สำรวจแนวกำแพงเมืองโบราณ 'วัดโพธิญาณ' ยาว 300 เมตร มรดกประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำน่าน

พาชมแนวกำแพงเมืองโบราณภายในวัดโพธิญาณ ริมแม่น้ำน่าน หนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองพิษณุโลก ที่ยังคงปรากฏสภาพให้เห็นค่อนข้างสมบูรณ์ หลังโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินของเทศบาลนครพิษณุโลกขุดพบฐานกำแพงอิฐโบราณบริเวณถนนพุทธบูชา จนต้องระงับงานก่อสร้างบางส่วนเพื่อให้กรมศิลปากรตรวจสอบและหารือแนวทางดำเนินการ โดยนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าแนวกำแพงมีพัฒนาการมาตั้งแต่ปลายสมัยสุโขทัยต่อเนื่องถึงสมัยอยุธยา

31 ตุลาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจแนวกำแพงเมืองเก่าภายในวัดโพธิญาณ อำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นแนวกำแพงที่มีความยาวประมาณ 300 เมตร และมีความกว้างบริเวณฐานประมาณ 5 เมตร ปัจจุบันยังคงเห็นแนวกำแพงและฐานอิฐโบราณหลายช่วงอย่างชัดเจน ที่หลงเหลือให้เห็นเด่นชัดมากที่สุด

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเทศบาลนครพิษณุโลกดำเนินโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน โดยขุดวางท่อร้อยสายไฟตั้งแต่บริเวณศาลปู่ดำ ถนนมหาธรรมราชา ไปจนถึงถนนเอกาทศรถ ก่อนพบแนวฐานกำแพงอิฐโบราณตลอดแนวพื้นที่ก่อสร้าง กรมศิลปากรจึงเข้าตรวจสอบทางโบราณคดี พร้อมให้ระงับงานในบริเวณที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางดำเนินงานร่วมกับเทศบาล โดยคำนึงถึงการพัฒนาเมืองควบคู่กับการอนุรักษ์โบราณสถาน

นางสาวนาตยา ภูศรี ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี สำนักงานศิลปากรที่ 6 สุโขทัย เปิดเผยว่า จากหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการสำรวจไว้ก่อนหน้านี้ สันนิษฐานว่าแนวกำแพงเมืองพิษณุโลกมีการก่อสร้างและปรับปรุงหลายยุคสมัย โดยการสำรวจของกรมศิลปากรเมื่อปี 2543 พบข้อมูลว่า แนวกำแพงเมืองมีอยู่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน และมีลักษณะเป็นกำแพง 3 ชั้น

กำแพงเมืองระยะแรกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท โดยมีลักษณะเป็นกำแพงดิน ต่อมาในสมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อาจมีการก่อสร้างและซ่อมแซมเพิ่มเติม ก่อนจะมีการบูรณะในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเพื่อเตรียมรับศึกพม่า และมีการก่อป้อมพร้อมซ่อมแซมกำแพงอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

สำหรับสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เมืองพิษณุโลกมีความสำคัญอย่างยิ่งทางการเมืองและการปกครอง เนื่องจากพระองค์เสด็จมาประทับที่เมืองพิษณุโลกเป็นเวลาประมาณ 25 ปี ในช่วงที่มีการทำสงครามกับอาณาจักรล้านนา ส่งผลให้เมืองพิษณุโลกมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการปกครองของกรุงศรีอยุธยาในช่วงเวลาหนึ่ง

ด้านพระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ กล่าวว่า ในอดีตบริเวณแนวกำแพงเมืองเก่าภายในวัดเป็นพื้นที่ป่ารกทึบ ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางสัญจรและค้าขายเข้าสู่ตัวเมือง โดยเดินเท้าหรือจูงจักรยานไปตามสันกำแพงเลียบแม่น้ำน่าน เพื่อเดินทางไปยังตลาดวัดใหญ่และตลาดสถานีรถไฟ

ต่อมาทางวัดได้ช่วยกันถางป่า ทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์ ก่อนที่กรมศิลปากรจะเข้ามาดำเนินการขุดแต่งทางโบราณคดี ทำให้แนวกำแพงที่เคยเป็นเนินดินขนาดใหญ่และมีต้นไม้ปกคลุมหนาทึบปรากฏให้เห็นชัดเจนดังเช่นปัจจุบัน แม้กรมศิลปากรจะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการดูแลรักษา แต่ทางวัดก็ช่วยดูแลทำความสะอาดและรักษาความเรียบร้อยของพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับคำแนะนำจากกรมศิลปากร

เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณกล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเมืองเป็นสิ่งจำเป็น แต่การอนุรักษ์โบราณสถานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การนำประชาชนมาชมแนวกำแพงเมืองโบราณจะช่วยให้เข้าใจคุณค่าของมรดกทางประวัติศาสตร์มากขึ้น เพราะกำแพงแห่งนี้ไม่เพียงเป็นหลักฐานของอดีต แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิตและการเดินทางของผู้คนในชุมชนเมื่อครั้งอดีตอีกด้วย

ขณะที่นายประถม สิงหะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านเกาะแม้ว ตำบลหัวรอ กล่าวว่า การพัฒนาเมืองและการอนุรักษ์โบราณสถานสามารถดำเนินควบคู่กันได้ โดยโครงการก่อสร้างมีการแบ่งเขตพื้นที่ไว้แล้ว และอยู่ห่างจากโบราณสถานพอสมควร จึงเห็นว่าสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษากำแพงเมืองโบราณแห่งนี้ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษา

นายประถมกล่าวด้วยว่า กำแพงเมืองวัดโพธิญาณถือเป็นความภาคภูมิใจของชุมชน เพราะอดีตเจ้าอาวาสและชาวบ้านรุ่นก่อนช่วยกันรักษาไว้จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ปัจจุบันชาวบ้านและทางวัดยังช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวกำแพงเมืองโบราณวัดโพธิญาณ ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าและหาได้ยากในเขตเมืองพิษณุโลก นอกจากสะท้อนพัฒนาการของเมืองตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยอยุธยาแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่ควรได้รับการดูแลรักษา เพื่อส่งต่อมรดกทางประวัติศาสตร์ให้คงอยู่คู่เมืองพิษณุโลกสืบไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.สามารถ' ชำแหละ! จังหวัดไหนจะได้สร้างรถไฟฟ้าก่อน

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "5 จังหวัด รอรถไฟฟ้า จังหวัดไหนจะได้สร้างก่อน?" โดยระบุว่า

พิษณุโลกจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายดอกไม้จันทน์ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 'พระพันปีหลวง'

ผู้ว่าฯ พิษณุโลก นำข้าราชการและประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายและถวายดอกไม้จันทน์ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบและอาลัย

'นายจ้าง-ลูกจ้าง' เฮโลเลือกบอร์ดประกันสังคม บ่นอุบจำเบอร์ผู้สมัครยาก

นายจ้าง-ผู้ประกันตนหลั่งไหลใช้สิทธิไม่ขาดสาย ด้านประกันสังคมจังหวัดเผยยอดผู้มีสิทธิทั้งจังหวัด 87,000 คน ขณะที่หลายคนบ่นอุบ จำเลขผู้สมัครยาก

'สุริยะ' ลงพื้นที่เมืองสองแคว ติดตามสถานการณ์น้ำภาคเหนือตอนล่าง เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เดินหน้าวางระบบระบาย-กักเก็บ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนและเกษตรกร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง (อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก คณะผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วม ณ เทศบาลตำบลท่าทอง พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งทะเลแก้ว อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก

ตั้งกรรมการสอบวินัย 'พ.ต.ท.' ซิ่งชนคนตายแล้วหนี

ตำรวจแถลงความคืบหน้าคดี “น้องข้าวปั้น” วัย 16 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนรถจักรยานยนต์ ก่อนผู้ก่อเหตุขับรถหลบหนี โดยภายหลังพบผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. เข้ามอบตัวและรับทราบ 2 ข้อกล่าวหา ขณะที่พนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว ด้านตำรวจเผยเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุภายใน 3 วัน พร้อมตรวจสอบประเด็นทะเบียนรถและผลตรวจแอลกอฮอล์

'สารวัตร อ.' ขับรถชนเด็ก16แล้วหนี เข้ามอบตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 'ตร.' ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

‘สารวัตร อ.’ มอบตัวแล้วเดินทางมาพร้อมกับทนาย เป็นการเผชิญหน้ากับครอบครัวน้องข้าวปั้นเป็นครั้งแรกกล่าวคำขอโทษพร้อมเยียวยา ด้านรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา รับสารภาพ 2 ข้อหา เร่งตรวจเลือด-DNA หาหลักฐานเพิ่ม