ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่นคัลแมกีในฟิลิปปินส์พุ่งสูงเกิน 90 รายแล้ว ขณะที่ผลกระทบร้ายแรงต่อจังหวัดเซบูเริ่มชัดเจนขึ้น หนักที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงกำลังช่วยเหลือผู้หญิงคนหนึ่งท่ามกลางน้ำท่วมไหลบ่าจากฝนตกหนักที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ริมถนนในเมืองคันลาออน จังหวัดเนโกรสโอเรียนทัล ทางตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน (Photo by Handout / various sources / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 กล่าวว่า พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีในฟิลิปปินส์ทำความเสียหายหนักให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจังหวัดเซบูที่เผชิญน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี
น้ำท่วมที่กล่าวกันว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้ไหลบ่าเข้าท่วมเมืองต่างๆ ในจังหวัดเมื่อวันก่อน พัดพารถยนต์, กระท่อมริมแม่น้ำ และแม้แต่ตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ไป
มีรายงานพบศพผู้เสียชีวิต 35 รายจากพื้นที่น้ำท่วมในเมืองลิโลอัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตมหานครเซบู เมืองหลวงของจังหวัด
ข่าวร้ายนี้ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมในเซบูพุ่งขึ้นเป็น 76 ราย รวมทั้งยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 รายในจังหวัดอื่นๆ และมีผู้สูญหายอีก 26 คน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศบอกกับเอเอฟพีว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนที่พายุคัลแมกีจะพัดขึ้นฝั่ง พื้นที่รอบเมืองเซบูถูกน้ำท่วมถึง 183 มิลลิเมตร (7 นิ้ว) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนที่ 131 มิลลิเมตร
โดยรวมแล้ว ประชาชนเกือบ 400,000 คนถูกอพยพออกจากเส้นทางของพายุไต้ฝุ่นก่อนขึ้นฝั่ง
กองทัพฟิลิปปินส์ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ลำที่ถูกส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไต้ฝุ่น ได้ตกบนเกาะมินดาเนาทางตอนเหนือขณะกำลังเดินทางไปยังเมืองชายฝั่งบูตวนเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการบรรเทาทุกข์
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พันเอกมาเรีย คริสตินา บาสโก จากกองทัพอากาศรายงานว่า กองกำลังได้กู้ซากศพของผู้เสียชีวิต 6 รายได้แล้ว และกำลังรอการยืนยันตัวตนผ่านนิติวิทยาศาสตร์ โดยระบุว่ามีนักบินสองคนและลูกเรือสี่คนอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว
เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพุธ พายุคัลแมกีกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก สู่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของปาลาวัน ด้วยความเร็วลม 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับสุดท้าย 'พายุคัลแมกี' เคลื่อนตัว มีฝนตกหนักใน 3 ภาค 8-9 พ.ย.
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ “คัลแมกี” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 19 ซึ่งเป็นประกาศฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ ว่า
อ่วมหนัก! น้ำท่วมเมืองสุโขทัยฝั่งตะวันตก ถนน 3 เส้นหลักจม 35-50 ซม.
สถานการณ์น้ำแม่มอก แม่รำพัน ที่ล้นอ่างกักเก็บไหลมาบรรจบกันที่อำเภอเมืองสุโขทัย ทำให้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชน บ้านเรือน พื้นที่การเกษตร วัด โรงเรียน โรงพยาบาลสุโขทัย ในเขตตำบลบ้านกล้วย (เมืองสุโขทัยฝั่งตะวันตก)

