คุก 3 ปี 'หมอเหรียญทอง' โพสต์หมิ่นร้านบะหมี่แนวร่วมอริราชศัตรู เจ้าตัวลั่นขออุทธรณ์สู้มั่นใจชนะ

ศาลอาญาสั่งจำคุก "หมอเหรียญทอง" 3 ปี รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 3 แสน ปมโพสต์กล่าวหาเจ้าของร้านบะหมี่ตั้งฮกกี่ เป็นแนวร่วมอริราชศัตรู

28 สิงหาคม 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ ร้าน "ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง" เป็นโจทก์พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่ นพ.เหรียญทอง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวหาข้อความว่าเป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและธุรกิจของโจทก์อย่างมาก

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 จำเลยใช้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเผยแพร่ข้อความพาดพิงถึงโจทก์หลายข้อความ โดยกล่าวหาว่าโจทก์เป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” เป็น “เด็กอยากดัง” รวมทั้งแชร์โพสต์ของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นประมาทระหว่างโจทก์กับจำเลย

โจทก์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นคนชั่วหรือคนเลว และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ อาชีพ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของร้านอาหาร ทำให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปอาจไม่ต้องการคบค้าหรือใช้บริการ

โจทก์ยังอ้างว่า จำเลยเป็นบุคคลสาธารณะและมีผู้ติดตามเฟซบุ๊กจำนวนมาก การเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์จึงสามารถแพร่กระจายไปยังบุคคลจำนวนมากและถูกนำไปเผยแพร่ต่อได้ ส่งผลให้ความเสียหายยากต่อการเยียวยา

จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328, 332 และ 393 พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท และดอกเบี้ยตามกฎหมาย รวมทั้งขอให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาของศาลและข้อความขอโทษโจทก์ผ่านเฟซบุ๊กของจำเลยเป็นระยะเวลา 60 วัน

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 326 และมาตรา 393 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่หนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกกระทงละ 1 ปี ปรับกระทงละ 100,000 บาท จำนวน 3 กระทง รวมจำคุก 3 ปี ปรับ 300,000 บาท การกระทำความผิดของจำเลยนับว่าร้ายแรง

อย่างไรก็ดียังมีถ้อยคำบางส่วนที่แสดงออกถึงความห่วงใยบ้านเมือง แสดงให้เหตุเจตนาที่ดีของจำเลยอยู่บ้าง เมื่อปรากฎข้อเท็จจริงว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดลงโทษ 2 ปี ให้จำเลยลบข้อความที่หมิ่นประมาทในบัญชีแอพลิเคชั่นเฟซบุ๊คทั้งหมด ให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อลงในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลาย 2 ฉบับเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน กับโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อทางเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ที่เผยแพร่ 2 เว็บไซต์ โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการแทน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี

ล่าสุด นพ.เหรียญทอง โพสต์เฟซบุ๊กว่า คดีบะหมี่ คดีที่ 1 ศาลชั้นต้นให้ผมชนะ เจ้าของบะหมี่ขออุทธรณ์ ไม่เห็นมีสำนักข่าวลงข่าวกันเลย

คดีบะหมี่ คดีที่ 2 ศาลชั้นต้นให้ผมแพ้ ผมก็ขออุทธรณ์สิครับ แต่เห็นการเผยแพร่ข่าวอย่างกับคดีถึงที่สุดจนถึงศาลฎีกาไปแล้ว

คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีประเด็นไม่ถูกต้องมากมายที่ผมต้องขออุทธรณ์และผมมั่นใจเสียด้วยว่าศาลอุทธรณ์-ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสียด้วยซ้ำ

ผมถูกอดีต สส. เป็นโจทก์ฟ้องผมมากถึง 4 คดี ศาลชั้นต้นให้ผมแพ้ 3 คดี ลงโทษจำคุกผมรวม 3 คดีทั้งสิ้น 10 ปี ปรับทั้งสิ้น 6 แสนบาท จ่ายค่าเสียหายอีก 3 แสนบาท ...ผมก็ขออุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา

