
ปักกิ่ง ๐ จีนประกาศเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในปีนี้ร้อยละ 7.2 จากเมื่อปีที่แล้วที่จีนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมร้อยละ 7.1 ด้านนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งเตือนเรื่องภัยคุกคามจากต่างชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น
สำนักข่าวเอเอฟพีและเอพีรายงานในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม 2566 ทางการจีนเผยปี 2566 จะใช้งบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในรอบ 4 ปี และเตือนเรื่องภัยคุกคามจากต่างชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ทางการจีนระบุถึงงบประมาณด้านกลาโหมในปีนี้ว่ามีแผนที่จะใช้อยู่ที่ 1.55 ล้านล้านหยวนหรือราว 225,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 และเป็นการเพิ่มเร็วที่สุดตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งในปี 2565 จีนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมร้อยละ 7.1
นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งกล่าวต่อที่ประชุมเอ็นพีซีเมื่อวันอาทิตย์ ความพยายามภายนอกจากต่างชาติที่จะกดดันและควบคุมจีนกำลังทวีความรุนแรงขึ้น กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนควรเพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อมและการเตรียมพร้อมทางทหารอย่างเต็มที่ กองทัพต้องทุ่มเทพลังงานกับการฝึกซ้อมภายใต้สถานการณ์การสู้รบ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานทางทหารในทุกทิศทางและทุกด้าน
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญในการป้องกันประเทศและการพัฒนาทางทหารซึ่งทำให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนเป็นกำลังรบที่ทันสมัยและมีความสามารถมากขึ้น
เขาไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ แต่อ้างถึงการมีส่วนร่วมของกองทัพจีนในการป้องกันชายแดน, การคุ้มครองสิทธิทางทะเล, การต่อต้านการก่อการร้ายและการรักษาเสถียรภาพ การช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติ, การปฏิบัติตามมาตรการโควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาล
หลี่กล่าวด้วยว่าเราควรรวบรวมเข้าด้วยกันและเพิ่มบูรณาการของยุทธศาสตร์ชาติและความสามารถทางยุทธศาสตร์ และยกระดับการเสริมสร้างศักยภาพในด้านวิทยาศาสตร์,เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศซึ่งรวมถึงการส่งเสริมการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างภาคพลเรือนและกองทัพ
งบประมาณด้านกลาโหมของจีนอยู่ในอันดับ 2 ของโลก โดยเป็นงบประมาณที่น้อยกว่าสหรัฐซึ่งจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมในปีนี้กว่า 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าจีนใช้จ่ายงบประมาณด้านกลามโหมจริงมากกว่าจำนวนเงินที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
จากข้อมูลของธนาคารโลกระบุจีนใช้ร้อยละ 1.7 ของจีดีพีไปกับงบประมาณด้านกลาโหมในปี 2564 ขณะที่สหรัฐซึ่งมีภาระผูกพันทางทหารในต่างประเทศจำนวนมาก ใช้งบประมาณด้านกลาโหมไปร้อยละ 3.5% ของจีดีพี
การเปิดเผยถึงงบประมาณด้านกลาโหมของจีนที่พุ่งสูงขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐตกต่ำ
จีนและและสหรัฐมีปัญหาขัดแย้งกันในหลายเรื่องช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทั้งเรื่องการค้า, สิทธิมนุษยชนและประเด็นอื่น ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อเดือนที่แล้ว หลังสหรัฐยิงบอลลูนของจีนที่สหรัฐอ้างว่าเป็นบอลลูนที่ใช้เพื่อสอดแนม ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่จีนปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.ดีอี' ลั่นไม่เลือกข้าง 'สงครามเอไอ' สหรัฐบีบพันธมิตรไม่ให้ร่วมกลุ่มจีน
รมว.ดีอี กล่าวถึงกรณีสหรัฐเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตรต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กับประเทศจีนว่า เราไม่เลือกแน่ๆ เพราะจุดยืนตั้งแต่ต้นคือ เป็นกลางด้านภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะอยากให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีทุกรูป
หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก
ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์
ตม.รวบหนุ่มจีนหนีหมายจับ โกงกว่า 100 ล้านหยวน กบดานพัทยารอส่งกลับ
สืบ ตม.4 สนธิกำลัง ตม.สกลนคร-สืบ ตม.3 ตามรวบ “นายหยิ่น” ชาวจีน ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีระดมเงินจากผู้ลงทุนกว่
กรมเจรจาฯ เผย FTA หนุนการค้าไทย ครึ่งปีแรก โต 21.8%
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผย ครึ่งปีแรกของปี 69 การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่ FTA โต 21.8% มูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ชี้! FTA ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความได้เปรียบด้านภาษีให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มโอกาสขยายส่งออกสินค้าไปตลาดต่างประเทศ
'5สิ่ง' ที่ควรรู้เกี่ยวกับแซมเบีย ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี
ประเทศแซมเบียซึ่งอุดมไปด้วยทองแดง และครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตหนี้สาธารณะ กำลังจะจัดการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบว่าประธานาธิบดีฮาไคนเด ฮิชิเลมา สามารถทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจของเขากำลังได้ผล
จับตา! จีนนำเครื่องบินรุ่นใหม่ฝึกรบกับไทย อาจมีเซอร์ไพรส์
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "สัมพันธ์แนบแน่น"

