เมียนมาถล่มรถย่างสด 38 ศพ 'เซฟเดอะชิลเดรน' เผยจนท.หาย 2 คน

องค์กรบรรเทาทุกข์ "เซฟเดอะชิลเดรน" เผยว่ามีเจ้าหน้าที่สูญหาย 2 รายในเหตุการณ์รถยนต์และรถบรรทุกโดนโจมตีในรัฐกะยาของเมียนมาเมื่อวันศุกร์ โดยพบว่ามีศพถูกไฟไหม้เกรียม 38 ศพรวมผู้หญิงและเด็ก กลุ่มสังเกตการณ์และฝ่ายต่อต้านโทษฝีมือกองทัพ

ภาพจากกองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นดีเอฟ) เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2564 เผยสภาพรถยนต์และบรรทุก 2 คันโดนเผาที่เมืองพรูโซ รัฐกะยา (KARENNI NATIONALITIES DEFENSE FORCE (KNDF) / AFP)

รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2564 กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่มีรถบรรทุก 2 คัน และรถยนต์ส่วนบุคคลอีก 1 คนถูกเผาเป็นซากไหม้เกรียมพร้อมกับพบศพหลายสิบศพอยู่ในรถ บนทางหลวงสายหนึ่งที่เมืองพรูโซ รัฐกะยา ในภาคตะวันออกของเมียนมา ปรากฏภาพเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา องค์กรเซฟเดอะชินเดรนแถลงว่า มีเจ้าหน้าที่ขององค์กร 2 คนติดอยู่ในเหตุการณ์นี้และสูญหาย

องค์กรบรรเทาทุกข์จากกรุงลอนดอนแห่งนี้ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกเขาระบุว่าทำให้มีคนเสียชีวิต 38 คน คำแถลงกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทั้งสองกำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้านช่วงวันหยุดภายหลังเสร็จงานบรรเทาทุกข์ในภูมิภาคนั้น โดยองค์กรได้รับ "การยืนยันว่ารถยนต์ส่วนตัวของพวกเขาโดนโจมตีแล้วเผา" หลังเหตุการณ์นี้องค์กรตัดสินใจระงับการดำเนินงานในรัฐกะยา และบางพื้นที่ในรัฐกะเหรี่ยงและเขตมาเกวที่อยู่ติดกันแล้ว

อิงเกอร์ แอชชิง ผู้อำนวยการของเซฟเดอะชิลเดรน กล่าวว่า เราตกใจกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพลเรือนที่บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ของเรา ผู้ที่อุทิศตนเพื่อมนุษยธรรมโดยให้ความช่วยเหลือเด็กหลายล้านคนทั่วเมียนมา การสอบสวนเหตุการณ์นี้ยังคงดำเนินอยู่

สมาชิกในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันประชาชน (พีดีเอฟ) ที่ผุดขึ้นทั่วเมียนมาเพื่อจับอาวุธต่อสู้กับระบอบทหารภายหลังการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า นักรบของพวกตนพบซากรถยนต์เหล่านี้เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ หลังได้ยินว่าทหารหยุดรถหลายคันในเมืองพรูโซภายหลังเกิดการปะทะกับนักรบในพื้นที่ใกล้เคียงเมื่อวันศุกร์

"เมื่อพวกเราไปตรวจพื้นที่ช่วงเช้า เราพบศพถูกไฟไหม้ในรถบรรทุก 2 คัน เราพบศพ 27 ศพ" สมาชิกพีดีเอฟในพื้นที่รายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีโดยไม่ให้เปิดเผยชื่อ "เราพบกะโหลก 27 หัว" แต่เขาบอกด้วยว่า ยังมีศพอื่นๆ บนรถบรรทุกที่โดนไฟเผาเป็นชิ้นๆ จนนับจำนวนไม่ได้

ด้านกลุ่มสังเกตการณ์ เมียนมาวิตเนสส์ เปิดเผยว่า สามารถยืนยันรายงานของสื่อท้องถิ่นและคำบอกเล่าของนักรบในท้องถิ่นว่า มีคน 35 คน รวมถึงเด็กและผู้หญิง ถูกทหารเผาและฆ่าตายที่เมืองพรูโซ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม มีภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่า เกิดไฟไหม้เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ของวันศุกร์ที่่เมืองพรูโซแห่งนี้ด้วย

ฝ่ายต่อต้านกล่าวโทษทหารว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งเกิดใกล้กับหมู่บ้านโมโซ ภาพถ่ายที่กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นดีเอฟ), กลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยงแดง และสื่อท้องถิ่น เผยแพร่ เผยให้เห็นศพไหม้เกรียมหลายศพบนท้ายรถบรรทุก 2 คันนี้

เคเอ็นดีเอฟกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ศพเหล่านี้ไม่ใช่สมาชิกของพวกตน แต่เป็นพลเรือนที่กำลังหนีภัยสู้รบ "เราตกใจที่ได้เห็นศพทั้งหมดซึ่งมีขนาดต่างๆ กัน รวมถึงเด็ก, ผู้หญิง และคนแก่" ผู้คุมกองกำลังคนหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์

ด้านสื่อของทางการเมียนมารายงานว่า ทหารยิงและสังหาร "ผู้ก่อการร้ายพร้อมอาวุธ" จำนวนหนึ่งจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านติดอาวุธที่สู้รบกำลังรัฐบาลทหาร

ซอ มิน ตุน โฆษกของกองทัพ กล่าวกับเอเอฟพีว่า เกิดการต่อสู้กับที่เมืองพรูโซเมื่อวันศุกร์ หลังจากทหารพยายามหยุดรถ 7 คันที่ขับ "อย่างมีพิรุธ" ทหารฆ่าคนจำนวนหนึ่งในการปะทะที่เกิดตามมา คำแถลงไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 3.2 ห่างจากแม่สะเรียง 176 กม.

เมื่อเวลา 07.03 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ประเทศเมียนมา ห่างจาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

อดีตบิ๊กข่าวกรอง อัดสส.พรรคส้มต้าน 'มิน ออง ไลง์' แต่กลับชอบ 'ฮุน เซน'

“นันทิวัฒน์” ซัดนักการเมืองตะโกนต้าน “มิน ออง ไลง์” กลางรัฐสภา ชี้ผู้นำต่างประเทศมาเยือนไทยต้องให้เกียรติในฐานะแขก เหน็บนักสิทธิ-สส. “คลั่งประชาธิปไตย” จงเกลียดจงชังผู้นำเมียนมาตามตะวันตก แต่กลับเสนอเปิดด่านเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับ “ฮุน เซน”

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ไทย-เมียนมาออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับความร่วมมือทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีเมียนมาออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการหารือทวิภาคี ยืนยันเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชา