'สารวัตร อ.' ขับรถชนเด็ก16แล้วหนี เข้ามอบตัวรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา 'ตร.' ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

 ‘สารวัตร อ.’ มอบตัวแล้วเดินทางมาพร้อมกับทนาย เป็นการเผชิญหน้ากับครอบครัวน้องข้าวปั้นเป็นครั้งแรกกล่าวคำขอโทษพร้อมเยียวยา ด้านรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกยืนยันทำคดีตรงไปตรงมา รับสารภาพ 2 ข้อหา เร่งตรวจเลือด-DNA หาหลักฐานเพิ่ม

7 ก.ย.2569-ความคืบหน้าคดี สารวัตร อ. ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนายพีรณัฐ ระทวย หรือ “น้องข้าวปั้น” อายุ 16 ปี จนเสียชีวิตก่อนหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก จว.พิษณุโลก ช่วงค่ำที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.มนต์ศักดิ์ แก้วอ่อน รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก, พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก และพ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ร่วมติดตามการดำเนินการ

 ภายหลังผู้ต้องหาเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าไปภายในห้องสอบสวนเพื่อสอบปากคำ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนนำ คุณพ่อและคุณแม่บุญธรรมของน้องข้าวปั้น พร้อมด้วยน้าสาว เข้ามาพบกับผู้ต้องหาเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุ โดยทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยกันภายในห้องสอบสวน

พ.ต.อ.มนต์ศักดิ์กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุรถชนแล้วหลบหนี ในช่วงแรกพนักงานสอบสวนยังไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุ และรถคันใดเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ กระทั่งร้อยเวรเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ทราบเส้นทางของรถที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปสู่การสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอเข้าพบและมอบตัว โดยตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่น มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และข้อหาขับรถหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าเป็นป้ายทะเบียนที่ถูกต้องหรือมีการปลอมแปลงหรือไม่ โดยได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ตรวจสอบโดยเร่งด่วน

ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานที่อยู่ในสถานบันเทิงตะวันแดง รวมถึงพยานแวดล้อมอื่น ๆ และจะดำเนินการตรวจเลือดเพื่อหาสารเสพติดและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพในข้อกล่าวหาเบื้องต้น และอยู่ในอาการสำนึกผิดและเสียใจ พร้อมแสดงความประสงค์ที่จะชดใช้และเยียวยาความเสียหายให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังยืนยันว่า แม้ผู้ต้องหาจะเป็นตำรวจด้วยกัน แต่จะไม่มีการช่วยเหลือหรือปกป้องกัน โดยตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพราะคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ขององค์กร และที่สำคัญคือการเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัวอย่างเต็มที่

 สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเก็บ DNA ตรวจปัสสาวะ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือด รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ประกอบสำนวน ขณะที่ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมหลักฐานทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำมาประกอบการดำเนินคดีให้มีความรอบคอบที่สุด

 ส่วนข้อกังวลเรื่องการตรวจเลือดที่ล่าช้าจากวันเกิดเหตุประมาณ 5 วัน เจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้การตรวจในภายหลังอาจไม่สามารถตรวจพบแอลกอฮอล์ได้ แต่ตำรวจยังสามารถใช้ พยานแวดล้อม ภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และพยานบุคคล มาประกอบการพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะตรวจเลือดเพื่อหาสารเสพติดหรือสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน

 ขณะที่รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ที่ตรวจยึดได้นั้น ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นรถที่ซื้อต่อมา แต่จากการตรวจสอบทะเบียนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่พบข้อมูลที่ชัดเจน จึงจะส่งให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งในส่วนของตัวรถและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ด้านครอบครัวของน้องข้าวปั้น ก่อนหน้านี้เพิ่งนำอัฐิของน้องไปประกอบพิธีลอยอังคารที่แม่น้ำน่าน บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก และในช่วงค่ำวันนี้ได้มีโอกาสพบหน้าผู้ต้องหาเป็นครั้งแรก หลังเกิดเหตุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.สั่งเลิกซุ่มจับ-ห้ามปิดหน้า! ใช้มาตรการเตือนก่อนปรับ ยกเว้นขับเสี่ยงอันตราย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกนโยบายจราจรปี 2570 ห้ามตำรวจซุ่มจับหรือสวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ ยึดหลักเตือนก่อนปรับ

จัดระเบียบข้าวสาร! 'ภราดร' ถก 'นครบาล-ป.ป.ท.' รื้อผับเถื่อน-ที่พักผิดกม. เข้าระบบ

‘ภราดร’ เรียกประชุมตำรวจนครบาล -ป.ป.ท. แก้ปัญหาสถานประกอบการ ที่พักย่านข้าวสารให้ถูกต้องตามกม. เตรียมชงแก้กฎหมายให้ทันยุคสมัย

ตำรวจปส.เปิดยุทธการ 'สยบไพรีพินาศEP.2' ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้า 13.4 ล้านเม็ด

บช.ปส. เปิดยุทธการ ‘สยบไพรีพินาศ EP.2’ ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 13.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 280 กิโลกรัม รวบผู้ต้องหา 5 ราย เร่งขยายผลถึงตัวการ

'บิ๊กราญ' กำชับ 'นครบาล-สันติบาล' เฝ้าระวังมือที่สาม พร้อมรับมือเหตุป่วนประชุม ธนาคารโลก-IMF

ผบ.ตร. ยืนยันความพร้อมเต็มกำลังดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจร การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

'นายจ้าง-ลูกจ้าง' เฮโลเลือกบอร์ดประกันสังคม บ่นอุบจำเบอร์ผู้สมัครยาก

นายจ้าง-ผู้ประกันตนหลั่งไหลใช้สิทธิไม่ขาดสาย ด้านประกันสังคมจังหวัดเผยยอดผู้มีสิทธิทั้งจังหวัด 87,000 คน ขณะที่หลายคนบ่นอุบ จำเลขผู้สมัครยาก

‘บิ๊กราญ’นำ ทัพ! บุกทลายจีนเทา

“บิ๊กราญ” นำทัพ สตม.-บช.น. เปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวกลางกรุง เฟส 8 เจาะ 4 หมู่บ้านหรู ค้น 17 จุด บุกรวบผู้ต้องหา หมายแดง-INTERPOL-Scammer ที่ทางการจีนต้องการตัว มูลค่าทรัพย์สินกว่า 6,000 ล้าน