อิหร่านตอบรับข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของรัฐบาลวอชิงตัน แต่โดนัลด์ ทรัมป์พิจารณาแล้วตอบกลับอย่างหัวเสียทันทีว่ายอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง เพิ่มความเป็นไปได้ของความขัดแย้งที่จะปะทุขึ้นอีกครั้งหลังการเจรจายืดเยื้อหลายสัปดาห์

การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน M/T Sevda ที่ติดธงอิหร่าน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม โดยกองกำลังสหรัฐฯ ยิงและทำลายเรือบรรทุกน้ำมันสองลำที่พยายามฝ่าฝืนการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน (Photo by US Central Command Public Affairs / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า คำตอบที่รอคอยมานานจากรัฐบาลเตหะรานมาถึงแล้ว เมื่ออิหร่านตอบรับข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของรัฐบาลวอชิงตันผ่านปากีสถานซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่พวกเขาเตือนว่าไม่ลังเลที่จะตอบโต้การโจมตีใดๆ ของสหรัฐฯ และจะไม่อนุญาตให้เรือรบต่างชาติเข้ามาในช่องแคบฮอร์มุซอีก โดยรัฐบาลเตหะรานยังคงยืนกรานในท่าทีที่ท้าทายต่อสาธารณะ แม้ดำเนินการเจรจาทางการทูตอยู่เบื้องหลังก็ตาม
"เราจะไม่มีวันยอมจำนนต่อศัตรู และหากมีการพูดถึงการเจรจาหรือการพูดคุย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมแพ้หรือถอยทัพ" ประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่านกล่าว
ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ การตอบสนองของรัฐบาลเตหะรานต่อแผนของสหรัฐนั้นมุ่งเน้นไปที่การยุติสงครามในทุกแนวรบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเลบานอนซึ่งอิสราเอลยังคงต่อสู้กับฮิซบุลเลาะห์ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยทางการขนส่งด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของสหรัฐฯระบุรายละเอียดแค่เพียงเล็กน้อย โดยมีรายงานว่าข้อเสนอดังกล่าวเน้นไปที่การขยายพื้นที่เจรจาในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาหาทางออกสุดท้ายสำหรับความขัดแย้งและโครงการนิวเคลียร์ที่เป็นข้อถกเถียงของอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอโต้กลับของรัฐบาลเตหะราน แต่ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาอย่างชัดเจนว่าปฏิเสธข้อเสนอนั้น
"ผมเพิ่งอ่านคำตอบจากตัวแทนของอิหร่าน ผมไม่ชอบเลย ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง!" ทรัมป์กล่าว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลซึ่งกองกำลังของเขาได้เริ่มสงครามกับอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยืนยันว่าความขัดแย้งยังไม่จบสิ้นจนกว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะถูกนำออกไปและโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านต้องถูกรื้อถอน
เนทันยาฮูกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านต้องกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่สะสมไว้เสียก่อน จึงจะถือว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านสิ้นสุดลงได้
"มันยังไม่จบ เพราะยังมีวัสดุนิวเคลียร์อย่างยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ต้องนำออกจากอิหร่าน เช่นเดียวกับโรงงานเสริมสมรรถนะที่ต้องรื้อถอน" ผู้นำอิสราเอลกล่าว
มีรายงานจากแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ระบุว่าอิหร่านได้เสนอให้เจือจางยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงบางส่วนและโอนส่วนที่เหลือไปยังประเทศที่สาม พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการรับประกันว่ายูเรเนียมที่ถ่ายโอนไปจะถูกส่งคืนหากการเจรจาล้มเหลวหรือรัฐบาลวอชิงตันถอนตัวออกจากข้อตกลงในภายหลัง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทรัมป์เตรียมกดดันประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ เกี่ยวกับประเด็นอิหร่าน เมื่อเขาเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในสัปดาห์หน้า
อิหร่านได้ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซในช่วงต้นสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นและสั่นคลอนตลาดการเงิน
