‘ปลัดคลัง’ แจงยังไม่มีนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ ระบุทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดโครงการ ชี้โครงการหนุนใช้รถ EV ของสรรพสามิตได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเก็บตกรายละเอียดก่อนชงคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา พร้อมยืนยันภายใน ก.ย. 69 ต้องได้ข้อสรุปทุกโครงการ
10 ส.ค.2569 -นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ยังไม่มีการนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าขณะนี้ทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างการเร่งสรุปรายละเอียดของโครงการที่เตรียมจะเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา เมื่อได้ข้อสรุปและมีความพร้อมกระทรวงต้นสังกัดก็น่าจะเร่งส่งเรื่องเข้ามาอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจว่าอยากสรุปความชัดเจนของทุกโครงการที่จะเสนอขอใช้เงิน ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน โดยเฉพาะในส่วนที่ 2 เรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2569 เพื่อหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติโครงการจะได้มีเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี
“ตั้งใจจะสรุปความชัดเจนของทุกโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินกู้ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. นี้ ดังนั้นหน่วยงานไหนมีโครงการอะไรที่จะดำเนินการก็อยากให้ส่งคำขอเข้ามาภายในเดือน ก.ย. 2569 เพื่อที่จะได้มีเวลาทำงาน หรือดำเนินการภายใน 1 ปี” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่งสาธารณะไปสู่การใช้พลังงานทดแทน หรือพลังงานสะอาดนั้น เชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างเร่งพิจารณารายละเอียด แต่ทราบว่ามีหลายเรื่องที่ได้ข้อยุติแล้ว ส่วนที่เหลือคงเป็นการเขียนรายละเอียดของโครงการเพื่อเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา
ขณะที่โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของกรมสรรพสามิตนั้น นายลวรณ กล่าวว่า คาดว่าได้ข้อยุติทั้งหมดแล้ว โดยอยู่ระหว่างเตรียมสรุปรายละเอียดของโครงการเพื่อเสนอเข้ามา เพราะมีกลไกหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่กลไกเรื่องราคายานยนต์เพียงอย่างเดียว โดยรถแต่ละประเภทจะต้องมีแรงจูงใจที่ไม่เหมือนกัน เช่น รถจักรยานยนต์ก็แบบหนึ่ง รถไฟฟ้าก็แบบหนึ่ง ดังนั้นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด
ก่อนหน้านี้ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการหารือเพื่อสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กับกระทรวงการคลัง โดยเบื้องต้นกรมฯ ได้เตรียมรูปแบบในการอุดหนุน (Subsidize) ผ่านสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อกับผู้ซื้อรถยนต์ (ไฟแนนซ์) ให้กระทรวงการคลังพิจารณา 2-3 รูปแบบ ซึ่งจะเป็นการอุดหนุนครั้งเดียวแล้วจบเลย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้โดยง่าย ซึ่งรูปแบบที่เตรียมเสนอมีทั้งการให้เงินชดเชยหรือเงินส่วนลดจากวงเงินที่ได้รับไฟแนนซ์ หรือการอุดหนุนผ่านอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น
ขณะเดียวกัน เห็นว่าการอุดหนุนโดยผ่านระบบไฟแนนซ์นั้น ถือเป็นการดึงระบบในการช่วยคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาใช้สิทธิในโครงการด้วย ไม่ได้เป็นการให้หรือจ่ายเงินอุดหนุนโดยตรงให้กับผู้ซื้อรถเลย ส่วนผู้ที่ซื้อรถยนต์อีวีแบบเงินสด ก็จะมีวิธีการ Subsidize ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่า โครงการนี้แตกต่างกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนไฟฟ้า (อีวี) 3.5 อย่างแน่นอน เพราะมาตรการดังกล่าวเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่ครั้งนี้จะเป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นจึงเป็นคนละส่วนกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ รับข้อเสนอ 'Resilient Thailand' ขอแรง 'วปอ.' ช่วยสื่อสารประเทศ
'อนุทิน' ฟังข้อเสนอ วปอ.68 ‘Resilient Thailand’ ชี้ต้องไม่ให้มีการเมือง -อารมณ์ ทำเสียเกียรติภูมิศักดิ์ศรี ชู 3 หลักคิด ‘เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ-ปฏิรูประบบราชการ-พัฒนาคน’

