ผลประชามติเพื่อสิทธิของชาวอะบอริจินในออสเตรเลีย

AFP

ชาวอะบอริจินอาศัยอยู่ในออสเตรเลียมาเป็นเวลาหลายพันปี สิทธิของพวกเขาควรได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นทางการด้วยหรือไม่นั้น ชาวออสเตรเลียมีความเห็นแยกเป็นสองขั้ว และผลประชามติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาสะท้อนชัดเจนแล้วว่า สิทธิของชนพื้นเมืองไม่ได้ถูกรวมไว้ในรัฐธรรมนูญ

‘การลงประชามติเพื่อเสียงชาวพื้นเมืองของออสเตรเลีย’ มีเป้าหมายเพื่อขยายรัฐธรรมนูญออสเตรเลียอายุ 122 ปี โดยมีข้อความที่คำนึงถึงสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเป็นทางการ เหตุเพราะในอดีตเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 18 เจ้าอาณานิคมบริเตนใหญ่ใช้อำนาจปกครองอย่างกดขี่ และไม่เคยกล่าวถึงชาวพื้นเมืองในรัฐธรรมนูญที่เริ่มใช้กันตั้งแต่ปี 1901 กระทั่งปี 1967 ชนเผ่าพื้นเมืองเพิ่งได้รับสิทธิพลเมือง จนถึงช่วงทศวรรษ 1970 เด็กชาวเผ่าพื้นเมืองก็ถูกพรากจากครอบครัวเพื่อไป ‘เข้ารับการศึกษาใหม่’ ตามสถาบันที่นับถือศาสนาคริสต์หรืออยู่กับครอบครัวคนผิวขาว จนถึงปี 2008 รัฐบาลออสเตรเลียภายใต้นายกรัฐมนตรี เควิน รัดด์ ในขณะนั้น ได้ออกมากล่าวขอโทษสำหรับความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นกับเหยื่อของ ‘เจเนอเรชันที่ถูกขโมย’

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีชาวพื้นเมืองจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่ยังต่อต้านการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์การลงประชามติครั้งนี้โดยใช้ริมฝีปากแสดงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญไม่ได้นำไปสู่อะไรเลย

แอนโธนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีจากพรรคแรงงาน ซึ่งมีส่วนผลักดันการลงประชามติครั้งนี้หลังจากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้สนับสนุน ก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่า “เราทุกคนควรภาคภูมิใจที่สังคมพหุวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของเราได้รวมเอาวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของโลกที่ยังคงดำรงอยู่ไว้ด้วยกัน”

แต่การรณรงค์ซึ่งนำโดยพรรคแรงงานก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในการสำรวจหลายครั้งพบว่าเสียงคัดค้านของฝ่ายตรงข้ามมักมีคะแนนนำ และเป็นที่พอใจของฝ่ายอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นฝ่ายค้านอย่างมาก แต่อัลบานีสก็ไม่สนใจเสียงคัดค้านของฝ่ายตรงข้าม “วันนี้ผมลงคะแนน ‘เห็นด้วย’ อย่างภาคภูมิใจ เพราะผมรู้ว่านี่คือสิ่งที่ชาวพื้นเมืองออสเตรเลียต้องการ” เขากล่าวกับสื่อในวันลงประชามติ และเสริมว่าการรณรงค์ของฝ่ายตรงข้ามมีพื้นฐานมาจากความกลัว

ชนเผ่าพื้นเมืองในออสเตรเลียมีสัดส่วน 3.8 เปอร์เซ็นต์ของประชากร หรือประมาณ 988,000 คนจากประชากรทั้งหมด 26 ล้านคน ส่วนใหญ่มีปัญหา ไม่ว่าเรื่องอายุขัยที่ลดลง อัตราการว่างงานที่สูงอย่างไม่เป็นสัดส่วน การฆ่าตัวตาย การถูกคุมขัง โอกาสทางการศึกษาน้อยลง และการเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่จำกัด

กลุ่มผู้สนับสนุนที่ลงคะแนน ‘เห็นด้วย’ ในการเพิ่มสิทธิให้กับชนเผ่าพื้นเมืองในรัฐธรรมนูญเชื่อว่าจะช่วยปรับปรุงคุณภาพความเป็นอยู่ของชาวพื้นเมืองในออสเตรเลียให้ดีขึ้น อีกทั้งเป็นการสร้างเงื่อนไขให้ออสเตรเลียสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ที่แท้จริงด้วย

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ดูเหมือนจะเป็นแรงหนุนให้การรณรงค์ ‘เห็นด้วย’ น้อยมาก เพราะนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ไม่เคยมีการลงประชามติครั้งไหนเลยในออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จ และครั้งนี้ก็เช่นกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ไทยยามาฮ่า'ส่ง'ตี-ไอเดีย' บินทดสอบ'ปรี-ซีซัน' ก่อน'เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต'เปิดที่ออสเตรเลีย

"ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม" ยอดทีมแข่งไทยในศึกเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ ยกทีมชุดใหญ่นำโดย 2 นักบิดอย่าง "ตี" อนุภาพ ซามูล และ "ไอเดีย" กฤตภัทร เขื่อนคำ พร้อมด้วยทีมงาน มุ่งหน้าสู่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อม และทดสอบรถแข่ง YZF-R6 ก่อนลุยศึกเวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ 2024 สนามแรกที่ ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

ในหลวง-พระราชินี ทรงรับผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลียและภริยา ในโอกาสเยือนไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับ พลเอก เดวิด เฮอร์ลีย์ (His Excellency the Honourable General David Hurley AC DSC) ผู้สำเร็จราชการ แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย และนางลินดา เฮอร์ลีย์ (Her Excellency Mrs. Linda Hurley) ภริยา และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ

'มวยไทย'เผยแพร่ที่'ฮ่องกง' สำเร็จด้วยดี มั่นใจบรรจุ อลป.2032 ที่ออสเตรเลีย

ปิดฉากด้วยความสำเร็จยิ่งใหญ่ "มวยไทย" ยกทัพบูมต่อเนื่องที่ฮ่องกง ในศึก "อีสต์ เอเชี่ยน มวยไทย แชมเปี้ยนชิพ 2023" โดยมีนักกีฬา 9 ชาติในเอเชียตะวันออกร่วมชิงชัยกันอย่างคึกคัก สุดปลื้มรัฐบาลไทยหนุนเต็มที่ดัน "มวยไทย" แพร่กระจายไปสู่ทั่วทุกมุมโลก เชื่อมั่นทุกภาคส่วนช่วยผลักดันเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ 2032 ที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ได้สำเร็จ