นายกฯเยอรมนี เอาใจ 'ทรัมป์' ด้วยของขวัญเซอร์ไพรส์

ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี มอบสำเนาใบสูติบัตรปู่ของทรัมป์ ซึ่งเกิดในเยอรมนีเมื่อปี 1869 ให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในระหว่างการประชุมทวิภาคีที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน – Photo by Brendan Smialowski / AFP

นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซเองก็รู้สึกตื่นเต้นกับของขวัญที่เขามอบให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั่นคือสำเนาใบสูติบัตรเยอรมันของฟรีดริช-ปู่ของทรัมป์ จากปี 1869

บรรยากาศเป็นอย่างไร? เคมีเข้ากันได้ดีไหม? เป็นหัวข้อที่ชาวเยอรมันหลายคนต้องการรับรู้ ของขวัญที่ดีอาจช่วยได้ หรืออาจส่งผลร้ายหากเลือกผิด ฟรีดริช เมิร์ซเลือกของที่ระลึกส่วนตัว นอกจากนี้ยังเป็นของที่ระลึกของครอบครัวทรัมป์ด้วย ผู้นำรัฐบาลทั้งสองเพิ่งนั่งลงที่ห้องทำงานรูปไข่ได้ไม่นาน นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีก็ส่งมอบสำเนาใบสูติบัตรปู่ของทรัมป์ใส่กรอบทองอย่างดีให้กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ปู่ของทรัมป์ชื่อ ฟรีดริช เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1869 ที่เมืองคัลล์สตัดท์ แคว้นพาลาทิเนต เห็นได้ชัดว่ามันพอจะคลายความเครียดในบรรยากาศได้บ้าง ทรัมป์ยังพูดติดตลกอีกด้วยตอนที่เขาสะกดชื่อเมือง “ฟังดูเป็นเยอรมันจริงจังมากเลย”

ขณะที่ยังอยู่บนเครื่องบิน เมิร์ซได้บันทึกวิดีโอสั้นๆ ไว้สำหรับโซเชียลมีเดีย เขายืนอยู่ในห้องประชุมบนเครื่องบินของรัฐบาล และยื่นกรอบรูปสีทองให้ชมอย่างตื่นเต้น กระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลกลางได้จัดทำสำเนาใบสูติบัตรดังกล่าว และแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยลายมือแบบเดียวกัน “ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมยังอยากเก็บไว้เองเลย” เมิร์ซกล่าวเสียงตื่นในคลิปวิดีโอ

เวลานี้กรอบรูปนั้นเป็นของทรัมป์แล้ว และเมิร์ซแอบหวังว่าเจ้าภาพจะกระตือรือร้นเกี่ยวกับของขวัญที่ได้รับพอๆ กับแขกผู้มอบให้ ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะในครอบครัวทรัมป์ ความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิดเก่าแก่ที่ห่างไกลของพวกเขามักจะถูกละเลยเสมอ

เฟรเดริก ซึ่งเป็นชื่อที่ฟรีดริชเรียกตัวเองหลังจากอพยพไปอเมริกา เขาไม่ได้รู้สึกกระตือรือร้นเกี่ยวกับ “เยอรมนีที่เก่าแก่” อีกต่อไป ในปี 1905 ตอนที่เขาเดินทางกลับไปยังพาลาทิเนต ซึ่งเป็นที่ที่เอลิซาเบธ-ภรรยาสาวของเขายังอาศัยอยู่ เขาก็ประสบปัญหากับทางการ เนื่องจากพ่อหนุ่มฟรีดริชละเลยที่จะทำหน้าที่ทหารให้เสร็จสิ้นก่อนจะออกเดินทางไปอเมริกา เฟรเดริกที่ขณะนั้นเป็นพลเมืองสหรัฐฯ แล้วจึงถูกปฏิเสธใบอนุญาตพำนักอยู่ในพาลาทิเนต ซึ่งในเวลานั้นอยู่ภายใต้การปกครองของบาวาเรีย ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ครอบครัวของเขายังถูกเนรเทศอย่างกะทันหันอีกด้วย นักประวัติศาสตร์เพิ่งค้นพบเรื่องนี้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

หลังจากนั้น จดหมายร้องทุกข์ที่ปู่ของทรัมป์เขียนถึงเจ้าชายลุตโพลด์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ด้วยประโยคขึ้นต้นว่า “บิดาของประเทศอันเป็นที่รักยิ่ง มีเกียรติ ฉลาด และยุติธรรม” และ “ผู้ปกครองที่ได้รับการยกย่อง” ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้นแต่อย่างใด ลุตโพลด์ยังคงยืนกรานและปฏิเสธ “คำขอที่ต่ำต้อย” ของเขา ในที่สุดเดือนกรกฎาคม 1905 ครอบครัวทรัมป์จึงพากันไปขึ้นเรือกลไฟที่เมืองท่าฮัมบวร์กเพื่อมุ่งหน้าสู่นิวยอร์ก สามเดือนต่อมา เฟร็ด-พ่อของทรัมป์ก็ลืมตาดูโลก

หากชาวเยอรมันไม่ใช้ระเบียบราชการที่ยุ่งยากมากนักในสมัยนั้น นายกรัฐมนตรีเมิร์ซอาจต้องสรรหาของขวัญที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงในวันนี้ สำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนอื่นที่อาจไม่ใช่ทรัมป์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘จีน-สหรัฐ’ คุมเข้มAI ตั้งช่องทางสื่อสาร

จีนและสหรัฐอเมริกาตกลงที่จะจัดตั้ง "ช่องทางการสื่อสาร" สำหรับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ทั้งสองฝ่ายกล่าวหลังจากที่การประชุมสุดยอดที่วอชิงตันไม่ประสบความคืบหน้าใดๆ

'ศุภจี' เร่งปิดดีลภาษีทรัมป์ บินฟิลิปปินส์ถก 'รองผู้แทนการค้าสหรัฐ'

'ศุภจี' เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐ เตรียมถกรองผู้แทนการค้ามะกันที่ฟิลิปปินส์เสาร์นี้ เผยรายละเอียดส่วนใหญ่เรียบร้อย เหลือเพียงประเด็นย่อยในเอกสาร

'ผมคือผู้เปิดโปงเรื่องหลอกลวง': ทรัมป์ปฏิเสธคำเตือนอันตรายจาก AI

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ปฏิเสธความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์อาจทำลายล้างมนุษยชาติ โดยกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นเรื่องหลอกลวง และปฏิเสธข้อเรียกร้องจากทั่วโลกให้วางมาตรการควบคุมเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วนี้