นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเผยว่ารัฐบาลพนมเปญต้องการลดความตึงเครียดและหาทางออกอย่างสันติให้กับความขัดแย้งชายแดนกับไทย และยอมรับว่าธุรกิจสแกมเมอร์กำลังกัดกินเศรษฐกิจของประเทศ

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวเอเอฟพีในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ (Photo by JOHN THYS / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวเอเอฟพีในกรุงบรัสเซลส์ โดยอ้างถึงความขัดแย้งชายแดนกับไทย และปัญหาของธุรกิจสแกมเมอร์ในประเทศของตน
ข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษระหว่างสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปะทุขึ้นเป็นการปะทะกันหลายระลอกเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและผู้พลัดถิ่นมากกว่าหนึ่งล้านคนในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม
ในการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก ฮุน มาเนตกล่าวว่า "เราไม่ได้ต้องการเพิ่มความรุนแรง เราต้องการลดความรุนแรง เราต้องการการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ"
กองทัพไทยกล่าวหาว่ากองกำลังกัมพูชายิงกระสุนปืนครกใกล้กับหน่วยลาดตระเวนของไทยเมื่อวันอังคาร ทำให้เกิดการยิงตอบโต้ ซึ่งรัฐบาลพนมเปญปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
กัมพูชากล่าวมาตลอดว่ากองกำลังไทยยึดครองพื้นที่หลายแห่งในจังหวัดชายแดนและเรียกร้องให้ถอนกำลังออกไป ในขณะที่รัฐบาลกรุงเทพฯ ยืนยันว่าตนเพียงแค่ยึดคืนดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยและถูกกัมพูชายึดครองมานานหลายปี
ฮุน มาเนตปฏิเสธที่จะบอกว่ากองกำลังไทยยึดครองดินแดนไปมากแค่ไหน แต่กล่าวว่าพวกเขารุกล้ำไปไกลกว่าสิ่งที่แม้แต่ไทยเองก็ระบุว่าเป็นพรมแดนระหว่างสองประเทศ
เมื่อถูกถามว่ากองกำลังกัมพูชาจะต่อสู้เพื่อทวงคืนดินแดนที่เสียไปหรือไม่ เขากล่าวว่า "เรายึดมั่นในแนวทางการลดความตึงเครียดและการแก้ปัญหาอย่างสันติเสมอ"
ความขัดแย้งชายแดนระหว่างสองประเทศที่มีมานานนับศตวรรษนั้น เกิดจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนในยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส ซึ่งครอบคลุมระยะทาง 800 กิโลเมตร
รัฐบาลพนมเปญได้ขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศสและขอเข้าถึงเอกสารและแผนที่ทางประวัติศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหา และเรียกร้องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชายแดนร่วมเพื่อกลับมาดำเนินการในเรื่องนี้อีกครั้ง
ฮุน มาเนตกล่าวว่า "ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร กัมพูชาก็พร้อมที่จะยอมรับ และหวังว่าประเทศไทยจะยอมรับเช่นเดียวกัน"
ผู้นำวัย 48 ปีซึ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากฮุน เซน ในปี 2023 กล่าวว่า เขากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน โดยใช้คำอธิบายว่า "ไม่มั่นคง" และ "เปราะบาง"
นายกรัฐมนตรีกัมพูชากำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียมและสหภาพยุโรป ในฐานะส่วนหนึ่งของการเดินทางเพื่อเสริมสร้างการสนับสนุนทางการทูต โดยเฉพาะจากอเมริกาและพันธมิตรยุโรป
ในกรุงบรัสเซลส์ เขาได้พบกับอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภาแห่งยุโรป และคาจา คัลลาส นักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรป
ก่อนหน้านี้ในสหรัฐอเมริกา เขาได้เข้าร่วมการประชุมครั้งแรกกับคณะทำงานเพื่อสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นเครื่องมือที่ตั้งใจจะแข่งขันกับสหประชาชาติ
ฮุน มาเนตกล่าวว่า แม้ความพยายามของผู้นำสหรัฐฯ ในการไกล่เกลี่ยหยุดยิงกับไทยมีส่วนในการตัดสินใจให้รัฐบาลพนมเปญเข้าร่วมครั้งนี้ แต่กัมพูชาเชื่อมั่นอย่างจริงจังในเป้าหมายขององค์กรใหม่นี้ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสันติภาพ และไม่ได้เพียงแค่ต้องการ "ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์พอใจ" เท่านั้น
"นี่คือเรื่องของสันติภาพและความมั่นคง" เขากล่าวเสริมว่า ประเทศของเขาจะพยายามตอบแทนด้วยการสนับสนุนในรูปแบบอื่นเพื่อที่จะอยู่ในคณะทำงานนี้ในระยะยาว เช่น การฝึกอบรมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในฉนวนกาซา แทนที่จะจ่ายเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ตามที่รัฐบาลวอชิงตันเรียกร้องสำหรับการเป็นสมาชิกถาวร
เมื่อถูกถามถึงปัญหาสแกมเมอร์ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายอมรับว่าการดำเนินธุรกิจของกลุ่มหลอกลวงเหล่านี้กำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศและทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง ซึ่งเป็นการปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลของเขาสมรู้ร่วมคิด
กัมพูชากลายเป็นแหล่งรวมของแก๊งอาชญากรที่ดำเนินธุรกิจฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยพวกมิจฉาชีพหลอกลวงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกให้ตกอยู่ในความสัมพันธ์โรแมนติกปลอมๆ และการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล
"เครือข่ายฉ้อโกงที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจมืดกำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของเรา มันทำให้กัมพูชามีชื่อเสียงที่ไม่ดีและกำลังส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน นี่คือเหตุผลที่เราต้องกำจัดให้หมดไป" ฮุน มาเนตกล่าวกับเอเอฟพี
การปราบปรามส่งผลให้มีการจับกุมผู้คนหลายพันคน ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุ และเมื่อเร็วๆ นี้มีการส่งตัวอดีตที่ปรึกษาของผู้นำกัมพูชาไปยังจีน
แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางคนตั้งคำถามถึงความถูกต้องของความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ถูกกล่าวหาว่ามีอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กัมพูชาและเครือข่ายฉ้อโกงทางไซเบอร์
ฮุน มาเนตยอมรับว่าอาชญากรรมดังกล่าวได้กระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจและสร้างงานในประเทศทางอ้อม แต่ปฏิเสธว่ากัมพูชาได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้
"ใช่ การดำรงอยู่ของธุรกิจสแกมเมอร์อาจส่งผลโดยตรงต่ออสังหาริมทรัพย์, การลงทุน, การก่อสร้าง, กำลังซื้อทางเศรษฐกิจ และการรวมศูนย์ความเจริญ แต่รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสู่รัฐบาลกัมพูชา" เขากล่าว
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กัมพูชามีศูนย์กลางการหลอกลวงหลายสิบแห่งและเกี่ยวข้องกับผู้คนประมาณ 100,000 คน ซึ่งหลายคนเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์
รายงานปี 2024 โดยสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกาประเมินว่าผลตอบแทนจากการหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชามีมูลค่าเกิน 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 388,000 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP อย่างเป็นทางการของประเทศ แต่ฮุน มาเนตปฏิเสธว่าประเทศของเขาไม่ได้พึ่งพาการหลอกลวงเหล่านี้
"หลายคนบอกว่า GDP ของกัมพูชาพึ่งพาการฉ้อโกง ไม่ใช่เลย เราพึ่งพาเศรษฐกิจที่แท้จริง เช่น การท่องเที่ยว, การผลิต และอีกหลายประการ" เขากล่าว
กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ดำเนินการจากประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางกรณีเป็นการอาสาทำด้วยความเต็มใจ ขณะที่บางกรณีเป็นชาวต่างชาติที่ถูกลักพาตัวและบังคับให้ทำงานภายใต้การข่มขู่ว่าจะถูกทรมาน
ในระยะแรก กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่ผู้พูดภาษาจีนเป็นหลัก ซึ่งพวกเขาได้หลอกลวงเงินไปหลายพันล้านดอลลาร์และสร้างความโกรธแค้นในหมู่ประชาชน แต่ปัจจุบันพวกเขาได้ขยายการดำเนินการไปยังหลายภาษาเพื่อขโมยเงินจำนวนมหาศาลจากเหยื่อทั่วโลก
ปีที่แล้ว การปราบปรามครั้งใหญ่ที่ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยรัฐบาลปักกิ่งซึ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทูตอย่างมากในภูมิภาคนี้ ทำให้คนงานฉ้อโกงหลายพันคนได้รับการปล่อยตัวจากศูนย์สแกมเมอร์ทั้งในเมียนมาและกัมพูชา จากนั้นจึงถูกส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด หลายคนกลับไปยังประเทศจีน
ปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จอีกครั้งในการจับกุมและส่งตัวเฉิน จื้อ จากกัมพูชาไปยังจีนในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เฉิน จื้อซึ่งถูกทางการสหรัฐฯ ฟ้องร้องในเดือนตุลาคม 2025 เคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับทั้งฮุน มาเนต และฮุน เซน บิดาของเขา
"เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นหัวหน้าใหญ่" ฮุน มาเนตกล่าว และเสริมว่า การตรวจสอบประวัติไม่ได้ทำให้เกิดข้อสงสัยใดๆ โดยกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปของเฉินซึ่งทางการสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นฉากบังหน้าของ "อาณาจักรฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่" มีสาขาอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร
อัยการสหรัฐฯระบุว่า ตั้งแต่ประมาณปี 2015 ปรินซ์กรุ๊ปได้ดำเนินธุรกิจในกว่า 30 ประเทศภายใต้หน้ากากของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บริการทางการเงิน และธุรกิจผู้บริโภคที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ก่อนเฉิน จื้อถูกกล่าวหา ในสายตาของรัฐบาลพนมเปญ เขาเป็นเพียง "นักธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ"
"เราไม่รู้จริงๆว่าเขาทำอะไร" ฮุน มาเนตกล่าว พร้อมเสริมว่าทางการได้ดำเนินการทันทีเมื่อทราบถึงการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหา
อัยการสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า เฉินเป็นผู้กำกับการดำเนินงานของค่ายบังคับใช้แรงงานทั่วประเทศกัมพูชา ซึ่งแรงงานค้ามนุษย์เหล่านั้นถูกกักขังในสถานที่คล้ายเรือนจำที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม
กลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ฮุน มาเนตยังกล่าวด้วยว่า อดีตที่ปรึกษาของเขาถูกส่งตัวไปจีนแทนที่จะเป็นสหรัฐฯ เนื่องจากสัญชาติของเขาเอง
ผู้นำรัฐบาลพนมเปญกล่าวว่า เฉินถูกเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาหลังจากพบว่าเขาใช้เอกสารปลอมเพื่อขอสัญชาติ
"นั่นทำให้เขามีเพียงสัญชาติจีน และเป็นเหตุผลที่ทางการกัมพูชาส่งตัวเขากลับประเทศบ้านเกิด" ฮุน มาเนตกล่าวทิ้งท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทบ.ลั่นไทยปกป้องดินแดน พร้อมสู้ทางการทูต-ทหาร
โฆษกกองทัพบกโต้ "ฮุน มาเนต" ฟ้องโลกอ้างไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา
ไพ่ใบเดิมของ“กัมพูชา” “ไทย”เร่งเกมรุกในเวทีโลก
การเดินเกมของ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในเวทีนานาชาตินั้น ถือเป็นโมเดลเดิมที่กัมพูชาเคยใช้ได้ผลมาแล้ว
กองทัพเชื่อมือ กต.ไม่หวั่น 'ฮุน มาเนต' ใส่ร้ายไทย
เสธ.ทบ.ไม่หวั่น 'ฮุน มาเนต' ใส่ร้ายไทย ให้ กต. สู้กลับทางการทูต ส่วนทางทหารดูแลเต็มที่ ซัด 'ทหารกัมพูชา' ไร้วินัย ถูกส่งเข้าพื้นที่โดยไม่ได้เตรียมตัว
ทบ. สวน 'ฮุน มาเนต' ลวงโลก อ้างไทยยึดดินแดน ยันเป็นพื้นที่ให้เขมรหนีตายเข้ามาพักพิงแต่ไม่ยอมกลับ
ทบ. โต้ "ฮุน มาเนต" ฟ้องโลก ไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา ยืนยันเป็นพื้นที่ของไทยที่เคยให้เขมรพลัดถิ่นพักพิง ย้ำไทยปฏิบัติตามข้อตกลงใน Joint Statement อย่างเคร่งครัด พร้อมหารือทวิภาคี เมื่อสถานการณ์ลดความตึงเครียดและพื้นที่มีความปลอดภัย
ทบ. ตอกกัมพูชาไม่ร่วมปราบสแกมเมอร์ หลังประท้วงไทยพาทูตทหารต่างชาติลงพื้นที่โอร์เสม็ด
ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ ชี้กัมพูชาควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ป้องกันการเพิ่มความขัดแย้งในพื้นที่โดยไม่จำเป็น
'อนุทิน' สวน 'ฮุน มาเนต' จ่อประท้วงอ้างไทยรุกรานดินแดน ยันอยู่บนอธิปไตยของเรา มั่นใจไร้ปัญหา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เตรียมจะประท้วงไทยโดยอ้างว่าไทยรุกรานดินแดนกัมพูชาว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เรายืนยันว่าเราอยู่บนอธิปไตยของเรา