หลังจากนั้น อิหร่านได้จัดตั้งกลไกการชำระเงินเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เน้นย้ำว่าเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้หากรัฐบาลเตหะรานควบคุมเส้นทางน้ำระหว่างประเทศและเส้นทางขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลก
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือสหรัฐฯ ก็ดำเนินการปิดกั้นท่าเรือของอิหร่าน ทำให้เรือที่ออกจากท่าเรือเหล่านั้นใช้งานไม่ได้หรือเปลี่ยนเส้นทาง
อังกฤษและฝรั่งเศสกำลังเป็นผู้นำความพยายามในการสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อรักษาความปลอดภัยของช่องแคบหลังการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยทั้งสองประเทศได้ส่งเรือไปยังภูมิภาคดังกล่าวล่วงหน้า
แต่เมื่อวันอาทิตย์ อิหร่านยืนยันว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่เด็ดขาดและทันที หากทั้งสองชาติส่งเรือรบเข้ามาในช่องแคบ
คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ข้อความบน X ว่า "มีเพียงสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเท่านั้นที่สามารถสร้างความมั่นคงในช่องแคบนี้ได้ และจะไม่ยอมให้ประเทศใดเข้ามาแทรกแซงในเรื่องดังกล่าว"
ต่อมาประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสยืนยันว่าประเทศของเขาไม่เคยคิดถึงการส่งเรือรบไปประจำการในช่องแคบฮอร์มุซ แต่จะเป็นการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงที่ประสานงานกับอิหร่าน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีของกาตาร์กล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านในการสนทนาทางโทรศัพท์ว่า เสรีภาพในการเดินเรือไม่สามารถประนีประนอมได้ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซหรือการใช้เป็นไพ่กดดันมีแต่จะทำให้วิกฤตการณ์รุนแรงขึ้น ตามรายงานของกระทรวงต่างประเทศกาตาร์
ทั้งนี้ เกิดการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหม่ในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันอาทิตย์ จนทำให้ข้อตกลงหยุดยิงสั่นคลอน หลังปะทะกันมาแล้วหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า "ระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนสามารถสกัดกั้นโดรนสองลำที่ปล่อยออกมาจากอิหร่านได้สำเร็จ" ซึ่งหากได้รับการยืนยัน จะเป็นการโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สองนับตั้งแต่เริ่มข้อตกลงหยุดยิงที่มีอายุหนึ่งเดือน
คูเวตซึ่งประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่าน ก็รายงานถึงความพยายามโจมตีเช่นกัน โดยระบุว่ากองกำลังติดอาวุธของตนได้จัดการกับโดรนศัตรูจำนวนหนึ่งในน่านฟ้าของคูเวต
และกระทรวงกลาโหมของกาตาร์ระบุว่าเรือบรรทุกสินค้าที่เดินทางมาถึงน่านน้ำของตนจากอาบูดาบีถูกโดรนโจมตีบริเวณท่าเรือเมซาอีด
ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักรระบุว่าเรือบรรทุกสินค้าลำดังกล่าวถูกโจมตีด้วยวัตถุที่ไม่ทราบชนิด ทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในทันที แต่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า "เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ที่ถูกโจมตีใกล้ชายฝั่งกาตาร์นั้น แล่นอยู่ภายใต้ธงชาติสหรัฐฯ และเป็นของสหรัฐฯ"
ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ โฆษกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่านได้เตือนสหรัฐฯ ว่า "ความอดทนอดกลั้นของเราสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันนี้"
"การโจมตีเรือของเราใดๆ จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ที่รุนแรงและเด็ดขาดจากอิหร่านต่อเรือและฐานทัพของอเมริกา" เอบราฮิม เรซาอี กล่าว
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านได้ขู่เมื่อวันก่อนว่าจะโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านถูกโจมตี เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยิงโจมตีและทำให้เรือที่ติดธงอิหร่าน 2 ลำในอ่าวโอมานเกิดความเสียหาย
สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อาลี อับดอลลาฮี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของรัฐบาลเตหะราน ได้เข้าพบกับอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ และได้รับคำสั่งและคำแนะนำใหม่สำหรับการดำเนินการต่อไปเพื่อต่อต้านศัตรู.

