
ภาวะความดันโลหิตสูงยังคงเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่ทวีความรุนแรงในประเทศไทย และเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มภาวะการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ไตวาย และสมองเสื่อม โดยข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO Thailand) ระบุถึงความน่ากังวล ของประชากรวัยผู้ใหญ่ของไทยว่า 1 ใน 4 คน มีภาวะความดันโลหิตสูง ที่น่าเป็นห่วงคือ มีเพียงประมาณ 30% เท่านั้นที่ควบคุมภาวะดังกล่าวได้ ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งไม่ทราบว่าตนเองมีความดันโลหิตสูง ที่สำคัญเกือบ 50% ไม่ทราบว่าตนเองป่วย เนื่องจากโรคนี้มักไม่แสดงอาการ จนได้รับฉายาว่า “ฆาตกรเงียบ” โรคหลอดเลือดสมองจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประเทศ 58% ของผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดมีสาเหตุโดยตรงจากความดันโลหิตที่ควบคุมไม่ได้ เนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูงมักไม่แสดงอาการ
ความเสี่ยงดังกล่าวยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ซึ่งเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่พบบ่อย และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 5 เท่า หลักฐานทางการแพทย์ในไทยชี้ อัตราผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นพลิ้ว (AFib) พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามอายุ โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่สูงวัยขึ้นยิ่งตอกย้ำความสำคัญและจำเป็นของการติดตามความดันโลหิตควบคู่กับการคัดกรองภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะตั้งแต่ระยะแรก

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าของเพจ “หมอสมอง”กล่าวว่า ในช่วง10-20ปีมานี้ อัตราคนไทยเป็นสโตรกเพิ่มขึ้น 90% ตามสถิตมีคนไทยเป็นสโตรก 104 คนต่อวัน หรือเท่ากับ4-5ชั่วโมงต่อคน หรือในปี2567 มีจำนวนผู้ป่วยสโตรก 363,688 คน มาจากความดันโลหิตสูงจะมีคนที่เป็นสโตรก 10 คน และในจำนวน 10คนนี้จะเสียชีวิต 1 คน เกินกว่าครึ่งของจำนวนนี้ต้องทุพลภาพ ในภาพรวม ในช่วงปี 2009-2021 แม้ในประเทศไทยจะมีแนวโน้มคนที่จะเป็นสโตรกเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลกลับลดลง จาก 15 % เหลือ 9% หรือลดลงจากเดิมประมาณ 1ใน 3
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเป็นสโตรก เพิ่มขึ้น ผศ.นพ.สุรัตน์กล่าวว่า สาเหตุหลักมาจากความดันโลหิตสูง บางคนไม่รู้ตัวว่าเป็นความดัน และในกลุ่มคนที่รู้ตัวและรักษาความดัน แต่ถ้าหากควบคุมระดับความดันได้ไม่ดี ก็จะมีโอกาสเป็นสโตรกได้เช่นกัน ส่วนสาเหตุว่าทำไมคนเป็นความดันเยอะขึ้นนั้น มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ที่นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ชอบนอนดึก ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียด และการกินโดยเฉพาะหากกินหมูกระทะบ่อยๆ ก็จะไม่ดีต่อสุขภาพ ตลอดจนการละเลยการวัดความดัน
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากปัญหาความดันโลหิตสูงแล้ว ภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว (AFib) จะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสโตรกได้เช่นกัน ผศ.นพ.สุรัตน์ กล่าวว่า ในจำนวนผู้ป่วยสโตรก 3แสนกว่าคนมีจำนวนผู้ปวยประมาณ 35,000-45,000 คนที่อาจมีสาเหตุสโตรกเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ามีภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งจะส่งผลให้การสูบฉีด ไหลเวียนของหัวใจไม่ปรกติ และมีโอกาสเสี่ยงทำให้เกิดลิ่มเลือด เข้าไปอุดตันหลอดเลือดสมองได้

“คนที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ 70-80 % มักไม่รู้ตัว ซึ่งตัวนี้สำคัญมากๆ ในคนเป็นโรคความดันสูงหลอดเลือดมักแข็งตัว หรือมีภาวะไขมันสูง เป็นโรคอ้วน แต่ในคนที่เป็นสโตรก ที่เกิดจากภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว มักจะรู้สาเหตุ จะรู้หลังจากเป็นสโตรกเข้าโรงพยาบาลแล้ว รพ.จุฬาฯ เคยเก็บสถิติ พบว่าครึ่งหนึ่งของคนเป็นภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว เป็นสโตรก “
คำถามว่าทำอย่างไรถึงจะรู้ว่ามีภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว ผศ.นพ.สุรัตน์ กล่าวว่า ปกติการวัดการเต้นของหัวใจว่าเต้นปกติหรือไม่ สามารถทำได้ 5 วิธี ได้แก่ การวัดโดยการจับชีพจรเพื่อดูว่าหัวใจเต้นในจังหวะสม่ำเสมอหรือไม่ 2. การตรวจคลื่นหัวใจ 3.การติดแผ่นแปะ 4.การติดเครื่องบันทึก 5.การสวมสมาร์ท วอช แต่อุปกรณ์ตัวนี้จะวัดความดันไม่ได้ และล่าสุดการที่เครื่องวัดความดันของบริษัท ออมรอน ที่เปิดตัวเครื่องวัดความดันรุ่นใหม่ สามารถวัดได้ทั้งความดันและภาวะหัวใจห้องบนพริ้วได้ในเวลาเดียวกัน

