เครือญาติตระกูลฮุนยอมรับ ถือหุ้น 30% ในบริษัทที่เชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์

ญาติของนายกรัฐมนตรีกัมพูชายอมรับถือหุ้น 30% ในแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงทางไซเบอร์และการฟอกเงิน จนเป็นเหตุให้ตนเองถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ

ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า หลี่สง อดีตประธานฮวยวันกรุ๊ป (Huione Group) ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มการชำระเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงทางไซเบอร์และการฟอกเงิน ถูกจับและส่งตัวไปจีนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยทางการจีนกล่าวหาว่าเขากระทำความผิดหลายกระทง จากบทบาทสำคัญในขบวนการพนันและการฉ้อโกงข้ามชาติขนาดใหญ่

ขณะที่ฮุน โต นักธุรกิจสมาชิกของตระกูลที่ปกครองกัมพูชามานานกว่าสี่ทศวรรษ เพิ่งออกมายอมรับว่า ตนเองถือหุ้น 30% ในฮวยวัน เพย์ (Huione Pay) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือดังกล่าว และปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นหัวเรือใหญ่ของบริษัท

ฮุน โต ซึ่งเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนธุรกิจออนไลน์ของกระทรวงพาณิชย์ในฐานะกรรมการบริษัท กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาไม่ได้บริหารจัดการการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม และไม่เคยได้รับผลกำไร, เงินปันผล หรือทรัพย์สินใดๆ จากแพลตฟอร์มนี้

เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวหาว่ากลุ่มบริษัทฮวยวันกรุ๊ปซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทหลายแห่งที่ให้บริการอีคอมเมิร์ซ, การชำระเงิน และการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ได้ฟอกเงินให้กับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ก่อเหตุฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ผู้ประท้วงในกัมพูชาเรียกร้องให้ปลดล็อกบัญชีของพวกเขาในแพลตฟอร์ม Huione H-Pay ซึ่งเดิมคือ Huione Pay ที่พวกเขาบอกว่าไม่สามารถเข้าถึงได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมหลังจากการชำระบัญชี

ลินด์เซย์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมแสดงความเห็นว่า ฮุน โต ไม่น่าจะได้รับผลกระทบร้ายแรงใดๆ ในกัมพูชา

"ดิฉันสงสัยว่าเขาจะมีโอกาสถูกสอบสวนทางอาญาในกัมพูชาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ฮุน เซน ลุงของเขา ยังมีชีวิตอยู่" เธอกล่าว โดยอ้างถึงอดีตผู้นำที่ครองอำนาจมายาวนานซึ่งเป็นบิดาของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในทางการเมืองระดับชาติ

เคนเนดีเสริมว่า "ฮุน โต มีรายชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนับไม่ถ้วน รวมถึงหลายบริษัทที่เชื่อมโยงกับการฉ้อโกง, การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมอื่นๆ"

หลี่ สง อดีตประธานของฮวยวัน ถือหุ้น 62% ของ Huione Pay และบริษัทถูกชำระบัญชีในเดือนตุลาคม ตามรายงานของ Reachs & Partners ซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชี

ผู้จัดการทรัพย์สินของบริษัทกล่าวว่า Huione Pay มีเงินสดคงเหลือสุทธิมากกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ทั้งหมดแล้ว และเงินที่เหลือได้ถูกแจกจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นตัวจริงที่รับผิดชอบการดำเนินงานในอดีตของบริษัท

ฮุน โต กล่าวว่าเขาไม่ได้รับส่วนแบ่งใดๆ จากเงินที่เหลือหลังจากกระบวนการชำระบัญชี

ธนาคารแห่งชาติกัมพูชาได้กล่าวว่าใบอนุญาตประกอบธุรกิจของแพลตฟอร์ม Huione ได้ถูกเพิกถอนแล้ว และเจ้าหนี้ของ H-Pay สามารถยื่นคำร้องต่อผู้จัดการทรัพย์สินได้

เมื่อปีที่แล้ว เครือข่ายบังคับใช้กฎหมายด้านอาชญากรรมทางการเงินของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (FinCEN) ได้กำหนดให้กลุ่มบริษัท Huione ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ เป็นแหล่งฟอกเงินขนาดใหญ่ และห้ามสถาบันการเงินของสหรัฐฯ ดำเนินการธุรกรรมกับบริษัทนี้

