
กระทรวง พม. โดย พอช. ขับเคลื่อน "โครงการสร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดนไทย (พ.ศ. 2570–2574)" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความมั่นคงในที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดน 26 จังหวัด 94 อำเภอ 225 ตำบล รวม 752 ชุมชน/หมู่บ้าน ครอบคลุม 259,037 ครัวเรือน มุ่งเปลี่ยนพื้นที่เปราะบางตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ไทย-ลาว ไทย-กัมพูชา และไทย-มาเลเซีย ให้เป็นฐานความมั่นคงแบบองค์รวมที่ชุมชนจัดการตนเองได้

21 ตุลาคม 2569-กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้ดำเนินการ “โครงการสร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตชุมชนชายแดนไทย (พ.ศ. 2570–2574)” เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่แนวชายแดน โดยยึดมั่นในหลักการให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการจัดการตนเอง (Community-Led Development)

"รั้วชุมชนที่มีชีวิต"
พื้นที่ชายแดนของประเทศไทยถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนดำรงชีวิต ทำมาหากิน และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และเครือญาติมาอย่างต่อเนื่อง ชุมชนเหล่านี้จึงมิได้มีบทบาทเพียงแค่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนเท่านั้น หากแต่เป็นกำลังสำคัญของประเทศในการดูแลพื้นที่ เฝ้าระวัง และสร้างความมั่นคงจากฐานราก เปรียบเสมือน “รั้วชุมชนที่มีชีวิต” และเป็นปราการธรรมชาติในการคุ้มครองอธิปไตยของประเทศ

สถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งจากความขัดแย้ง ภัยสงคราม ปัญหายาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง ภัยธรรมชาติ และหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ทำให้ต้องเผชิญกับการอพยพ การหยุดชะงักของอาชีพ และความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากยังประสบปัญหาความไม่มั่นคงในการดำรงชีวิต ขาดแคลนเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน เนื่องจากตั้งถิ่นฐานบนที่ดินของรัฐ ส่งผลให้ไม่สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยได้อย่างเต็มที่

การสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นเฉพาะการรักษาความปลอดภัยจากภายนอก ไปสู่การสร้าง “ความมั่นคงแบบองค์รวม” ที่เชื่อมโยงความมั่นคงของประเทศเข้ากับความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งด้านที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ สังคม สิทธิในที่ดิน และความสามารถในการจัดการตนเอง

บริบทพื้นที่ชายแดนไทย
พื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ด้าน ซึ่งมีบริบทความท้าทายที่แตกต่างกัน ได้แก่ ชายแดนไทย - กัมพูชา (ภาคตะวันออกและอีสานตอนล่าง 7 จังหวัด) พื้นที่ประวัติศาสตร์เปลี่ยนผ่านสู่การค้าและการท่องเที่ยว (เช่น ด่านอรัญประเทศ และเสียมราฐ) เป็นพื้นที่เปราะบางที่เคยมีข้อพิพาท โดยในอดีต พอช. และเครือข่ายองค์กรชุมชนได้เคยจัดตั้ง “วอร์รูมองค์กรชุมชน” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ พร้อมดำเนินโครงการช่วยเหลือ 3 ระยะ (เร่งด่วน ต่อเนื่อง และเยียวยาฟื้นฟู) ชายแดนไทย - ลาว (ภาคเหนือและอีสาน 12 จังหวัด) ใช้แม่น้ำโขงและเทือกเขาเป็นพรมแดนธรรมชาติ เป็นชายแดนแห่งมิตรภาพและการค้าโลจิสติกส์สำคัญ (เส้นทางรถไฟลาว-จีน) ประชาชนมีวัฒนธรรมใกล้ชิด แต่เผชิญปัญหาลักลอบสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และ PM2.5 ชายแดนไทย - เมียนมา (ด้านตะวันตกและเหนือ) ครอบคลุม เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก มีความยาวและซับซ้อนสูง ความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ และสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศเมียนมา ส่งผลให้มีผู้หนีภัยความไม่สงบข้ามฝั่งมาเป็นระยะ ชายแดนไทย - มาเลเซีย (ภาคใต้ 4 จังหวัด) สังคมพหุวัฒนธรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง (ด่านสะเดา) ประชาชนมีความเชื่อมโยงทางเครือญาติและศาสนาท่ามกลางการตรวจขันความมั่นคงที่เข้มงวด

นโยบายและกรอบยุทธศาสตร์การดำเนินงาน
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค และการเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่น), แผนแม่บทภายใต้นโยบายชาติ, แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ "คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดี" มติ ครม. สัญจร นโยบายรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. (นายนิกร โสมกลาง) และอำนาจหน้าที่ของ พอช. ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง

กรอบแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย การกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชน ปรับกระบวนทัศน์จากการสั่งการจากส่วนกลาง สู่การบริหารจัดการร่วม โดยใช้ทุนทางสังคมและภูมิปัญญาท้องถิ่นการแปรเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนจากเขตเปราะบางสู่โอกาสแห่งการพัฒนา ใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก การบูรณาการการพัฒนาเชิงองค์รวมจัดระเบียบสิทธิในที่ดินทำกิน บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชน การสร้างหุ้นส่วนความมั่นคงและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะสตรีและเยาวชน เป็นภาคีหลักในการเฝ้าระวังและเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ชุมชน