“คนเป็นภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว จะมี 2แบบ คือ เป็นแบบถาวร กับเป็นๆ หายๆ ซึ่งตรงนี้ อันตรายเหมือนกัน เพราะคนเป็นภาวะหัวใจพริ้ว 100 คน จะมี 6 คน ที่เป็นสโตรก ดังนั้น ไม่ว่าจะตรวจพบภาวะหัวพริ้วแค่ครั้งเดียวก็ตาม ก็ถือว่ามีความเสี่ยงแล้ว และหากเรารู้ว่ามีภาวะนี้เกิดขึ้น ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดสโตรกได้ด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือรักษารูปแบบอื่นๆ ต่อไปการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเปิดโอกาสในการรักษาที่รวดเร็ว ซึ่งไม่เพียงแต่ลดอัตราความสูญเสียจากโรคหลอดเลือดสมองเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวให้ดียิ่งขึ้นด้วย”ผศ.นพ.สุรัตน์ กล่าว
ด้านการวัดภาวะหัวใจห้องบนพริ้ว หรือAFibล่าสุด บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ OMRON Healthcare ผู้นำด้านอุปกรณ์การแพทย์สำหรับการตรวจวัดและดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่บ้านจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวนวัตกรรมเครื่องวัดความดันโลหิตอัจฉริยะ 3 ซีรีส์ใหม่ ได้แก่ EZ Series, IQ Series และ HEM-7383T1 ความโดดเด่นของนวัตกรรมชุดนี้คือ การก้าวข้ามขีดจำกัดเครื่องวัดความดันทั่วไป เป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่สามารถคัดกรอง “ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว” ได้ในการตรวจเพียงครั้งเดียว

นายยูซุเกะ กาโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออมรอน เฮลธแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้วิสัยทัศน์องค์กร “Going for ZERO” ที่มุ่งลดอุบัติการณ์รุนแรงจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยให้เหลือศูนย์ บริษัทได้พัฒนาเครื่องวัดความดันโลหิตรุ่นใหม่เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการปรับพฤติกรรมตั้งรับไปสู่ “การคัดกรองเชิงรุกที่บ้าน” (Home Blood Pressure Monitor) สำหรับ ผลิตภัณฑ์ 3 ซีรีส์อัจฉริยะในการตรวจวัดความดัน-คัดกรอง AFib แบบเชิงรุกรุ่นใหม่ OMRON พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะด้วย เทคโนโลยี Intellisense AFib ซึ่งใช้อัลกอริทึมขั้นสูงของAI ในการวิเคราะห์คลื่นแรงดันที่เกิดจากการบีบตัวของหัวใจ (Pressure Pulse Waves: PPW) เพื่อตรวจหารูปแบบความผิดปกติที่สัมพันธ์กับ AFib นวัตกรรมนี้ทำให้การคัดกรองปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองเป็นเรื่องง่ายขึ้น ผู้ใช้จึงสามารถคัดกรอง AFib จากการวัดความดันโลหิตเพียงเครื่องเดียว โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่ซับซ้อนในโรงพยาบาล

3 ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ รุ่น EZ Series ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้งานเริ่ม มีเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้สูงสุด 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รุ่น IQ Series เพื่อผู้สูงอายุ พัฒนาสำหรับการติดตามสุขภาพขั้นสูง IQ Series มาพร้อมเทคโนโลยี Intellisense AFib และหน้าจอขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจน อีกทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยีผ้าพันแขน IntelliWrap™ เอกสิทธิ์ของ OMRON ซึ่งช่วยให้วัดได้อย่างแม่นยำรอบต้นแขน ลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดจากการสวมผ้าพันแขนไม่ถูกตำแหน่งรุ่นพิเศษ HEM-7383T1 ยกระดับการจัดการ
ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองด้วยการเชื่อมต่ออัจฉริยะ HEM-7383T1 รุ่นเรือธง เชื่อมความแม่นยำระดับคลินิกเข้ากับการเชื่อมต่ออัจฉริยะได้อย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยี Intellisense AFib และผ้าพันแขน IntelliWrap™Cuff รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อซิงก์ผลการวัดได้อย่างสะดวก ผู้ใช้สามารถติดตามแนวโน้มสุขภาพในระยะยาว และส่งต่อข้อมูลในเชิงรุกให้บุคลากรทางการแพทย์เพื่อร่วมวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างทันท่วงที ช่วยให้รับมือความเสี่ยงรุนแรงด้านหัวใจและหลอดเลือดได้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นมีการรับประกันมาตรฐาน 3 ปี และรับสิทธิ์คุ้มครองเพิ่มอีก 2–3 ปี เมื่อลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ OMRON

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอสุรัตน์' แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมอง วิเคราะห์เทคนิค 'หมอบี' ใช้คำถามนำเปลี่ยนความทรงจำได้
ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก "สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์" กล่าวถึงนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ ว่า ดูหมอบีหลายเทปทั้งใหม่และเก่า
บ้านกุดโง้ง ชุมชนเล็กสู้โรคใหญ่ ต้นแบบลด Stroke ด้วยพลังทุกฝ่าย
โรคหลอดเลือดสมอง หรือ “Stroke” คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง ตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตพุ่งสูง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีสถิติน่าวิตก
เตือนระวังโรคหลอดเลือดสมองคร่าชีวิตคนไทยสูงอันดับ 2
รบ.เตือนประชาชนระวัง 'โรคหลอดเลือดสมอง' คร่าชีวิตคนไทยสูงกว่า 39,086 คน เป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็ง แนะมุ่งสร้างศักยภาพชุมชนเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพ ด้วยแนวทางป้องกันดีกว่ารักษา