FinCEN กล่าวว่ากลุ่มบริษัทดังกล่าวได้รับเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2021 ถึงมกราคม 2025 ซึ่งรวมถึงเงินที่ได้จากการฉ้อโกง, เงินที่ถูกขโมย และการกระทำผิดกฎหมายทางไซเบอร์ (สแกมเมอร์)

รัฐบาลปักกิ่งเรียกอดีตประธานบริษัทอย่างหลี่ สง ว่าเป็น "สมาชิกหลักของแก๊งอาชญากร" ภายใต้การดำเนินการของเฉิน จื้อ หัวหน้าใหญ่ของแก๊งฉ้อโกงชาวจีนอีกคนหนึ่งซึ่งดำเนินกิจกรรมในกัมพูชาและถูกจับส่งตัวไปจีนในปีนี้

ทั้งนี้ กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมฉ้อโกงและสแกมเมอร์ข้ามชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มอาชญากรรมได้ขโมยเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีจากเหยื่อทั่วโลก

พวกมิจฉาชีพซึ่งบางคนเต็มใจและบางคนถูกค้ามนุษย์ ได้ดำเนินการหลอกลวงด้วยความสัมพันธ์โรแมนติกปลอมและโครงการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลจากพื้นที่คาสิโน,โรงแรม และสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ทางการกัมพูชากล่าวว่าพวกเขากำลังปราบปราม, จับกุม และเนรเทศชาวต่างชาติมากกว่า 13,000 คนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว

ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่าการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากแรงกดดันจากจีนและสหรัฐอเมริกา

ผู้สังเกตการณ์ยังกล่าวหาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาว่ามีส่วนร่วมด้วย ซึ่งรัฐบาลพนมเปญได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้

เคนเนดี ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของโครงการ Eyewitness Project กล่าวว่า "ผู้มีอำนาจระดับสูงสุดของรัฐบาลได้อำนวยความสะดวก, ปกป้อง และได้รับผลประโยชน์จากเครือข่ายการฉ้อโกง แต่มีหัวหน้างานเพียงไม่กี่คน และไม่มีชนชั้นนำทางการเมืองที่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องถูกจับกุมเลย" แม้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทางการได้ประกาศข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหลายคนที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางไซเบอร์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละกัมพูชายับ! ซัดประชาธิปไตยล้มเหลว จับตา 5 ความฝัน 'ฮุน เซน'

อดีตนายทหารด้านความมั่นคงวิจารณ์กัมพูชาอย่างเผ็ดร้อน ชี้เป็นตัวอย่างของประเทศที่ประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งปัญหาสิทธิเสรีภาพ สื่อมวลชน และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมวิเคราะห์ 5 เป้าหมายสำคัญของ “ฮุน เซน” ตั้งแต่เสริมกำลังชายแดน ฟื้นสัมพันธ์ทักษิณ ไปจนถึงความหวังเห็นพรรคประชาชนขึ้นเป็นรัฐบาลไทย ก่อนประเมินว่าหลายเรื่องอาจสวนทางกับความเป็นจริง

'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ

'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ท้า 'ฮุน เซน' ทวงคืนแผ่นดินจากไทย จะเอายังไงว่ามา

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก กรณี ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา จะทวงคืนแผ่นดินจากไทย ว่า

ไม่มีอะไรในกอไผ่! โฆษกรัฐบาล แจงภาพอนุทินจับมือฮุนมาเนต แค่ทักทายกันตามมารยาท

โฆษกรัฐบาล โพสต์ชี้แจงภาพนายกฯอนุทินจับมือฮุน มาเนต ว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ ตรงไปตรงมา ไม่มีการประชุม นายกฯอนุทินมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้า มีผู้นำหลายประเทศอาเซียนเข้าร่วม ก่อนงานเริ่มได้มีการทักทายตามมารยาท ไม่มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่อย่างใด มีแต่การนั่งสนทนาระหว่างผู้นำขณะรอเวลาเปิดงานและกล่าวสปีช”