ผู้นำอาเซียนจะเรียกร้องให้เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาคและเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยและเปิดกว้าง ในการประชุมของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 ประเทศ ทางภาคกลางของฟิลิปปินส์

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 จัดขึ้นในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ (Photo by Ted ALJIBE / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า การประชุมของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 11 ประเทศ ที่เมืองเซบูของฟิลิปปินส์ประจำปีนี้ จะมีประเด็นหลักที่การแก้ปัญหาวิกฤตในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาอาหารในภูมิภาคพุ่งสูงขึ้น
แม้ว่าร่างแถลงการณ์จะไม่ได้กล่าวถึงช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกปิดกั้นตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่คาดว่าจะมีการเรียกร้องให้เปิดสัญจรผ่านช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศอย่างปลอดภัย, ไม่ติดขัด และต่อเนื่อง
นอกจากนี้ยังรวมถึงข้อเสนอต่างๆ ที่มุ่งส่งเสริมความเป็นอิสระด้านพลังงานมากขึ้น, การขยายโครงข่ายไฟฟ้าของอาเซียน, การเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน และแม้แต่การสำรวจพลังงานนิวเคลียร์
ในส่วนของสถานการณ์ภายในภูมิภาค สงครามกลางเมืองในเมียนมายังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลเนปยีดอ
ทั้งนี้ เมียนมาถูกตัดออกจากการประชุมสุดยอดอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่คณะรัฐบาลทหารยึดอำนาจในการรัฐประหารปี 2021 ซึ่งจุดชนวนสงครามกลางเมืองนองเลือดและการปราบปรามผู้เห็นต่าง
ขณะที่คณะรัฐบาลทหารของเมียนมาได้รับการยกย่องจากฟิลิปปินส์ในสัปดาห์นี้สำหรับการตัดสินใจย้ายอองซานซูจีไปอยู่ภายใต้การกักบริเวณในบ้าน แต่ประเทศสมาชิกยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับการอนุญาตให้เมียนมากลับเข้าร่วมกลุ่มได้
"บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอที่จะจัดการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา โดยจะมีบางอย่างเกิดขึ้นและอาจจะเป็นการประชุมทางออนไลน์" เกา กิม ฮวนกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุมสุดยอดในวันแรก
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มการเจรจาที่ไม่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ระหว่างผู้นำของไทยและกัมพูชา
ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงนับตั้งแต่ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเมื่อปลายเดือนธันวาคม หลังจากข้อพิพาทชายแดนก่อให้เกิดการปะทะที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายสิบรายและทำให้ผู้คนกว่าล้านคนต้องพลัดถิ่น
นายกรัฐมนตรีของไทยและนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาต่างให้คำมั่นว่าจะมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศของตนดำเนินการเจรจาต่อไปเพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีการลงนามหยุดยิง ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
นายกรัฐมนตรีของไทยกล่าวในการแถลงข่าวว่า พวกเขาตกลงที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในมาตรการต่างๆ ที่มุ่งเป้าไปที่การฟื้นฟูความไว้วางใจและค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นมาใหม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อิหร่าน' เผยใกล้บรรลุข้อตกลงกับ' โอมาน' ในการเปิด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' แล้ว แต่การเปิดขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ
อิหร่านและโอมานได้ตกลงเส้นทางเดินเรือสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังดำเนินการขั้นสุดท้ายในการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ร่วมกัน เตหะรานกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้ว่าเหตุการณ์ด้านความมั่นคงล่าสุดจะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่สำหรับการขนส่งทางเรือในภูมิภาคก็ตาม
เปิดสุนทรพจน์ นายกฯไทย แสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ครั้งแรกในรอบ 17 ปี
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ของไทยต่ออนาคตอาเซียน ซึ่งมีคณะผู้แทนถาวรประจำสำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนักการทูตที่สนใจเข้าร่วม กว่า 100 ประเทศ
นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน เสียใจกัมพูชาเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ
นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทยในฐานะสมาชิก พร้อมแจงสถานการณ์ชายแดน เสียใจกัมพูชาเลือกประนอมภาคบังคับ
ลูกเรือชาวบังกลาเทศที่ติดอยู่ในวังวนสงคราม เล่าถึงความยากลำบากในอ่าวเปอร์เซีย
เป็นเวลา 115 วันที่กัปตันโมฮัมหมัด ชาฟิกุล อิสลาม ติดอยู่กลางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย เฝ้ามองขีปนาวุธส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืน และต้องปันส่วนอาหารและน้ำให้แก่ลูกเรือของเขา
เรือบรรทุกสินค้าถูก 'วัตถุไม่ทราบชนิด' พุ่งชนในช่องแคบฮอร์มุซ
หน่วยงานทางทะเลของอังกฤษแถลงเมื่อวันอังคารว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถูก "วัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชน" ในช่องแคบฮอร์มุซ นอกชายฝั่งโอมาน โดย