กลไกการบริหารจัดการ
ชุมชนเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการต้องเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบทางตรงจากภัยสู้รบ ยาเสพติด หรือภัยธรรมชาติ มีการรวมกลุ่มออมทรัพย์/สหกรณ์/สภาองค์กรชุมชน และประสบปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ดินหรือถูกไล่รื้อ เพื่อให้การขับเคลื่อนมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้กำหนด กลไกการบริหารจัดการ 5 ระดับ ได้แก่
ระดับนโยบาย ความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. กลาโหม สมช. กอ.รมน. มหาดไทย สาธารณสุข, สคนช. และองค์การทหารผ่านศึก
ระดับจังหวัด กลไกเชิงยุทธศาสตร์และนโยบายพื้นที่ ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง จัดสรรงบประมาณ ปลดล็อกกฎหมาย และบูรณาการความมั่นคง
ระดับอำเภอ บูรณาการร่วมกับทหาร ตชด. และหน่วยงานภายนอกเพื่อหนุนเสริมโครงสร้างขนาดใหญ่
ระดับตำบล ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด "ผังตำบล" หรือ "ผังชีวิตชุมชน" เชื่อมโยงระบบน้ำ ป่า สวัสดิการ และคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง
ระดับชุมชน ชุมชนเป็นจุดเริ่มต้นในการทำแผนที่ จัดทำข้อมูลครัวเรือน กำหนดพื้นที่ปลอดภัยตามรัศมีเขตความเสี่ยง และซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน
เป้าหมาย 5 ปี และกรอบแนวทางการสนับสนุน
แผนดำเนินการเป็นระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 225 ตำบล 752 ชุมชน/หมู่บ้าน และช่วยเหลือประชาชนถึง 259,037 ครัวเรือน (กลุ่มเปราะบางรวมถึงครอบครัวทหารผ่านศึกและทหารพรานผู้มีรายได้น้อย) โดยจำแนกเป้าหมายรายปี ดังนี้ พ.ศ. 2570 ไทย-กัมพูชา (5 จังหวัด 5 อำเภอ 5 ตำบล 21 ชุมชน 4,563 ครัวเรือน)
กรอบการสนับสนุน ได้แก่ การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง การสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน การสำรวจข้อมูลและจัดทำผังความปลอดภัย/เส้นทางอพยพ การพิสูจน์สถานะสัญชาติและการรับรองสิทธิ์ การส่งเสริมกลุ่มออมทรัพย์และสถาบันการเงินชุมชน การอบรมอาสาสมัครกู้ชีพฉุกเฉิน (CPR/AED) การพัฒนาตลาดวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชนชายแดน รวมถึงการฟื้นฟูเยียวยาและแก้ไขปัญหาหนี้สิน การพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างชุมชนชายแดนให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง ปลอดภัย สู่ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"Asia World Habitat Day Celebration" ชูโมเดลบ้านมั่นคง มอบรางวัล Collective Housing Award 2026
กระทรวง พม. โดย พอช. และภาคีเครือข่ายต่างประเทศ จัดงาน "Asia World Habitat Day Celebration: Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award" ระหว่างวันที่ 25–28 ตุลาคม 2569
รัฐบาลชู 'บ้านมั่นคงชายแดน' พม. ผนึกกลาโหม ยกระดับชีวิต 5 จังหวัด 4,563 ครัวเรือน
รัฐบาลชู 'บ้านมั่นคงชายแดน' พม. ผนึกกลาโหม สร้างบ้าน สร้างอาชีพ ยกระดับชีวิต 5 จังหวัด 4,563 ครัวเรือน
“นิกร” นำทีม พม. ลง “อ.น้ำยืน” จับมือ กลาโหม มอบ “บ้านมั่นคงชายแดน” ชูแนวคิด สร้างชุมชนชายแดนเข้มแข็ง พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง พร้อมมอบขาเทียมแก่ผู้สูญเสีย
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. และพล.ท.วรพรต แก้ววิจิตร ผช.รมต.ประจำ กห. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการ "สร้างบ้านมั่นคง
"นิกร โสมกลาง" ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม "ครัวกลาง " ให้กำลังใจทีมจิตอาสา หนุนพลังชุมชนสู้ภัยน้ำท่วม
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ลงพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยได้ตรวจเยี่ยม "ครัวกลาง พอช."
น้ำใจไม่เคยจาง! ระดมพลังทำครัวกลาง ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแฟลตคลองจั่น
พอช. ร่วมกับ สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง จัดตั้งปฏิบัติการ "ครัวกลาง" ร่วมแรงร่วมใจกันปรุงอาหารเมนู "ข้าวกะเพราไข่เจียว" จำนวน 200 กล่อง
นิกร โสมกลาง ลงพื้นที่เกาะลันตา หนุนคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเล
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ลงพื้นที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมในงาน "Charming of the Sea - Let's see Mountain 2026" พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนโต๊ะบาหลิว อ.เกาะลันตา ผลักดันโครงการ "บ้านมั่นคง" โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) งบประมาณ 6.74 ล้านบาท หนุน 100 ครัวเรือนชาวเลอูรักลาโว้ย พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุเข้มแข็งและบุคคลต้นแบบ มุ่งเป้าสร้างความเสมอภาคและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายรัฐบาล

