
พรรคไทยภักดีออกแถลงการณ์ตอบโต้ “ก้าวไกล” เรื่องมาตรา 112 ชี้พฤติกรรมและเจตนาต่อเนื่องของ “ก้าวไกล-อนาคตใหม่-คณะก้าวหน้า” เป็นขบวนการปฏิปักษ์ต่อสถาบัน
04 พ.ย.2564 – เฟซบุ๊ก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดีได้เผยแพร่แถลงการณ์พรรคไทยภักดี
เรื่องขอคัดค้านแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ระบุว่า แถลงการณ์ล่าสุดของพรรคก้าวไกล ที่จะแก้ไขยกเลิกหรือลดโทษ ในการกระทำผิดกฎหมายมาตรา 112 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อจะล้างความผิดให้กับผู้กระทำความผิดมาตรา 112 มีจำนวนมากที่พรรคก้าวไกลได้ไปประกันตัวและให้การสนับสนุน
การที่พรรคก้าวไกลแถลงว่า “ให้เฉพาะสำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์คดีมาตรา 112 รวมถึงกำหนด ให้ความผิดในลักษณะนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลทั่วไปนำฐานความผิดนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง กลั่นแกล้งผู้อื่น หรือนำไปใช้โดยไม่สุจริต” เป็นการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งต้องอยู่เหนือการเมืองและความขัดแย้งทางการเมือง มาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง กับประชาชนโดยตรง เป็นสิ่งที่เป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อสถาบัน โดยที่สถาบันต้องทรงปกเกล้าประชาชนจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่สถาบันจะทรงให้สำนักพระราชวังมาเป็นผู้ร้องทุกข์คดีมาตรา 112
การที่พรรคก้าวไกล ต้องการ "แก้ไขโทษของมาตรา 112 ให้จำคุกเหลือไม่เกิน 1 ปี หรือมีเพียงโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ (สำหรับการกระทำความผิดต่อพระมหากษัตริย์)” เป็นการแก้ไขในทางที่เป็นคุณสำหรับผู้กระทำความผิดจึงมีผลย้อนหลังได้ และการมีโทษจำคุกเหลือไม่เกิน 1 ปี ตามหลักกฎหมายอาญาทำให้ไม่ต้องรับโทษจำคุกแต่สามารถรอลงอาญาได้ นอกจากนี้การสนับสนุน ให้เหลือเพียงโทษปรับทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในสังคมอย่างรุนแรง เพราะคนที่มีเงินเสียค่าปรับ จะกระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำให้สังคมเป็นสังคมแห่งการด่าทออาฆาตมาดร้าย หมิ่นประมาท ทำให้เกิดการด้อยค่าสถาบันเพิ่มมากขึ้น
อีกทั้งการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ให้ยอมความกันได้นั้น เป็นการเปลี่ยนสภาพกฎหมายจากคดีอาญาจนเป็นคดีแพ่ง ยิ่งทำให้ผู้กระทำความผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหิมเกริมบังอาจกระทำความผิดมากขึ้น
การที่พรรคก้าวไกลแถลงว่าให้ “ยกเว้นความผิด หากเป็นการติชม แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ” และ “ยกเว้นโทษ หากพิสูจน์ได้ว่าข้อกล่าวหานั้นเป็นความจริง แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์เรื่องความเป็นอยู่ส่วนพระองค์ และ การพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน”
เป็นการเสนอที่ทำลายและลบล้างหลักการของรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่บัญญัติไว้ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์
ในทางใด ๆ มิได้”
ทั้งนี้การใช้สิทธิเสรีภาพในการติชมสถาบันโดยสุจริต ตามข้อเท็จจริง ไม่กระทำผิดกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่เป็นภัยความมั่นคง ไม่ขัดต่อศีลธรรม ประเพณีอันดี ด้วยความเคารพสักการะ ไม่ล่วงละเมิดสถาบันนั้น สามารถทำได้อยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายในประเด็นนี้แต่อย่างใด
พฤติกรรมและเจตนาต่อเนื่องของพรรคก้าวไกลในปัจจุบันและพรรคอนาคตใหม่ในอดีต ตลอดจนคณะก้าวหน้าในปัจจุบัน มีความสอดคล้องกันและเชื่อมโยงกับขบวนการเคลื่อนไหว เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันอย่างชัดเจน รวมถึงการออกแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลในครั้งนี้ด้วย
นับว่าเป็นการกระทำที่เกิดคำถามได้ว่ามีจุดมุ่งหมายล้มล้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือไม่
ดังนั้นพรรคไทยภักดีขอแสดงเจตนารมณ์คัดค้านแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกลในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และขอย้ำจุดยืนเดิมในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' ลั่นก้าวสู่ปีที่ 3 'ปชน.' สานต่อภารกิจ 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' ซัดระบอบสีน้ำเงิน ทำหลักนิติรัฐ-นิติธรรมสั่นคลอน
'ณัฐพงษ์' โพสต์ 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
พรรคส้มเพิ่งตื่น ตั้งกรรมการพิสูจน์ข้อเท็จจริงปม 'แก้วตา' ถูกคนในพรรคคุกคามทางเพศ
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกคุกคามทางเพศ ว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาชุดที่ผ่านมาขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เสียหายรู้สึกสบายใจที่สุด วางใจที่สุด และปลอดภัยที่สุด
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"
ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม
'อภิสิทธิ์' ยืนยันไม่นิรโทษกรรมเยาวชน คดี 112 แต่เปิดโอกาสให้ 'ร้องขอ' เข้าบำบัดฟื้นฟู สร้างสัมพันธ์อันดีกับสถาบัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงภายหลังการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม จนโซเชียลแห่ทัวร์ลงบนโลกออนไลน์ ว่า ตนเองสนับสนุนการนิรโทษกรรมเยาวชน ในคดีอาญามาตรา 112 ว่า จริงๆ หากใครยังมีข้อสงสัย ตนเองก็อยากให้ไปฟังคำอภิปราย เพราะมีปัญหา 2 ส่วน
ขำไม่ออก! ประธานผู้ลี้ภัยเรียกร้องยกเลิก ปร.41 เพราะตัวเองก็ถูกหางเลขด้วย
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน

