อินเดียเตรียมแซงจีนขึ้นเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกภายในกลางปี ตามการประมาณการของสหประชาชาติ

ประชากรขวักไขว่ในเมืองใหญ่ของอินเดีย (Photo by Punit PARANJPE / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 19 เมษายน 2566 กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เปิดเผยรายงานสถานะประชากรโลกของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Fund) ระบุว่า ประชากรอินเดียจะเพิ่มจำนวนขึ้นแตะระดับ 1,428 ล้านคนในช่วงกลางปีนี้ โดยจะแซงหน้าจำนวนประชากรจีนที่มีตัวเลข 1,425 ล้านคน และกลายเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกรายใหม่
ประชากรของจีนมีจำนวนลดลงในปี 2565 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2503 โดยครั้งนั้นมีสาเหตุจากการล้มตายของหลายล้านชีวิตภายใต้หายนะทางนโยบายเกษตรกรรมของอดีตผู้นำเหมาเจ๋อตุง
สำหรับปี 2565 หลายคนกล่าวว่า ประเทศจีนเผชิญกับการลดลงของจำนวนประชากรเนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลง รวมทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนสตรีที่เข้าสู่ตลาดแรงงานและแสวงหาการศึกษามากขึ้น
รัฐบาลปักกิ่งยุติ "นโยบายลูกคนเดียว" ที่เข้มงวด ซึ่งบังคับใช้ครั้งแรกในปี 2523 จากความหวาดกลัวประชากรล้นโลก ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ในปี 2564 และเริ่มปล่อยให้แต่ละครอบครัวสามารถมีลูกได้ 3 คน แม้หลายภูมิภาคของจีนได้ประกาศเดินหน้าแผนการเพิ่มอัตราการเกิดแล้ว แต่ความพยายามดังกล่าวก็ยังไม่สามารถแก้ไขการลดลงของจำนวนประชากรได้
ขณะที่อินเดียไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนประชากรของประเทศ เนื่องจากไม่ได้จัดทำการสำรวจสำมะโนประชากรตั้งแต่ปี 2554 แม้จะเคยพยายามสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดในปี 2564 แต่กระบวนการก็หยุดชะงักไปเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา
ปัจจุบันรัฐบาลอินเดียอ้างถึงปัญหาและอุปสรรคในการเข้าถึงแต่ละพื้นที่ รวมทั้งปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้กระบวนการสำรวจสำมะโนประชากรจะไม่เริ่มขึ้นในเร็วๆนี้ แต่นักวิจารณ์กล่าวว่ารัฐบาลจงใจชะลอการสำรวจดังกล่าว เพื่อปกปิดข้อมูลในประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงก่อนการเลือกตั้งระดับชาติในปี 2567 เช่น ตัวเลขการว่างงาน
ทั้งนี้ เศรษฐกิจอินเดียภายใต้การบริหารของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กำลังประสบปัญหาในการจัดหางานให้กับคนหนุ่มสาวหลายล้านคนที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในแต่ละปี ซึ่งประชากรอายุต่ำกว่า 30 ปี มีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในประเทศ ขณะที่อินเดียเองก็เผชิญกับปัญหาในการจัดหาไฟฟ้า, อาหาร และที่อยู่อาศัยสำหรับประชากรที่เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่หลายแห่ง
รายงานล่าสุดของสหประชาชาติยังคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะมีจำนวนมากถึง 8,045 ล้านคนภายในกลางปี 2566 และคาดว่าจำนวนประชากรโลกจะขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ 10,400 ล้านคน ก่อนจะเริ่มลดลงในช่วงปี 2630-2640.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สหประชาชาติเผย อย่างน้อย 58 ประเทศและดินแดนปนเปื้อนด้วยทุ่นระเบิด
รายงานที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารโดยข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า อย่างน้อย 58 ประเทศและดินแดนปนเปื้อนด้วยทุ่นระเบิด
'สีหศักดิ์' รายงานนายกฯ แผนรับมือเขมร ลากไทยเข้า UNCLOS
นายกฯ เข้าทำเนียบฯ 'สีหศักดิ์' รายงานแนวทางรับมือหลัง 'กัมพูชา' เดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS
หนูเมินฮุนมาเนต ทบ.ประท้วงเขมร ซุกทุ่นบึ้มดักไทย
“ฮุน มาเนต” ยื่น “เลขาฯ ยูเอ็น” เข้ากระบวนการ “ประนอมภาคบังคับ" ตามกลไก UNCLOS “อนุทิน” บอกไม่ต้องแก้เกม
UN ประณามการเสียชีวิตของเด็กจากปฏิบัติการของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์
วันนี้ (12 พ.ค.2569 สหประชาชาติประณามความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและการโจมตีของผู้ตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ที่ยึดครอง ซึ่งส่งผลให้เด็กชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไปแล้ว 70 คนนับตั้งแต่ต้นปี 2025
สวีเดน ถูกยูเอ็นวิจารณ์ กรณีเนรเทศเด็กพิการถึงสองครั้ง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติวิจารณ์สวีเดน ที่เนรเทศเด็กพิการไปยังแอลเบเนียถึงสองครั้ง ก่อนที่จะเนรเทศเด็กซึ่งมีความพิการรุนแรงและเจ็บป่วยร้ายแรง รัฐจะต้องทำการประเมินสถานการณ์เป็นรายบุคคลอย่างเข้มงวดและต้องมั่นใจว่ามี “การรักษาและยาที่จำเป็น” ในประเทศปลายทางหรือไม่ หน่วยงานของสหประชาชาติเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ในเจนีวา
การฟื้นฟูบูรณะในฉนวนกาซา ต้องใช้เงินมากกว่า 71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การฟื้นฟูบฉนวนกาซาที่ได้รับความเสียหายจากสงครามจะต้องใช้งบประมาณมากกว่า 71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประเมินของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา

