ยูเอ็นเตือน 'ยังมีผู้เสียชีวิตอีกมาก' จากการปิดล้อมฉนวนกาซาในวันที่ 21 ของสงคราม

การสู้รบอิสราเอล-ฮามาสเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ยอดตายในกาซายังพุ่งต่อเนื่อง ความช่วยเหลือในพื้นที่ยังคงไม่เพียงพอ กองทัพสหรัฐเริ่มเคลื่อนไหว ยังไม่มีการปล่อยตัวประกันเพิ่ม

ชาวมุสลิมร่วมละหมาดเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา นอกคริสตจักรนิกายโรมันคาธอลิกแห่งประชาชาติ (หรือที่รู้จักในชื่อมหาวิหารแห่งความทุกข์ยาก) บนภูเขามะกอกเทศในกรุงเยรูซาเลมตะวันออกที่ผนวกโดยอิสราเอล เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม (Photo by AHMAD GHARABLI / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2566 กล่าวว่า สหประชาชาติออกโรงเตือนทุกฝ่ายว่า ยังมีอีกหลายคนที่ต้องเสียชีวิตในฉนวนกาซาจากการขาดแคลนทรัพยากรเพื่อการดำรงชีพ หลังอิสราเอลทิ้งระเบิดโจมตีต่อเนื่องเกือบสามสัปดาห์เพื่อไล่ล่าทำลายกลุ่มฮามาส

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ทหารได้ใช้เครื่องบินรบและโดรนเป็นหลักในการบุกโจมตีฉนวนกาซา และกำลังเตรียมการโจมตีภาคพื้นดิน

ความกังวลเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบในภูมิภาคจากความขัดแย้งดังกล่าว ล่าสุดวอชิงตันเตือนอิหร่านไม่ให้ผสมโรงกับกลุ่มฮามาสจนทำให้การสู้รบขยายวงบานปลาย
และยังได้สั่งการกองทัพสหรัฐให้โจมตีฐานปฏิบัติการในซีเรียที่ต้องสงสัยว่าอำนวยความสะดวกให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน โดยประเด็นนี้สหรัฐฯยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์

สถานการณ์ความสูญเสียล่าสุด ตัวเลขผู้เสียชีวิตฝั่งอิสราเอลยังคงอยู่ที่ระดับ 1,400 ราย และพลเรือนถูกลักพาตัว 229 คน ขณะที่ฉนวนกาซามีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 7,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนและเด็กจำนวนมาก อันนำไปสู่การเรียกร้องในวงกว้างให้คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ที่ติดอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง

หัวหน้าหน่วยงานสหประชาชาติเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงเยรูซาเล็มว่า ผู้คนในฉนวนกาซากำลังจะตาย พวกเขาไม่เพียงแต่ตายจากระเบิดและการโจมตีเท่านั้น แต่อีกไม่นานจะมีคนตายอีกจำนวนมากจากผลของการถูกปิดล้อม

หน่วยงานท้องถิ่นในกาซาให้ข้อมูลว่า บ้านเรือนประมาณ 45% ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง, บริการขั้นพื้นฐานกำลังพังทลาย, ยารักษาโรคกำลังจะหมด เช่นเดียวกับอาหารและน้ำ ขณะที่ถนนในฉนวนกาซาเริ่มล้นไปด้วยสิ่งปฏิกูล

อิสราเอลยังคงตัดเสบียงอาหาร, น้ำ และไฟฟ้าไปยังฉนวนกาซา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดกั้นการส่งเชื้อเพลิงทั้งหมด โดยกังวลว่ากลุ่มฮามาสจะนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตอาวุธและวัตถุระเบิด แม้จะยอมตกลงเปิดเส้นทางให้กับรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสหประชาชาติแล้วก็ตาม แต่ยังคงไม่เพียงพอ

ความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างยิ่งชุดแรกได้รับอนุญาตในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ตั้งแต่นั้นมา มีรถบรรทุกเพียง 74 คันเท่านั้นที่ข้ามผ่านชายแดนราฟาห์ที่ติดกับอียิปต์ ไปยังพื้นที่ขาดแคลนที่มีมากหลายจุด

นานาชาติต้องการให้กระแสความช่วยเหลือดำเนินต่อไปโดยไม่ชะงัก และร้องขอการหยุดยิงด้านมนุษยธรรมเพื่อให้แน่ใจว่าความช่วยเหลือนี้ไปถึงผู้ที่ต้องการ

เมื่อเย็นวันพฤหัสบดี บรรดาผู้นำสหภาพยุโรปเรียกร้องการเข้าถึงและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง, รวดเร็ว, ปลอดภัย และไม่มีข้อจำกัด เพื่อเข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือผ่านมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงช่องทางด้านมนุษยธรรมและการหยุดยิงชั่วคราว

ปัจจุบันกองทหารอิสราเอลหลายหมื่นนายรวมพลตามแนวชายแดนฉนวนกาซา ก่อนที่จะมีการโจมตีภาคพื้นดินตามที่คาดกันไว้ โดยกองทัพกล่าวว่าจะเริ่มต้นโจมตีภาคพื้นดินในพื้นที่ตอนกลางของฉนวนกาซา

ทั้งนี้ รถถังและทหารราบได้เริ่มโจมตีภาคพื้นดินแบบจำกัดพื้นที่ไปแล้วเมื่อคืนก่อน โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอิสลามิสต์ฮามาสทางตอนเหนือของฉนวนกาซา

อิสราเอลได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากพันธมิตร รวมถึงสหรัฐฯ สำหรับการปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา โดยเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด ที่มีทั้งชาวอิสราเอล, ชาวต่างชาติ และบุคคลสองสัญชาติ ซึ่งชะตากรรมของบรรดาตัวประกันนี่เองที่ยังคงเป็นปัจจัยยับยั้งปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบตามแผนของอิสราเอล

กลุ่มฮามาสเพิ่งปล่อยตัวตัวประกันหญิง 4 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ล่าสุดยังไม่ได้ปล่อยตัวใครออกมาเพิ่มเติม

อิสราเอลเคยเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้พลเรือนทางตอนเหนือของฉนวนกาซาอพยพลงใต้เพื่อความปลอดภัย แต่ตนเองกลับโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้และเส้นทางอพยพ ซึ่งสร้างความสับสนให้กับผู้พลัดถิ่นที่หลบหนีแบบไม่รู้ทิศทางที่ปลอดภัยจริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การแบ่งแยกสีผิว – ข้อกล่าวหาต่ออิสราเอลเป็นธรรมหรือไม่?

ฝ่ายปาเลสไตน์กล่าวหาอิสราเอลว่ามี “การแบ่งแยกสีผิว” ในดินแดนที่ถูกยึดครอง ซึ่งล่าสุดเกิดขึ้นต่อหน้าศาลยุติธรรมระหว่างปร