สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์ด้วยโรคหลอดเลือดสมอง จากการประกาศของสำนักวาติกัน ขณะที่ผู้คนทั่วโลกต่างถวายพระพรเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความอาลัย และหลายชาติประกาศลดธงครึ่งเสาเพื่อแสดงความเคารพ

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในโลงพระศพเปิด ระหว่างพิธียืนยันการสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปา ณ โบสถ์น้อยซานตามาร์ตาในนครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ 22 เมษายน (Photo by Handout / VATICAN MEDIA / AFP)

ผู้คนร่วมสวดภาวนาเพื่อถวายความเคารพแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ในนครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ 21 เมษายน (Photo by Alberto PIZZOLI / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 22 เมษายน 2568 กล่าวว่า การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสผู้สร้างแรงบันดาลใจแห่งศรัทธาและผู้นำคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกตลอด 12 ปี นำมาซึ่งความอาลัยของคนทั่วโลกที่แสดงออกถึงความรำลึกในพระคุณของพระองค์เป็นครั้งสุดท้ายตามศาสนสถานและสถานที่สาธารณะอีกหลายๆแห่ง ทั้งในวาติกันและพื้นที่อื่นๆ
เพียงไม่กี่ชั่วโมงภายหลังโลกสูญเสียพระสันตะปาปานักปฏิรูปพระชนมายุ 88 พรรษา สำนักวาติกันได้ออกแถลงการณ์ว่าสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์ด้วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันที่บ้านพักของพระองค์ในซานตามาร์ตาของนครวาติกัน
ตามเอกสารมรณกรรมที่ออกโดยสำนักวาติกันระบุว่า พระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์ด้วยโรคหลอดเลือดสมองแตก ส่งผลให้เกิดอาการโคม่าและหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันที่ไม่สามารถรักษาได้ทัน และยังระบุด้วยว่าพระองค์เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยตรวจพบมาก่อน
เกือบหนึ่งเดือนหลังเสด็จออกจากโรงพยาบาลที่พระองค์เข้ารับการรักษาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ด้วยโรคปอดบวมทั้งสองข้าง และหนึ่งวันหลังจากที่พระองค์ทรงต้อนรับฝูงชนในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ความสูญเสียอย่างกระทันหันนำพาผู้คนมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อร่วมแสดงความอาลัยที่จัตุรัสแห่งนี้ โดยหลายคนหลั่งน้ำตาต่อการจากไปของพระองค์
บรรดาผู้นำโลก ตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จนถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ต่างยกย่องความเป็นผู้นำในด้านศีลธรรมและจิตวิญญาณของพระสันตะปาปา และเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมสวดภาวนา ขณะที่กรุงบัวโนสไอเรสซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระสันตะปาปา มีการประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศอาร์เจนตินาเป็นเวลา 1 สัปดาห์
พระบรมศพของสันตะปาปาฟรานซิสถูกบรรจุในโลงพระศพไม้และสังกะสีในโบสถ์ซานตามาร์ตาช่วงเย็นวันจันทร์ ก่อนที่จะย้ายไปที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในวันพุธเพื่อตั้งเป็นอนุสรณ์
พระคาร์ดินัลจะประชุมกันในวันอังคารเพื่อเริ่มวางแผนงานพระบรมศพที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งจะต้องจัดขึ้นภายในสี่ถึงหกวันหลังจากการสิ้นพระชนม์ คือระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์
สันตะปาปาฟรานซิสทรงระบุในพินัยกรรมที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ว่า พระองค์ขอฝังร่างในมหาวิหารซานตามาเรียมัจโจเรในกรุงโรม เพราะพระองค์ปรารถนาเพียงหลุมฝังศพที่เรียบง่ายไม่หรูหรา พร้อมขอคำจารึกเพียงข้อความเดียวว่า "ฟรานซิสคัส" ซึ่งเป็นนามพระองค์ในภาษาละติน
หลังจากนี้ พระคาร์ดินัลที่มีอายุต่ำกว่า 80 ปีจะเริ่มเตรียมการประชุมคอนเคลฟภายใน 3 สัปดาห์ เพื่อตัดสินใจว่าผู้ใดจะสืบทอดตำแหน่งต่อจากพระสันตะปาปาฟรานซิส
จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ซึ่งปกติจะคึกคัก กลับได้ยินเพียงเสียงระฆังแห่งความตายดังขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยแด่การสิ้นพระชนม์ของพระสันตะปาปา
ขณะที่ระฆังที่อาสนวิหารนอเทรอดามในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ดังขึ้น 88 ครั้ง เท่าพระชนมายุของพระสันตะปาปา และยังดังขึ้นที่เมืองโมซูล ประเทศอิรัก ซึ่งพระสันตะปาปาเคยเสด็จเยือนเมื่อปี 2021 อีกด้วย เช่นเดียวกับในฉนวนกาซาซึ่งสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสยังคงดำเนินต่อไป และชุมชนคริสเตียนที่นั่นรู้สึกราวกับว่าแสงแห่งความรักและสันติภาพได้ดับลงแล้ว
ไฟประดับบนหอไอเฟลถูกปิดลงในคืนวันจันทร์ ขณะที่โคลอสเซียมในกรุงโรมจะดับลงในวันอังคาร
นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียกล่าวเรียกพระสันตะปาปาฟรานซิสว่าเป็น "ประภาคารแห่งความเมตตากรุณา, ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความกล้าหาญทางจิตวิญญาณ"
ประธานาธิบดีฆาเวียร์ มิลเล ของอาร์เจนตินาซึ่งก่อนเข้ารับตำแหน่งเคยกล่าวหาว่าสันตะปาปาฟรานซิสเป็น "คนโง่ที่ส่งเสริมลัทธิคอมมิวนิสต์" ชี้ให้เห็นถึงความดีและความฉลาดของเพื่อนร่วมชาติอย่างพระองค์ แม้ทั้งสองจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่มากก็ตาม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯซึ่งเพิ่งทำให้พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงไม่พอพระทัยด้วยการเนรเทศผู้อพยพจำนวนมาก เขียนข้อความ "Rest in Peace" บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของตนเอง และสั่งให้ลดธงชาติลงครึ่งเสา
โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นชาวคาทอลิก กล่าวยกย่องพระองค์ว่าเป็น "หนึ่งในผู้นำที่มีความสำคัญที่สุดในยุคของเรา"
ลิโอเนล เมสซี ตำนานฟุตบอลของอาร์เจนตินา กล่าวขอบคุณพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ทำให้โลกใบนี้เป็นสถานที่ที่ดีขึ้น ขณะที่สโมสรฟุตบอลซาน ลอเรนโซ ซึ่งเป็นสโมสรโปรดของพระสันตะปาปาผู้ล่วงลับ ได้ยกย่องพระองค์ว่าเป็นชายผู้มีความคิดลุ่มลึก, เปิดกว้าง และมีวัฒนธรรม
ทั้งนี้ วาระสุดท้ายของพระองค์ที่ปรากฏ ณ จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ เพื่อทักทายและอำนวยพรแก่ผู้มาสักการะบูชาเนื่องในวันอีสเตอร์ จะเป็นภาพทรงจำแก่ศาสนิกชนและผู้ศรัทธาในความดีงามของพระองค์สืบไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สส.-สว.' ยืนสงบนิ่งน้อมถวายความอาลัย 'พระองค์ภา'
'โสภณ' นำ 'สส.-สว.' ยืนสงบนิ่งน้อมถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
'รองประธานรัฐสภา' นำข้าราชการ-สส.-สว.บำเพ็ญกุศลสัตตมวาร
'รองประธานรัฐสภา' นำข้าราชการ -สส.-สว.บำเพ็ญกุศลสัตตมวาร การสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
'อรรถวิชช์' บันทึกความทรงจำ ระลึกถึง 'พระองค์ภา' เจ้านายที่รักยิ่ง ทรงเรียบง่ายเป็นกันเอง
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ภาพพร้อมข้อความเฟซบุ๊กว่า บันทึกนี้เพื่อระลึกถึง “พระองค์ภา” ในมุมของผม เจ้านายที่รักยิ่ง
ศาสตร์แห่งความเคารพและการไว้อาลัย เปิดบันทึกประวัติศาสตร์ 'ลดธงครึ่งเสา'
มนุษยชาติต่างมีวิธีส่งผ่านความโศกเศร้าและการหยิบยื่นความเคารพให้แก่ผู้ล่วงลับแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ทว่ามีสัญลักษณ์หนึ่งที่หลอมรวมเป็นภาษาสากลที่คนทั่วโลกเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยปากพูด นั่นคือ "การลดธงครึ่งเสา"
รัฐบาลสั่งขรก.ไว้ทุกข์-ลดธงครึ่งเสา 15 วัน พร้อมเตรียมงานพระราชพิธีพระศพ
ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพ 13 มิ.ย. ไม่ห้ามจัดกิจกรรม-งานรื่นเริง ให้ ปชช.ดำเนินชีวิตปกติ
ทำเนียบฯ ลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'
ทำเนียบรัฐบาลลดธงครึ่งเสา ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ขณะที่นายกฯ หัวโต๊ะ ครม.นัดพิเศษ หารือมอบหมายภารกิจถวายงานพระราชพิธี

