ผลวิจัยล่าสุดพบว่าการทำอาหารด้วยแก๊สในบ้านเชื่อมโยงกับการเจ็บป่วยโรคหอบหืดวัยเด็กในสหรัฐอเมริกา โดยเปรียบผลกระทบที่มีต่อสุขภาพเทียบเท่ากับการสูดดมควันบุหรี่มือสอง

(Photo by ALAIN JOCARD / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2566 กล่าวว่า ผลการศึกษาวิจัยในสหรัฐอเมริกาล่าสุด เผยความเชื่อมโยงโรคหอบหืดในวัยเด็กกับการประกอบอาหารด้วยแก๊สหุงต้มภายในบ้านเรือน คิดเป็น 12.7% หมายความว่า เด็กๆในสหรัฐอเมริกา 100 คนที่เป็นโรคหอบหืด จะมีความเชื่อมโยงกับสาเหตุการใช้แก๊สหุงต้มประกอบอาหารในบ้านถึง 13 คนเลยทีเดียว
ผลการวิจัยล่าสุดกระตุ้นการโน้มน้าวชาวอเมริกันให้หันมาใช้เตาไฟฟ้าและเตาแม่เหล็กไฟฟ้ามากขึ้น แทนการใช้แก๊สหุงต้มในการประกอบอาหาร โดยมีเจนนิเฟอร์ แกรนโฮล์ม รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เป็นแกนนำในการโน้มน้าวดังกล่าว
ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ประมาณ 35% ของครัวเรือนอเมริกันใช้เตาแก๊สในการประกอบอาหารเป็นหลัก โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าแก๊สหุงต้มปล่อยไนโตรเจนไดออกไซด์ในระดับสูงซึ่งเชื่อมโยงกับอัตราโรคหอบหืดที่สูงขึ้น
สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อม Rocky Mountain Institute (RMI) เป็นผู้นำในการศึกษาวิจัยนี้ และได้เผยแพร่ประเด็นดังกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วในวารสาร International Journal of Environmental Research and Public Health
โดยผลการวิจัยที่เผยแพร่นั้นชี้ให้เห็นว่าเด็กๆราว 650,000 คนในสหรัฐฯ กำลังป่วยเป็นโรคหอบหืด ซึ่งอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นหากพวกเขาไม่ได้สัมผัสกับแก๊สหุงต้มจากเตา งานวิจัยยังระบุด้วยว่า ความเสี่ยงโรคหอบหืดจากแก๊สหุงต้มนั้นเทียบเท่ากับโรคหอบหืดจากควันบุหรี่มือสอง พร้อมย้ำว่า "ทุกครั้งที่ใช้เตาแก๊สก็เหมือนกับมีคนสูบบุหรี่อยู่ในบ้าน"
การศึกษาล่าสุดใช้วิธีการเดียวกับการวิจัยในปี 2561 ซึ่งระบุว่า 12.3% ของเด็กที่เป็นโรคหอบหืดในออสเตรเลียมีสาเหตุมาจากแก๊สหุงต้ม
การศึกษานี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาให้ดำเนินการเกี่ยวกับอันตรายของแก๊สหุงต้ม ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เล็งเห็นว่านี่เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน เช่นเดียวกับวุฒิสมาชิกหลายคนที่เห็นด้วยกับการหาทางออกของอันตรายดังกล่าว
โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 262 ล้านคนทั่วโลก โดยข้อมูลล่าสุดขององค์การอนามัยโลกเมื่อปี 2562 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคหอบหืดมากถึง 455,000 คนเลยทีเดียว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลวิจัยชี้ 'ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่' มีผลเล็กน้อย หรือไม่มีเลย
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ประธานศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้คความผ่านเฟซบุ๊กว่า ยาต้านไข้หวัดใหญ่เกือบทั้งหมดมีผลเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
ระดับ 'วิตามินดี' ต่ำ สะท้อนพฤติกรรมใช้ชีวิตผิด
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ประธานศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วิตามินดีต่ำ คือใช้ชีวิตผิด
'กระดูกพรุน' ต้องตรวจเมื่อไร! ยาขนานไหนถึงได้ผล
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ประธานศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุขและที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
ไฟไหม้! ตลาดนัดแพรกษา วอด 6 ล็อก เจ็บ 1 ราย
เมื่อเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าภายในตลาดนัด ซอยแพรกษา 10 ถนนแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองแพรกษา รุดไปที่เกิดเหตุ
กินเหล้าหัวราน้ำ! กระทบตับ ส่วนที่ป้องกันอัลไซเมอร์
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและสมอง ประธานศูนย์ความเป็นเลิศการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และที่ปรึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต
'หมอยง' แจงยังไม่มีผลวิจัยเพียงพอให้ 'ผู้สูงอายุ' ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่องวัคซีนไข้เลือดออก (ตอนที่ 5)

