งปรบมืออยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นบรรยากาศทางการทูตระดับ 10/10 หลังการเซ็น MOU 15 ฉบับ

'ทูตนอกแถว' ออกโรงแซะ 'อนุทิน' ร้องเพลง 'เถียนมี่มี่' ของไต้หวัน นายกฯจีนคงกระอักกระอ่วน

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือ "ทูตนอกแถว" อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ร้องเพลง "เถียนมี่มี่" ในงานเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยมี นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพ