เฉิน จื้อ หัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ถูกจับกุมในกัมพูชา ส่งตัวกลับจีนแล้ว

กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาแถลงการจับกุมเฉิน จื้อ ผู้ต้องหาดำเนินกิจการศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ที่บังคับใช้แรงงานในกัมพูชา และทำการส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนแล้ว

(Photo by GOH Chai Hin / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 กล่าวว่า เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีชาวจีนซึ่งถูกสหรัฐฯ ฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินจากการดำเนินเครือข่ายหลอกลวงทางไซเบอร์ (สแกมเมอร์) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ถูกจับกุมในกัมพูชาและส่งตัวกลับไปยังจีนแล้ว

อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า เฉินเป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินงานของค่ายแรงงานบังคับทั่วกัมพูชา ซึ่งเหยื่อแรงงานค้ามนุษย์ถูกกักขังในสถานที่คล้ายเรือนจำที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม

นับตั้งแต่การฟ้องร้องของสหรัฐฯ และการคว่ำบาตรโดยรัฐบาลวอชิงตันและลอนดอนในเดือนตุลาคม ทางการในยุโรป, สหรัฐอเมริกา และเอเชียได้มุ่งเป้าไปที่บริษัทของเฉิน คือ ปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Prince Holding Group) ด้วยการยึดทรัพย์สินอย่างมากมาย

กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่า ทางการกัมพูชาได้จับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ เฉิน จื้อ, ซู จีเหลียง และเฉา จีฮุย และส่งตัวกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว

"ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ขอบเขตความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและตามคำขอจากทางการจีน หลังจากความร่วมมือในการสืบสวนร่วมกันเป็นเวลาหลายเดือน" แถลงการณ์ระบุ

กระทรวงมหาดไทยฯเสริมว่า สัญชาติกัมพูชาของเฉินถูกเพิกถอนโดยพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจับกุมและการส่งตัวเฉิน

ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยคำฟ้องต่อเฉินในเดือนตุลาคม ที่ถูกกล่าวหาว่าควบคุมค่ายแรงงานบังคับในกัมพูชา ซึ่งแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ได้ทำการฉ้อโกงสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์

เฉินเป็นผู้ก่อตั้งปรินซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ที่ทางการระบุว่าทำหน้าที่เป็นฉากบังหน้าให้กับหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตามข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

เขาอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 40 ปี หากถูกตัดสินว่ามีความผิดในสหรัฐอเมริกาภายใต้ข้อหาฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ประมาณ 127,271 เหรียญที่รัฐบาลวอชิงตันยึดได้ มูลค่ากว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ในราคาปัจจุบัน

กลุ่มบริษัท Prince Group ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้กระทำความผิดถูกบังคับภายใต้การข่มขู่ด้วยความรุนแรง ให้ดำเนินการหลอกลวงที่เรียกว่าการฆ่าหมู ซึ่งเป็นแผนการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีที่สร้างความไว้วางใจกับเหยื่อไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะขโมยเงินของพวกเขาไป

แผนการเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่เหยื่อทั่วโลก ทำให้เกิดความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ศูนย์หลอกลวงทั่วกัมพูชา, เมียนมา และภูมิภาค ใช้โฆษณาหางานปลอมเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติ ซึ่งหลายคนเป็นชาวจีน ไปยังสถานที่ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะซึ่งพวกเขาถูกบังคับให้ดำเนินการฉ้อโกงทางออนไลน์

อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า ตั้งแต่ประมาณปี 2015 กลุ่มบริษัท Prince Group ได้ดำเนินงานในกว่า 30 ประเทศภายใต้การปลอมตัวเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บริการทางการเงิน และธุรกิจผู้บริโภคที่ถูกต้องตามกฎหมาย

มีรายงานว่าเฉินและผู้บริหารระดับสูงใช้อิทธิพลทางการเมืองและติดสินบนเจ้าหน้าที่ในหลายประเทศเพื่อปกป้องการดำเนินงานที่ผิดกฎหมายของพวกเขา

ในกัมพูชา เฉินเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และอดีตผู้นำฮุน เซน

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กัมพูชามีศูนย์กลางการหลอกลวงหลายสิบแห่ง โดยมีผู้คนหลายหมื่นคนทำการหลอกลวงทางออนไลน์ ทั้งที่ทำด้วยความสมัครใจและถูกบังคับ ในอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตร.ไซเบอร์ ถูกมิจฉาชีพทักไลน์ติดต่องาน อ้างมีผู้ใหญ่สนใจ

นางสาวศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือ ฝน ดาราสาวชื่อดัง พร้อมด้วย นายฐานวัฒน์ ลิ้มสังกาศ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐาน กรณีถูกสาวปริศนาอ้างตัวทำงานให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทักไลน์ส่วนตัวติดต่ออ้างว่ามีผู้ใหญ่สนใจ

ดีอี เตือน เพจปลอม “Moving Forward For The Future” สวมรอย เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก “สแกมเมอร์” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ใสกริ๊บ! สื่อเขมรตีข่าว จ้าหน้าที่ไม่พบอะไรเลยหลังจากการบุกตรวจค้นคดีฉ้อโกงที่ปอยเปต

ขแมร์ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญของกัมพูชารายงานว่า ตำรวจจังหวัดบันเตียเมียนชัยได้ทำการบุกตรวจค้นหลายจุด แต่ไม่พบหลักฐานการหลอกลวงทางออนไลน์

ไทยตอกเขมรหน้าหงาย 'เขตแดน-สแกมเมอร์' คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนเป็นเกราะกำบังอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่