2 คดีมีการกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ยกฟ้องไปแล้ว 2 คดี ไม่ต้องจำคุก ได้คืนเงินค่าปรับ 5 แสนบาท ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้นให้แก่โจทก์

ส่วนอีก 1 คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากผมแพ้ผมก็ขอฎีกามันก็แค่นั้นเอง

กระบวนการต่อสู้ในคดีต่างๆบนศาล มันก็มีแพ้ มีชนะ หากผมหรือคู่กรณีไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาก็อุทธรณ์-ฎีกาสู้กันไป มันก็เหมือนกีฬานั่นแหละครับ

แพ้ยก 1 จะแพ้หรือชนะยก 2 ก็ต้องสู้กันจนแพ้หรือชนะยก 3 เท่านั้นมันจึงจะถึงที่สุดครับ
ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ผมก็ยังเป็นตาแป๊ะหลักสี่ คนธรรมดาๆ ที่ยังคงปฏิบัติตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลเหมือนเดิม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ศุภชัย’ บอกยังไม่รีบ ปล่อยให้ได้แสงกันทั่วหน้า ก่อนยืนยันฟ้องแน่นอน

ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ระบุคำฟ้องจัดทำเสร็จตั้งแต่วันแรก แต่ยังไม่เร่งยื่นคดี เพราะปล่อยให้ผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องกฎหมายและเกาะกระสา “ได้แสงกันทั่วหน้า” ไปก่อน พร้อมยืนยันผู้เสียหายทั้ง 9 คนเตรียมใช้สิทธิฟ้องอย่างแน่นอน

'ชวน' เชื่อฟ้อง iLaw ปมฮั้ว สว. เปิดทางศาลเรียกพยานหลักฐาน

“ชวน” เปิดอบรม DIP รุ่นที่ 16 ปชป. พาเยาวชนร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาสังคมอย่างสร้างสรรค์ ย้ำปัญหาการเมืองเกิดจากตัวบุคคล-กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์

'อนุทิน' สวนฝ่ายค้านแนะอย่าฟ้อง 'ไอลอว์' ลั่นเสี่ยหนูใจกว้างอยู่แล้ว ใครๆก็รู้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊กขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนไม่ฟ้องหมิ่นประมาทว่า

'ผอ.ไอลอว์' ชักแม่น้ำทั้งห้า ขอร้องภูมิใจไทย อย่าฟ้องคดีหมิ่น อยากให้อยู่กันด้วยบรรยากาศประชาธิปไตย

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าขอเขียนยืนยันไว้ตรงนี้อีกครั้งนึงนะครับ ผมขอร้อง และขอเชิญชวนให้พรรคภูมิใจไทยทบทวน และตัดสินใจใหม่ไม่ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อผม ผมไม่เคยอยากถูกฟ้องและไม่อยากใช้เวทีคดีหมิ่นประมาทในฐานะจำเลย เพื่อพิสูจน์อะไร ไม่ใช่เพราะว่าผมกลัวแพ้คดี แต่เพราะผมเห็นว่ามันเป็นมาตรฐานการใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง และไม่สง่างามต่อท่านเอง

'ยิ่งชีพ' ชี้ฟ้องปิดปากหวังเปลี่ยนทิศข่าว ขอจับตาคดีโกงเลือก สว. มากกว่าคดีหมิ่นฯ

ผอ.ไอลอว์ ระบุการฟ้องคดีปิดปาก มีเป้าหมายเบี่ยงเบนความสนใจจากประเด็นหลัก หลังถูกนายกรัฐมนตรีประกาศฟ้องหมิ่นประมาท พร้อมขอให้สังคมหันไปติดตามการตรวจสอบคดีโกงเลือก สว. ปี 2567 การผลักดันแก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปที่มาของ สว. แทนการโฟกัสคดีของตนเอง