
รัฐบาลเดินหน้าแก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง มุ่งคุ้มภาษีประชาชน ลดปัญหาทิ้งงาน
21 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้งานที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์กับประชาชน โดยล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบงานด้านกฏหมาย ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าร่างกฎหมายที่จะปรับปรุงได้แก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนเสนอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลางพิจารณา ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
น.ส.รัชดา กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาล “พูดแล้วทำ” เพราะสอดคล้องโดยตรงกับนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ข้อ 22.4 ที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา ว่าจะปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้รัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่พิจารณาจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว สำหรับสาระสำคัญของร่างแก้ไข อาทิ ปรับหลักการคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ ให้หน่วยงานพิจารณาประโยชน์ของราชการ วัตถุประสงค์การใช้งาน และความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอ มากกว่าข้อเสนอด้านราคา พร้อมให้ดูต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน มาตรฐานสินค้าและบริการ บริการหลังการขาย พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม และผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการประกอบกัน ประเด็นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมา การใช้ราคาต่ำสุดเป็นเกณฑ์หลัก ทำให้หลายโครงการได้ผู้ชนะประมูลที่เสนอราคาต่ำ แต่ทำงานไม่ได้ตามสัญญา ทิ้งงาน หรือทำให้งานรัฐล่าช้า สุดท้ายประชาชนเป็นฝ่ายเสียประโยชน์
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างกฎหมายยังเพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาและการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีคู่สัญญาทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือจัดการคู่สัญญาที่สร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้จริง
อีกประเด็นสำคัญคือ ให้อำนาจหัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงานได้โดยตรง แล้วจึงแจ้งปลัดกระทรวงการคลังเพื่อเวียนรายชื่อในระบบกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะนำไปสู่การลดความล่าช้าและปิดช่องผู้ประกอบการที่มีปัญหาไปเสนอราคากับหน่วยงานอื่นต่อ ในร่างกฏหมายยังได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิอุทธรณ์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพราะปัจจุบันมีการอุทธรณ์แทบจะทุกโครงการก็ว่าได้ ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า
“การแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ จะทำให้การใช้เงินแผ่นดินมีประสิทธิภาพขึ้น ได้งานที่มีคุณภาพ คุ้มค่า โปร่งใส ลดปัญหาทิ้งงาน และช่วยให้โครงการภาครัฐเดินหน้าได้เร็วกว่าเดิมเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม” น.ส.รัชดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘Sigenergy’ ติดอันดับ Tier 1 ระบบกักเก็บพลังงานโลก จาก BloombergNEF ไตรมาส 4 ปี 2026
Sigenergy ประกาศความสำเร็จติดรายชื่อผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ระดับ Tier 1 ของ BloombergNEF ประจำไตรมาส 4 ปี 2026 สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจและความเชื่อมั่นในตลาดพลังงานโลก เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI และระบบกักเก็บพลังงานรองรับทั้งภาคครัวเรือน ธุรกิจ อุตสาหกรรม และโครงการพลังงานขนาดใหญ่
จับตางบพืชสวนโลก 2 จังหวัด 6.7 พันล้าน พีอาร์อุดรฯ 338 ล้าน จ่อเพิ่มอีก 254 ล้าน
งบพืชสวนโลกอุดรฯ-โคราช รวมกว่า 6.7 พันล้านบาท พบสัญญาพีอาร์อุดรฯ 338.8 ล้าน ยังมีโครงการเพิ่มอีก 254 ล้าน ก่อนมีรายงานยกเลิก จี้เปิดข้อมูลพิสูจน์ความคุ้มค่าเงินภาษีประชาชน
ตร.ไซเบอร์รวบ 8 ผู้คุมบัญชีม้า ประกบถอนเงินส่งบอสจีนบัญชีละกว่าล้านบาทต่อวัน
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มข้นในการกวดขันจับกุมความผิดที่เกี่ยวข้

