สั่งปิดเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของบัลแกเรีย หลังเกิดสารหล่อเย็นรั่วไหล

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของบัลแกเรียถูกสั่งปิดเตาปฏิกรณ์ ซึ่งเป็นการหยุดทำงานครั้งที่ 3 แล้วในปีนี้ หลังจากพบการรั่วไหลของสารหล่อเย็นที่เจือปนกัมมันตภาพรังสี

แฟ้มภาพ เตาปฏิกรณ์ปรมาณูในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คอสโลดูจของประเทศบัลแกเรีย (Photo by DIMITAR DILKOFF / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2565 กล่าวว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คอสโลดูจ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศบัลแกเรีย จะทำการปิดเตาปฏิกรณ์ปรมาณู 1 เครื่องในวันเสาร์นี้ หลังตรวจพบการรั่วไหลของสารหล่อเย็นที่เจือปนกัมมันตภาพรังสี

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คอสโลดูจ เคยถูกสั่งหยุดดำเนินการมาแล้ว 2 ครั้งในปีนี้ โดยทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานผิดปกติที่ตัวเตาปฏิกรณ์ ทำให้ต้องหยุดเดินเครื่องในเดือนมิถุนายนและตุลาคม

การรั่วไหลของสารกัมมันตภาพรังสีที่คอสโลดูจ ถูกตรวจพบในเครื่องกำเนิดไอน้ำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หน่วยงานดูแลโรงไฟฟ้าจึงตัดสินใจทำการตรวจสอบเตาปฏิกรณ์ในเวลานั้นทันที เบื้องต้นปริมาณการรั่วไหลยังอยู่ในขอบเขตความปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล

หน่วยงานฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ได้ตัดสินใจปิดเตาปฏิกรณ์ก่อนที่จะถึงขีดจำกัดในกฎระเบียบทางเทคโนโลยี ขณะที่สถานการณ์การกระจายตัวของสารกัมมันตภาพรังสีในพื้นที่โรงไฟฟ้า ยังคงปกติดี

เตาปฏิกรณ์หมายเลข 6 ซึ่งเป็นเครื่องที่มีปัญหารั่วไหล มีกำหนดจะปิดการทำงานในเช้าวันเสาร์ โดยปราศจากกำหนดการว่าจะกลับเชื่อมต่ออีกครั้งได้เมื่อใด ในระหว่างนี้ เตาปฏิกรณ์หมายเลข 5 ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ จำเป็นต้องเดินเครื่องอย่างเต็มกำลังเพื่อทดแทนการขาดหายไปของหมายเลข 6

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คอสโลดูจ ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณหนึ่งในสามของประเทศ และมีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของบัลแกเรียโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยภายนอกภายในรุมเร้า ท้าทายฝีมือประยุทธ์อยู่หรือไป?

เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ สถานการณ์สู้รบระหว่าง รัสเซียกับยูเครน เพิ่มความตึงเครียด สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานไปในทิศทางเดียวกัน กองกำลังรัสเซียโจมตีโรงไฟฟ้าซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia)