สัมพันธภาพซาอุฯ กับอิหร่าน คือการทิ้งอเมริกาอยู่ข้างหลัง?

AFP

วอชิงตันกำลังสูญเสียอิทธิพลในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย หลังจากที่ปักกิ่งเข้าไปมีบทบาทสำคัญทางการทูตระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน นับเป็นการเปลี่ยนดุลอำนาจที่น่าจับตา

หลังจากเป็นศัตรูกันมานานหลายปี จู่ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งสองประเทศก็วางแผนที่จะหวนกลับมาสานสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเคยแตกหักไปในปี 2016 อีกครั้ง เริ่มจากการพบกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน เป็นการส่งสัญญาณที่ดีต่อข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งงานนี้มีจีนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย และมีการลงนามข้อตกลงกันในปักกิ่ง

เป็นที่น่าประหลาดใจที่จู่ๆ จีนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทางการเมืองและการทูตในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังหลุดพ้นจากวงโคจร สื่ออเมริกันหลายสำนักรายงานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อำนาจสั่งการแบบเก่าของสหรัฐฯกำลังถูกผลักไสให้ไปอยู่นอกสนามและลดสถานะตนเองจนเป็นส่วนเกิน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของคู่แข่งอย่างจีน ที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเปราะบางมานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อตกลงเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนซาอุดีอาระเบียก็ยังคงเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ แม้ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะเดินทางไปเยือนเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็ดูเย็นชาอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมีผลจากกรณี จามาล คาช็อกกี-นักข่าวซาอุฯ ถูกสังหารเมื่อปี 2018 ที่เชื่อกันว่าเป็นคำสั่งจากริยาด

กระนั้นก็ยังมีนักวิจารณ์บางคนกล่าวว่าเป็นความผิดของสหรัฐฯ เอง ที่สูญเสียอิทธิพลในภูมิภาคอ่าว จากการถอยตัวออกห่างมากขึ้น กลายเป็นสุญญากาศที่ตอนนี้จีนสามารถกระโดดเข้าไปมีบทบาทได้ ในความเป็นจริงแล้ว สหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของไบเดนได้ยุติบทบาททางทหารในอัฟกานิสถาน รวมถึงบทบาทแทรกแซงเรื่องความขัดแย้งในเยเมน ซีเรีย และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ความขัดแย้งที่เร่งด่วนที่สุดของสหรัฐฯ ในยามนี้คือ กับรัสเซียและจีน

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวได้แสดงความยินดีอย่างเป็นทางการกับความคืบหน้าทางการทูตระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน จอห์น เคอร์บี-โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ แถลงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลสหรัฐฯ รับทราบถึงการเจรจาในกรุงปักกิ่ง แต่ไม่ขอแสดงบทบาทอะไรต่อเรื่องนี้ เขายังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของจีนในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด วอชิงตันไม่ได้เพิกเฉยต่ออิทธิพลของจีนที่นั่น รวมถึงในแอฟริกาหรือละตินอเมริกา ซึ่งจีนกำลังพยายามที่จะปักหลักเพื่อเพิ่มพูนผลประโยชน์ของตนเองอยู่

กระทรวงต่างประเทศของจีนตอบโต้ข้อสงสัยดังกล่าวอย่างทันควันว่า จีนยอมรับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคที่เป็นรัฐอธิปไตย ไม่ได้คิดจะแสวงหาการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และไม่ได้คิดจะแสวงหาผลประโยชน์อย่างเห็นแก่ตัว

สื่ออเมริกันอ้างคำพูดของผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ระบุว่า สิ่งที่ชี้ขาดเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดไม่ใช่การสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย หากแต่เป็นบทบาทใหม่ของจีนและอิทธิพลที่ลดน้อยถอยลงของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางมากกว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อได้เปรียบที่เป็นไปได้สำหรับสหรัฐฯ นั่นคือ ข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ปี 2015 กับอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ พยายามฟื้นฟูแต่ไม่สำเร็จนั้น อาจจะกลับมาเป็นจุดสนใจใหม่ได้หากสหรัฐฯ ใช้ช่องทางผ่านซาอุดีอาระเบีย

คำถามของสื่อตะวันตกยังตามมาอีกว่า จีนซึ่งประสบความสำเร็จในการสานความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านนั้น จะสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนให้บรรลุสันติภาพได้ด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ดี จีนเคยประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่าต้องการจะจัดการกับปัญหาระหว่างประเทศให้มากขึ้นในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘นพดล’ ชี้ข่าวดีหาก ‘อิหร่าน’ ยุติโจมตี ‘อิสราเอล’ ห่วงคนไทยขอให้ฟังคำเตือนสถานทูต

กรรมาธิการห่วงใยชีวิตของคนไทยเกือบ 30,000 คนที่ทำงานในประเทศอิสราเอล และเข้าใจว่ามีแรงงานบางส่วนเริ่มเดินทางกลับไปทำงานเพราะต้องมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

‘พีระพันธุ์’ สั่งปลัดพลังงาน จับตาผลกระทบด้านพลังงาน สงคราม ’อิหร่าน-อิสราเอล’

รมว.พลังงานเผยสั่งการให้ท่านปลัดฯและหน่วยงานทุกหน่วยของกระทรวงพลังงานติดตามรายงานสถานการณ์ คาดการณ์ผลกระทบและแนวทางในการรับมือด้านพลังงานตลอดเวลาเช่นกัน