กัมพูชาอนุมัติกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์

วุฒิสภากัมพูชาอนุมัติกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งมุ่งเป้าไปที่อาชญากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหลอกลวงทางไซเบอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

เกิด ริทธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของกัมพูชา (กลาง) กล่าวในการแถลงข่าวที่กระทรวงยุติธรรมในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 3 เมษายน (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 กล่าวว่า กลุ่มมิจฉาชีพที่ดำเนินการหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชาอาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต หลังจากวุฒิสภาอนุมัติกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งมุ่งเป้าไปที่อาชญากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมผิดกฎหมายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมของกลุ่มอาชญากรที่ดำเนินการหลอกลวงเกี่ยวกับความสัมพันธ์โรแมนติกปลอมและการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล โดยที่มิจฉาชีพหลอกลวงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

อุตสาหกรรมการหลอกลวงทางไซเบอร์ระดับโลกซึ่งดำเนินการจากสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วภูมิภาค ได้เติบโตจนถึงระดับ "อุตสาหกรรม" โดยประมาณการรายได้ต่อปีสูงถึง 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท) ตามรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ

ภายใต้กฎหมายที่ได้รับการอนุมัติในวันศุกร์ หัวหน้าแก๊งศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์, การกักขัง และการทรมาน จะต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับสูงสุด 2,000 ล้านเรียล (500,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

หากการดำเนินการของพวกเขานำไปสู่การเสียชีวิตของบุคคลหนึ่งคนหรือมากกว่านั้น หัวหน้าศูนย์หลอกลวงอาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต

"เป้าหมายของเราคือการกำจัดกลโกง" เกิด ริทธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของกัมพูชา กล่าวในการแถลงข่าว

ร่างกฎหมายฉบับนี้ซึ่งเป็นฉบับแรกที่มุ่งเป้าไปที่การกำจัดปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติในกัมพูชา ได้รับการอนุมัติเบื้องต้นจากรัฐบาลในเดือนมีนาคม

แถลงการณ์ร่วมของผู้เชี่ยวชาญจากสหประชาชาติเมื่อปีที่แล้วระบุว่า "ประชาชนหลายแสนคนจากหลากหลายสัญชาติถูกดักจับและถูกบังคับให้ทำการฉ้อโกงทางออนไลน์"

หลายประเทศได้ออกกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์เพื่อต่อสู้กับการเพิ่มขึ้นของการฉ้อโกงทางออนไลน์, โรแมนซ์สแกม (Romance Scam) และการหลอกลวงลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เช่นในสิงคโปร์ ที่ผู้กระทำความผิดอาจถูกเฆี่ยน 24 ครั้งหากเป็นกรณีร้ายแรง

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ว่า ศูนย์ฉ้อโกงกำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศและทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะกำจัดสิ่งนี้ให้หมดไป

ทางการได้ให้คำมั่นว่าจะปิดศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ทั้งหมดให้ได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการปราบปรามของรัฐบาลต่ออุตสาหกรรมนี้ไม่น่าจะกำจัดให้หมดไปได้

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อปีที่แล้วว่า การสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่ในทุกระดับได้ขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพต่ออาชญากรรมการค้ามนุษย์ในกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลของตนมีส่วนเกี่ยวข้อง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ

'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย

ไม่มีอะไรในกอไผ่! โฆษกรัฐบาล แจงภาพอนุทินจับมือฮุนมาเนต แค่ทักทายกันตามมารยาท

โฆษกรัฐบาล โพสต์ชี้แจงภาพนายกฯอนุทินจับมือฮุน มาเนต ว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ ตรงไปตรงมา ไม่มีการประชุม นายกฯอนุทินมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้า มีผู้นำหลายประเทศอาเซียนเข้าร่วม ก่อนงานเริ่มได้มีการทักทายตามมารยาท ไม่มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่อย่างใด มีแต่การนั่งสนทนาระหว่างผู้นำขณะรอเวลาเปิดงานและกล่าวสปีช”

'ปกป้องอธิปไตย'ตัวช่วย'สีน้ำเงิน' 'ดีลใหม่'ที่ต้องข้ามพ้น'การเมือง'

องค์ประกอบทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พรรคภูมิใจไทย” ยังมีเสถียรภาพ ไม่ใช่การตอบโจทย์ “พูดแล้วทำ” แต่ยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ในการบริหารอำนาจรัฐเป็นตัวกำหนดด้วย

เกม“ชายแดน-ประนอมภาคบังคับ” ไทยต้องไปให้สุดอย่ากลัว“สะดุดตอ”

สถานการณ์ชายแดนยังมีความวุ่นวายเป็นจุดๆ โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีถนนฝั่งกัมพูชาตัดเข้ามาถึงชายแดน เอื้อต่อการส่งกำลังเพิ่มเติมเข้ามาเผชิญหน้ากับแนววางกำลังของทหารไทยในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี