ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีเยอรมนีในเบอร์ลิน โดยทั้งสองประเทศมุ่งแสดงจุดยืนร่วมกันเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-สหภาพยุโรป, ความมั่นคงของนาโต และประเด็นเร่งด่วนอื่นๆ

นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ของเยอรมนี (ขวา) และประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสหารือกันที่ห้องสมุดวิลล่าบอร์ซิก ซึ่งเป็นบ้านพักรับรองของกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ในกรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม (Photo by John MACDOUGALL / POOL / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568 กล่าวว่า ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเดินทางเยือนเยอรมนีและได้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ในกรุงเบอร์ลิน เพื่อหารือประเด็นสำคัญของกระแสโลก ตั้งแต่สงครามไปจนถึงข้อพิพาททางการค้า
มาครงและเมิร์ซซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออันเป็นหัวใจสำคัญของสหภาพยุโรป ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กำลังสั่นคลอนความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
รัฐบาลปารีสและเบอร์ลิน รวมถึงลอนดอนและวอร์ซอ ได้ผลักดันความพยายามในการสนับสนุนยูเครนให้ต่อต้านรัสเซีย และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของประเทศสมาชิกนาโตในยุโรป
มาครงกล่าวว่า "การบรรจบกันในระดับทวิภาคีไม่ว่าจะเป็นด้านการป้องกันประเทศ, ความมั่นคง, การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีควอนตัม ล้วนเป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มประสิทธิภาพ, ภาวะมวลวิกฤต และความร่วมมือ"
ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำร่วมกัน เมิร์ซและมาครงได้หารือเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ หลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป 30% หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 1 สิงหาคม
ฝรั่งเศสได้กดดันให้สหภาพยุโรปเพิ่มจุดยืนเพื่อกดดันสหรัฐฯ และเยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศยุโรปที่ยืนยันว่าการลดความตึงเครียดควรเป็นลำดับความสำคัญของสหภาพยุโรป
โฆษกของเมิร์ซกล่าวหลังงานเลี้ยงอาหารค่ำว่า ประธานาธิบดีฝรั่งเศสและนายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเจรจา
"ผู้นำทั้งสองตกลงที่จะสงวนเครื่องมือนโยบายการค้าอื่นๆ ไว้ หากการเจรจาล้มเหลว และพร้อมที่จะพัฒนามาตรการใหม่ๆ" โฆษกฯกล่าวเสริม
ผู้นำทั้งสองยังต้องหารือถึงอุปสรรคทวิภาคีหลายประการ ตั้งแต่โครงการด้านการป้องกันร่วมกันไปจนถึงพลังงาน
เมิร์ซกล่าวว่าพวกเขาจะหารือเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงร่วมกัน และจะหารือเกี่ยวกับโครงการร่วมที่ทั้งคู่ได้หารือกันเมื่อนานมาแล้วและกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น
อีกประเด็นหนึ่งที่ยุ่งยากคือพลังงาน ซึ่งฝรั่งเศสพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์อย่างมาก แต่เยอรมนีได้ตัดสินใจที่จะยุติโครงการนี้ เนื่องจากกำลังหันไปใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมากขึ้น
รัฐบาลปารีสต้องการให้เบอร์ลินยึดมั่นใน "ความเป็นกลางทางเทคโนโลยี" และจัดประเภทพลังงานนิวเคลียร์ให้เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐบาลผสมของเยอรมนีชุดก่อนซึ่งประกอบด้วยพรรคโซเชียลเดโมแครตและพรรคกรีนปฏิเสธเรื่องนี้ แต่พรรค CDU/CSU ฝ่ายกลางขวาของเมิร์ซอาจเปิดรับแนวคิดนี้มากกว่า
เมื่อเดือนพฤษภาคม ผู้นำทั้งสองเคยให้คำมั่นว่าจะเริ่มต้นนโยบายพลังงานใหม่ และการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในระดับสหภาพยุโรปสำหรับพลังงานที่ปล่อยมลพิษต่ำทั้งหมด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯบิน 3 ประเทศ พร้อมร่วมประชุม UNGA81 ที่สหรัฐ
นายกฯบินโตเกียว ประชุมขับเคลื่อนหน่วยงานตัวแทนประเทศไทยในญี่ปุ่น ก่อนเดินทางต่อสหรัฐฯ ร่วม UNGA81 เผย เจรจาภาษีมะกัน ทุกอย่างยังอยู่ในกรอบ ย้ำ ไทยได้อัตราภาษีที่ต้องการแล้ว แต่ต้องหาข้อสรุปเพิ่มเติม ระบุ “ศุภจี” มั่นใจปิดดีลได้ ไม่ต้องแก้เนื้องาน เผย หากมีโอกาสต้องคุย”ทรัมป์“ อยู่แล้ว
'ศุภจี' เร่งปิดดีลภาษีทรัมป์ บินฟิลิปปินส์ถก 'รองผู้แทนการค้าสหรัฐ'
'ศุภจี' เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐ เตรียมถกรองผู้แทนการค้ามะกันที่ฟิลิปปินส์เสาร์นี้ เผยรายละเอียดส่วนใหญ่เรียบร้อย เหลือเพียงประเด็นย่อยในเอกสาร
รัฐบาลแจงภาษีสหรัฐฯ ขยับเป็น 12.5% ชี้ไทยยังแข่งได้-กว่า 2,120 สินค้าได้ยกเว้น
รองโฆษกรัฐบาล แจงสหรัฐฯ ปรับภาษีสินค้านำเข้าไทยเพิ่มสุทธิ 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นร้อยละ 12.5 ไม่ใช่เก็บเพิ่มทั้งจำนวน ย้ำอัตราอยู่ในระดับเ

